คลีนเสียจนคลั่ง: ด้านมืดของการกินอาหารคลีน

คลีนเสียจนคลั่ง: ด้านมืดของการกินอาหารคลีน

หนทางหนึ่งในการดูแลและใส่ใจสุขภาพในปัจจุบัน ในยุคแห่งการดูแลสุขภาพอย่างจริงจังนั่นก็คือ การเลือกบริโภคอาหาร เทรนด์อาหารสุขภาพในช่วงหลายปีที่ผ่านมามักพูดถึงเรื่องของการ กินคลีน (Clean eating) และทำให้อาหารคลีน (Clean food) เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

การกินคลีนนั้นเป็นกระแสที่มาพร้อมกับดาราชื่อดังระดับฮอลลีวูดหลายคน ที่เริ่มนิยมหันมากินอาหารแนวใหม่ Gwyneth Paltrow คือหนึ่งในดาราฮอลลีวูดที่ปลุกกระแสการกินคลีน อีกทั้งยังเขียนบล็อกและตำราอาหารคลีนออกเผยแพร่ รวมถึงกระแสใน Social Media ทำให้กระแสการกินคลีนให้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

แล้วอย่างไรจึงจะเรียกว่า กินคลีน

  1. เลือกกินอาหารที่เป็นธรรมชาติ ปรุงแต่งน้อย ไม่เน้นรสชาติ
  2. หลีกเลี่ยงอาหารสังเคราะห์ อาหารที่ปรุงแต่ง อาหารสำเร็จรูป (Processed foods)
  3. เลือกกินธัญพืชที่ไม่ขัดสี
  4. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน เกลือ และน้ำตาล และเครื่องดื่มที่เพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกาย
  5. กินอาหารที่มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรตทุกมื้อ

แล้วถ้ากินคลีนมากเกินไปล่ะ?

Orthorexia เป็นชื่อโรคที่เกิดขึ้นจากการกินคลีนที่เคร่งครัดจนเกินไป ผู้ที่ป่วยโรคนี้จะเคร่งครัดการกินอาหารคลีน คำนึงแต่แคลอรี่เป็นหลัก หวาดกลัวการกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ จนไม่ยอมกินอาหารที่มีประโยชน์ (แต่ดูไม่ “คลีน”) โดยไม่รู้ตัว

Orthorexia นั้นเป็นอาการผิดปกติที่มาจากแรงผลักดันภายในที่เกิดความรู้สึกอยากจะมีสุขภาพดีมากๆ รู้สึกว่าอยากทำให้ตัวเองดูผอมอยู่ตลอด รู้สึกว่าอยากหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ รู้สึกว่าต้องกินอาหารที่ “บริสุทธิ์” ตลอดเวลา

อาการเหล่านี้คืออาการที่บ่งบอกว่ากำลังเป็น Orthorexia

– หมกมุ่นว่าอาหารที่จะกินต้องดีต่อสุขภาพเท่านั้น ยอมเสียเวลาเพื่อพิจารณาอาหารที่จะกินในแต่ละมื้อ

– ไม่ยอมกินอาหารที่ผลิตจากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพราะเชื่อว่าเป็นอาหารคุณภาพต่ำ มีสารปนเปื้อนตั้งแต่กระบวนการเพาะเลี้ยง รวมถึงไม่กินอาหารที่มีน้ำตาล เกลือ ไขมัน เนื้อสัตว์

– คำนวณจำนวนแคลอรี่ในอาหารที่จะกินแต่ละมื้ออย่างจริงจัง

– ยิ่งกินคลีนได้มากเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกว่ามีคุณค่าในตัวเองเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

– หากเผลอรับประทานอาการที่นอกเหนือจากกฎของตัวเอง โดยเฉพาะอาหารที่ไม่คลีน ไม่สะอาด จะพยายามโหมออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อกำจัดสิ่งที่กินออกไป หรือวางแผนการกินคลีนที่เข้มงวดกว่าเดิม หรืออดอาหารไปเลย

– มีอาการย้ำคิดย้ำทำ เช่น ล้างผักซ้ำไปซ้ำมา หรือเช็คซ้ำๆ ว่าอาหารที่จะกินนั้นสะอาดและคลีนอย่างแท้จริง

– เมื่อทำตามสิ่งที่ตัวเองตั้งกฎเกณฑ์ไว้ไม่ได้ จะเกิดความรู้สึกผิดต่อตัวเอง อาจถึงขั้นโกรธเกลียดตัวเอง

– หลีกเลี่ยงการกินอาหารนอกบ้าน หรือกินอาหารกับผู้อื่น เพื่อปกปิดพฤติกรรมการกินอาหารของตัวเอง

– บางคนไม่ยอมรับประทานแม้แต่อาหารที่คนรักหรือคนในครอบครัวทำให้ เนื่องจากว่าไม่ไว้ใจในความคลีน

กินคลีน

ผลที่ตามมาของอาการ คลีนจนคลั่ง

การคลั่งกินคลีนทำให้คอนเซ็ปท์ของการกินคลีนที่ถูกต้องคาดเคลื่อนออกไป จนทำให้รู้สึกว่า การไม่กินคลีนเป็นเรื่องผิดบาป คนที่กินคลีนได้คือควบคุมความอยากของตัวเองได้ ส่วนคนที่กินไม่เลือกกลายเป็นคนไม่มีวินัย คนที่คลั่งการกินคลีนจะไม่ยอมกินอาหารที่ไม่บริสุทธิ์ จนกระทั่งส่งผลให้กินอาหารที่หลากหลายน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกายและจิตใจ ทำให้น้ำหนักลด ซูบผอม ผมร่วง ผิวพรรณเหี่ยวย่นไม่สดใส ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขาดสารอาหารจนป่วยเป็นโรคต่างๆ เกิดอาการซึมเศร้า จนอาจเกิดอาการคลื่นไส้เมื่อได้กินอาหารที่ไม่คลีน

ผลกระทบอีกด้านที่คาดไม่ถึงคือ ทำให้ความสัมพันธ์กับครอบครัวและคนรอบข้างเปลี่ยนไป เพราะมัวแต่หมกมุ่นกับการเลือกอาหารที่คลีน จนต้องปฏิเสธการกินอาหารร่วมกับผู้อื่น

หรือในโลกนี้ อาหารคลีนอาจไม่มีอยู่จริง

การกินคลีนที่มากเกินพอดีนั้นส่งผลเสียต่อทั้งร่างกายและจิตใจ และที่สำคัญอีกประการคือ การมองว่าอาหารใดเป็นอาหารคลีน หรือไม่เป็นอาหารคลีนอาจเป็นการแบ่งแยกและกีดกันการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย เพราะในความเป็นจริง ร่างกายมนุษย์เป็นสิ่งที่คลีนได้ยาก เพราะสารปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ทุกเมื่อ และไม่มีอาหารใดในโลกจะสะอาดที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด คลีนที่สุด

การมองว่าอาหารที่มีไขมัน อาหารมีน้ำตาล อาหารที่ผ่านการปรุงแต่งเยอะๆ คืออาหารที่สกปรกอาจเป็นเพียงมายาคติ ที่อาจจะทำให้การบริภาคอาหารเพื่อสุขภาพที่แท้จริงนั้นคลาดเคลื่อนไป แม้ว่าสิ่งที่กินเข้าไปจะได้ชื่อว่าเป็นอาหารคลีน แต่ถ้าอาหารคลีนที่กินนั้น มีวัตถุดิบที่ไม่รู้ที่มาแฝงอยู่ เช่น อกไก่ เนื้อปลา ซึ่งอาจมีสารเคมีที่ปนเปื้อนจากการเลี้ยงและการผลิต ส่วนผักและผลไม้ก็อาจปนเปื้อนสารเคมีและยาฆ่าแมลง จะยังเรียกอาหารแบบนั้นว่าคลีนที่แท้จริงได้หรือ

ความจริงของการกินอาหารสุขภาพอาจเป็นเพียงการกินอาหารที่หลากหลายอย่างสมดุล ง่ายที่สุดก็คือการกินอาหารให้ครบห้าหมู่ ไม่มากไป ไม่น้อยไป เลือกกินอาหารอาหารปรุงสุกใหม่ อาหารที่ไม่มีสารพิษเจือปน หรือกินอาหารที่รู้แหล่งที่มาของวัตถุดิบแต่ละชนิด และการกินอาหารอย่างมีความสุข ไม่ใช่กินเพราะกลัวคนอื่นรู้สึกไม่ดีต่อตัวเอง

เพราะถ้ากินคลีนมากเกินไปแบบไม่สมดุล แต่ไม่ออกกำลังกาย ไม่ดูแลสุขภาพจิตให้ดี นอนหลับไม่เพียงพอ กินให้ตายยังไงก็สุขภาพไม่ดี

เรื่อง : พีรภาส
อ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Orthorexia_nervosa
www.summacheeva.org/index_article_clean.htm
www.voicetv.co.th/watch/529669

ติดตามผ่านไลน์ คลิก   ติดตามบทความดีๆ ผ่าน Facebook

Kullastree Magazine
Kullastree Magazine

นิตยสารกุลสตรี นิตยสารสำหรับผู้หญิงทุกคน

No Comments Yet

Comments are closed