Lady Trip : บนเส้นทางสายเชียงใหม่

     แต่นั่นเป็นเพียงเรื่องราวของ ‘ระยะทาง’ ขณะที่อีกด้านหนึ่ง หากไม่มุ่งหวังเพียงแห่งท้ายปลายทาง ความหมายที่มากกว่าของ ‘ระหว่างทาง’ ยังเป็นเสน่ห์อีกแบบ บนทางสายเชียงใหม่-ดอยสุเทพ เส้นทางที่อาจคุ้นชินสำหรับหลายคน แต่มากบ้างน้อยบ้างบนเส้นทางสายนี้ยังมีสิ่งน่าค้นหาเสมอ  เชิญเลยครับ รถกำลังจะออกแล้ว…
เราเลือกใช้บริการรถสองแถวแทนการขับรถขึ้นไปเอง ซึ่งท่ารถอยู่ริมถนนห้วยแก้วบริเวณหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่ อาการเมื่อยขบจากการนั่งรถยาวนาน 7-8 ชั่วโมงแทบหายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อได้สัมผัสยามเช้าของเมืองเชียงใหม่อันสดชื่น หลังจัดการกับอาหารเช้าบริเวณสวนสุขภาพห้วยแก้วแล้วจึงออกเดินทาง

thumb1

บ้านม้งดอยปุย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสุเทพ – ปุย
     แม้แดดจะเริ่มออกแต่ด้วยความสูงของพื้นที่ทำให้อากาศยังเย็นสบายเกือบทั้งหมู่บ้านจะมีถนนให้สามารถเดินเที่ยวชมวิถีชีวิต วัฒนธรรม ตลอดจนมีของฝากมากมายให้เลือกจับจ่าย โดยเฉพาะที่เป็นงานฝีมือ น่าสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการร่วมกันรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สืบต่อไปได้นานๆ พูดกันตามจริงหากเทียบกับแรงกายแรงใจและเวลาที่ลงมือทำแล้วสนนราคาถือว่าไม่แพงเลย แถมยังสามารถต่อรองกันได้อีกต่างหาก พ่อค้าแม่ค้าที่นี่อัธยาศัยไมตรีดีมากๆ ขนาดบางคนต่อรองราคาสินค้าจนเหลือแค่ครึ่งหนึ่งของป้ายที่ติดไว้ แม่ค้าก็ยังยิ้มเขินอายส่ายหน้าว่าขาดทุนคงจะจริงอย่างที่มีคนเคยพูดไว้ทำนองว่าอากาศที่ดีบนดอยสูงทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่สุขภาพจิตดี ไม่ขี้โมโห 
ขณะเดินย่ำไปตามทางในตรอกซอกซอยที่มีแผงขายสินค้าวางเรียงรายตลอดสองฝั่งบังเอิญสะดุดตาเข้ากับการเขียนลายผ้าเห็นหมึกที่ใส่ภาชนะตั้งไฟอุ่นไว้ตลอดเวลาบนเตาถ่าน ด้วยความน่าสนใจและไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทำให้ต้องหยุดดูราวต้องมนต์ยามที่มือคู่นั้นของหญิงวัยกลางคนขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ข้างหนึ่งจับผ้า ข้างหนึ่งเขียนหมึก ช่างสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก สอบถามได้ความว่า นี่เป็นกระบวนการแรกๆ ก่อนจะตามมาด้วยอีกหลายขั้นตอน กว่าจะได้ชิ้นงานสำเร็จเป็นผืนผ้าที่พร้อมนำไปตัดเย็บ

     อีกสถานที่ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีวัฒนธรรม การดำเนินชีวิตที่หลายสิ่งหลายอย่างได้ถูกวันเวลากลืนกินไปบ้างแล้วแต่พิพิธภัณฑ์ชาวเขายังเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ไว้อย่างค่อนข้างครบถ้วน จากปากคำของคนในหมู่บ้านยืนยันว่า หลายชิ้นยังใช้งานจริงอยู่ในปัจจุบัน

     ระหว่างเดินเที่ยวชมในหมู่บ้าน สิ่งที่ควรถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ การเคารพในวิถีความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม และไม่ลุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการถ่ายรูปบุคคลก็ควรขออนุญาตจากเจ้าตัวเสียก่อน อย่างน้อยเพื่อเป็นการให้เกียรติต่อกันในเบื้องต้น

     แม้ลมหนาวจะเพิ่งพัดผ่านมาเยือน แต่ดอกไม้บนยอดดอยก็เริ่มผลิบานให้เห็นบ้างแล้ว นักท่องเที่ยวหลายคนหามุมถ่ายรูปกันอย่างมีความสุขบริเวณสวนดอกไม้เมืองหนาวบ้างเช่าชุดประจำเผ่ามาสวมใส่กันเป็นที่ระลึก ปริมาณนักท่องเที่ยวที่ไม่มากจนเกินไปในช่วงต้นฤดูหนาว ทำให้พื้นที่ของสวนดอกไม้ยังกว้างขวางพอ สำหรับการชื่นชมในความงดงามแห่งพันธุ์ไม้เมืองเหนือ หลังใช้เวลาเดินเที่ยวชมในหมู่บ้านราวชั่วโมงเศษ จึงคิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว แต่ยัง

     ไม่ทันได้เดินกลับมา ก็เจอกับกิจกรรมที่เรียกความสนใจได้ในทันที โดยไม่ต้องมีการโฆษณาชวนเชื่อ ยิ่งเมื่อเห็นหลายคนยืนเล็งทดสอบความแม่นยำกันอยู่ก่อนแล้วยิ่งกระตุ้นให้อยากลองดูบ้าง

     หน้าไม้ที่ในวันนี้ไม่ได้ใช้สำหรับล่าสัตว์เช่นในอดีตอีกแล้ว แต่กลับถูกนำมาให้นักท่องเที่ยวทดสอบความแม่นยำ โดยมีแตงไทยลูกโตแขวนห่างออกไปราว 5 เมตรเป็นเป้า คิดราคากันลูกดอกละ 2 บาท และแม้จะมีหน้าไม้เพียงสองอัน แต่เหล่าหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างรอต่อแถวกันด้วยใจลุ้นระทึก ตอนที่เดินกลับมายังลานจอดรถ ระหว่างทางเราเจอเหล่าแม่ค้าตัวเล็กตัวน้อยที่คล้องถาดเดินมาขายของให้นักท่องเที่ยว เรียกว่าเจอกันทั้งตอนมาถึงและก่อนกลับออกไปเลยทีเดียว ด้วยทุกวันนี้บ้านม้งดอยปุยเป็นแห่งท่องเที่ยวสำคัญที่ไม่เคยขาดผู้มาเยือน เรื่องทำนองนี้จึงต้องปรับตัวปรับใจ และเรียนรู้ร่วมกัน

     บนทางสายเชียงใหม่-ดอยสุเทพเราย้อนกลับลงมาทางเดิม เพื่อไปนมัสการปูชนียสถานสำคัญคู่เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว สำหรับคนเชียงใหม่ การขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพเปรียบเสมือนการได้แสวงบุญเดินขึ้นไปตามบันไดนาคเจ็ดเศียรก่อปูนปั้นประดับกระจกงามวิจิตร จนหลายคนอดที่จะหยุดถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกไม่ได้ จำนวน185 ขั้น แต่ละก้าวที่สะสมนำพาให้เข้าใกล้จุดหมายทีละน้อย ยิ่งสูงยิ่งเหนื่อยและอาจต้องเบียดเสียดฝูงชนที่ต่างมีปลายทางแห่งศรัทธาเช่นเดียวกัน พ้นกำแพงแก้วเข้าไป วงสะล้อซอซึงของกลุ่มเยาวชนกำลังขับกล่อมบรรเลงท่วงทำนองแห่งล้านนา เป็นความเหมาะเจาะเหลือเกินสำหรับดนตรีที่คลอเคล้าไปกับจังหวะลมพลิ้วไหวพุ่มยอดไม้ในวันต้นฤดูหนาวเบื้องหน้า เจดีย์ทรงเชียงแสนฐานสูงย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยมสีทองเหลืองอร่ามยังความปีติให้ตั้งแต่แรกพบ รอบองค์พระธาตุมีระเบียงเชื่อมทั้งสี่ทิศของวิหาร แม้แดดกำลังทวีความร้อนแรง แต่ศรัทธาของพุทธศาสนิกชนยังดำเนินไปรอบแล้วรอบเล่า ครบสามรอบแล้วจึงมานั่งประนมมือสวดมนต์ มีไม่น้อยที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งพวกเขาก็พยายามปฏิบัติในสิ่งเดียวกับเจ้าบ้านอย่างเราๆ แม้จะขาดเกินไปบ้าง แต่หากเจตนาดีทุกอย่างย่อมสมบูรณ์ได้ในตัวของมันเอง

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
     สร้างโดยพระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์เม็งราย ในปี พ.ศ. 1919 โดยได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากกษัตริย์ในราชวงศ์เม็งรายทุกพระองค์ สำหรับทางขึ้นดอยสุเทพนั้น ในปี พ.ศ.
2460 พระองค์เจ้าบวรเดชซึ่งเป็นอุปราชมณฑลพายัพ ได้ทรงมีดำริให้นายช่างกองสำรวจ ซึ่งต้องใช้เงินในการก่อสร้างประมาณสองแสนบาท ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปีจึงจะสำเร็จ แต่ทางการไม่มีงบประมาณทำให้ต้องระงับไว้ก่อนกระทั่ง พ.ศ. 2477 หลวงศรีประกาศซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรเชียงใหม่สมัยนั้น ได้พาหลวงธรรมรงค์นาวาสวัสดิ์ขึ้นมาพักยังบ้านพักบนดอยสุเทพ แต่เนื่องจากข้างบนไม่มีไฟฟ้าใช้ หลวงธรรมรงค์นาวาสวัสดิ์จึงปรารภเรื่องนี้กับหลวงศรีประกาศ ภายหลังหลวงศรีประกาศ นำความไปปรึกษาครูบาศรีวิชัย ซึ่งพำนักอยู่ที่วัดพระสิงห์

     ครูบาศรีวิชัยบอกหลวงศรีประกาศว่า “การนำไฟฟ้าขึ้นไปใช้ที่ดอยสุเทพนั้นไม่สำเร็จ แต่ถ้าทำทางขึ้นก่อนจะได้ใช้ไฟฟ้าแน่นอน” ท่านยังบอกอีกว่า “จะเสร็จภายใน 6 เดือนนี้” พิธีเปิดเส้นทางในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2478 ครูบาศรีวิชัยนั่งรถเถ้าแก่โหงวเปิดประเดิมเส้นทางขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพเป็นครั้งแรก ซึ่งใช้เวลาก่อสร้าง 5 เดือน 22 วัน ระยะทาง 11 กิโลเมตร 530 เมตร จากวันนั้นที่แรงกายแรงใจของเหล่าผู้ศรัทธาร่วมสร้างทางไว้ให้กับชนรุ่นหลัง เพื่อไป

     ถึงซึ่งศรัทธาได้เช่นเดียวกัน หากแต่สะดวกสบายกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้ แต่ละระยะทางที่ก้าวเดินขึ้นมาจึงมีคุณค่าอย่างเหลือคณานับ บริเวณโดยรอบร่มรื่น สะอาดตา ทั้งยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่ได้ในองศาที่กว้างไกล เชื่อมร้อยมุมมองไปสู่ความคิดต่างๆ อย่างผ่อนคลาย จากนั้นพักใหญ่เราจึงเตรียมตัวกลับตามเวลาที่นัดหมายไว้แล้วกับโชเฟอร์รถสองแถวเสียงดนตรีในท่วงทำนองพื้นเมืองยังขับขาน แต่ครั้งนี้ เรามีโอกาสได้เห็นท่วงท่ารำฟ้อนอันงดงามของนางรำสองคนในชุดสีสดใสสำหรับร่มที่ใช้ประกอบการแสดงราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย ทั้งยามแกว่งไกวขยับหมุนกระทั่งปล่อยนิ่งอยู่ในมือเรียวก็งามไม่แพ้กัน ชมเพลินจนเคลิบเคลิ้มไปอย่างไม่รู้ตัว แม้ขณะเดินลงบันไดกลับมาขึ้นรถแล้วก็ตาม

     แม้จะเป็นเพียงเส้นทางสายหนึ่ง แต่ระหว่างทางได้บรรจุไว้ด้วยโบราณสถานสูงค่าวิถีชีวิต ตลอดจนวัฒนธรรมของผู้คนบนดอยสูงที่สั่งสมมาช้านาน ทุกอย่างต่างร่วมดำรงอยู่ในดินแดนที่อากาศแสนบริสุทธิ์ แวดล้อมด้วยสะพรั่งแห่งสีสันพันธุ์ไม้ดอกยามต้นฤดูหนาว ไปพบสัมผัสด้วยตัวเองแล้วจะบอกได้ว่า ‘ความสุข’ กับ ‘ความจริง’ เป็นเรื่องเดียวกันบนทางสายเชียงใหม่-ดอยสุเทพ

Kullastree Magazine
Kullastree Magazine

นิตยสารกุลสตรี นิตยสารสำหรับผู้หญิงทุกคน

No Comments Yet

Comments are closed