ดื่มชา อย่างไรให้ได้มากกว่าความสดชื่น

เคล็ดลับการดื่มชาให้ได้มากกว่าความสดชื่น

ดื่มชา นั้น มีประโยชน์ในการดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่น กระตุ้นร่างกายให้กระปรี้กระเปร่า หรือดื่มเพื่อให้ร่างกายรู้สึกอุ่นในยามที่อากาศหนาว

แต่จริงๆ แล้ว ชาก็เหมือนกาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีทั้งคุณและโทษ

ซึ่งการเลือกดื่มชาที่ดี และวิธีการดื่มชาที่ถูกต้อง ย่อมส่งผลทำให้การดื่มชาไม่ใช่แค่ให้ความสดชื่น แต่ยังทำให้ไม่เกิดผลเสียต่อสุขภาพ และสุขภาพดีขึ้นจากสารที่มีอยู่มากมายภายในชา สำหรับผู้ที่รักการดื่มชา ก่อนจะดื่มชาถ้วยต่อไป นี่คือสิ่งที่ควรรู้

ประโยชน์ของการดื่มชา

– การดื่มชาเขียว 3-5 แก้วต่อวันสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ราว 50-100 แคลอรี่ เนื่องจากสารคาเทชิน (Catechin) ในชาเขียว มีส่วนช่วยกำจัดปริมาณของคอเลสเทอรอลในลำไส้ และช่วยควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากชามีผลช่วยเร่งให้ร่างกายมีการเผาผลาญอาหารและไขมันมากขึ้น ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุลสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน  และช่วยควบคุมความดันในเลือดสูง

– ป้องกันโรคหัวใจ มะเร็ง และโรคไขข้ออักเสบ

– ช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย เช่น สารนิโคตินในบุหรี่

– ลดอาการสูญเสียความจำ เนื่องจากกรดอะมิโน แอล-ธีอะนิน (L-Theanine) ในใบชามีคุณสมบัติกระตุ้นคลื่นอัลฟ่าในสมอง ทำให้รู้สึกสงบ มีสมาธิ  โดยกรดอะมิโนชนิดนี้มีอยู่ในใบชาทุกชนิด

– ช่วยลดการเกิดสิว เนื่องจากสารโพลีฟีนอล (Polyphenol) มีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ผิวหนัง และสารในชาเขียวที่ช่วยขับสารพิษในร่างกาย ทำให้การเกิดสิวลดลง

– ป้องกันฟันผุ และแบคทีเรียในช่องปาก ช่วยขจัดกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจสดชื่น

ดื่มชาเวลาไหนดี

สามารถดื่มชาได้ตลอดทั้งวัน แต่เวลาที่เหมาะสมคือ ดื่มชาหลังรับประทานอาหารไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ชากระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะช่วยย่อยอาหารจำพวกวิตามินเพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ง่ายขึ้น และหลีกเลี่ยงการดื่มชาหลังมื้อเที่ยง มื้อเย็น หรือตอนกลางคืน เนื่องจากสารคาเฟอีนจะส่งผลทำให้นอนไม่หลับ

ดื่มชาแบบนี้มีโทษ

– การดื่มชาที่เข้มข้นมากๆ จะทำให้เกิดอาการท้องผูก เนื่องจากการแช่ชาทิ้งไว้นานๆ ทำให้สารแทนนินที่อยู่ในชาออกมามากเกินไป ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ มีผลให้กระเพาะอาหารดูดซึมสารอาหารได้น้อยลง ยิ่งถ้าดื่มชาเข้มข้นในช่วงท้องว่างติดต่อกันนานๆ อาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารได้

– นอกจากแทนนินแล้ว สารคาเฟอีนก็สามารถละลายออกมาในชาที่แช่ทิ้งไว้นานๆ หากดื่มในปริมาณมาก อาจทำให้ได้รับคาเฟอีนมากเกินไปจนอาจทำให้นอนไม่หลับ

– การดื่มชาที่ร้อนจัดๆ ความร้อนจะไปทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อช่องปาก ลำคอ ทางเดินอาหาร และลำไส้ ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้

– การดื่มชาในปริมาณมากอาจมีผลในการลดการดูดซึมวิตามิน B1 โปรตีน ธาตุเหล็ก และโฟลิก

ใครบ้างที่ไม่ควรดื่มชา

หญิงมีครรภ์ ควรงดดื่มเพราะจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ เนื่องจากสารแทนนินทำให้การดูดซึมกรดโฟลิก (Folic Acid) ที่ช่วยยับยั้งความผิดปกติในการตั้งครรภ์ลดลง 

ผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เพราะสารกาเฟอีนในชาจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น

ผู้ที่มีเกล็ดเลือดต่ำ เนื่องจากชาทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กลดลง อาจทำให้ไม่มีแรง และหน้ามืด

ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบ เพราะชาจะกระตุ้นให้ผนังกระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยซึ่งมีสภาวะเป็นกรดมากกว่าปกติ ทำให้อาการอักเสบยิ่งรุนแรงขึ้น       

ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ ชามีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการกระสับกระส่าย ใจเต้นเร็ว มือสั่นมากขึ้นกว่าปกติ

ผู้ที่ไตทำงานบกพร่องหรือมีอาการไตวาย

ดื่มชาอย่างไรให้สุขภาพดี

– ถ้ามีอาการนอนหลับยาก ให้หลีกเลี่ยงการดื่มชาหลังสี่โมงเย็น หรือเลือกดื่มชาสมุนไพร ชาดอกไม้ ที่ไม่มีสารคาเฟอีนก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง

– ดื่มชาในปริมาณที่พอเหมาะ (ไม่เกิน 5 แก้ว หรือไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน) และดื่มน้ำเปล่ามากๆ

– ไม่ควรดื่มชาพร้อมกับการรับประทานยา

– การดื่มชาเพื่อลดน้ำหนัก ควรดื่มชาร้อน เพราะชาเขียวเย็นที่ใส่น้ำแข็งจะมีน้ำจากน้ำแข็งที่ละลาย ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพของชาเขียวเจือจาง และควรดื่มชาที่ไม่ใส่น้ำตาล นม ครีม หรือสารปรุงแต่งอื่นใด

– เมื่อชงแล้วควรดื่มให้หมด ไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง เพราะสารคาเทชินจะดักจับและรวมตัวกับออกซิเจน ทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ดูดซึมสารอาหารโดยเฉพาะธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียมได้ไม่เต็มที่

หลังรับประทานอาหารแล้ว 2-3 ชั่วโมงควรดื่มชาที่เข้มข้น เพื่อกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหารให้ช่วยย่อยอาหารจำพวกวิตามิน สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

– ส่วนผู้ที่ชอบจิบชาแทนน้ำเปล่า ควรจิบชาชงแบบอ่อน เพราะชาที่เข้มข้นจะทำให้กระเพาะหลั่งกรดออกมามากขึ้น ทำให้เกิดการระคายเคืองที่กระเพาะอาหาร           

เรื่อง : พีรภาส

ติดตามผ่านไลน์ คลิก   ติดตามบทความดีๆ ผ่าน Facebook

Kullastree Magazine
Kullastree Magazine

นิตยสารกุลสตรี นิตยสารสำหรับผู้หญิงทุกคน

No Comments Yet

Comments are closed