ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ : บทเรียนจากการเสียชีวิตของโจ บอยสเกาท์

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ : บทเรียนจากการเสียชีวิตของโจ บอยสเกาท์

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน โจ และเพื่อนๆ ในวงบอยสเกาท์ขึ้นร้องเพลงบนเวทีตามปกติ แต่แล้วโจก็ฟุบลงตรงเวทีหลังจากที่ร้องเพลงจบ ท่ามกลางความตระหนกของเพื่อนร่วมวงและแขกที่อยู่ในร้านนั้น จากนั้นไม่นาน เขาก็เสียชีวิต ต่อมาจึงมีการตรวจสอบพบว่า โจ บอยสเกาท์ เสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน และมีน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากอาการ “ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาการผิดปกติของหัวใจ และสามารถก่อให้เกิดอาการผิดปกติของหัวใจอื่นๆ ได้

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) คือภาวะที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปกติหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรในห้องหัวใจ ส่งผลให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะตามธรรมชาติ ซึ่งอาจเต้นเร็วหรือช้าเกินไป ทำให้การสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหลอดเลือดสมองอุดตันเพิ่มมากขึ้น และสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็ก ผู้มีอายุตั้งแต่ 20-40 ปีขึ้นไป จนถึงผู้สูงอายุ

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

สาเหตุของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

–  โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ลิ้นหัวใจรั่ว ผนังหัวใจหนาผิดปกติ หลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจวาย แผลเป็นที่เนื้อเยื่อหัวใจจากอาการหัวใจวาย รวมถึงผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดหัวใจมาก่อน

ความดันโลหิตสูง ซึ่งทำให้ผนังของหัวใจห้องล่างด้านซ้ายหนาขึ้น และเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

ปัญหาการทำงานของต่อมไทรอยด์ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ และไทรอยด์ต่ำ

โรคเบาหวาน และผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง

ผู้ที่มีภาวะเครียด วิตกกังวล กดดัน พักผ่อนไม่เพียงพอ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้อัตราการหายใจไม่ปกติ

เกลือแร่ในเลือดไม่สมดุล (Electrolyte Imbalance) สาเหตุจากอิเล็กโทรไลท์ในเลือดที่มีหน้าที่กระตุ้นและเป็นสื่อให้กระแสไฟฟ้าในหัวใจเกิดภาวะเพิ่มขึ้นหรือลดต่ำลงผิดปกติ ซึ่งส่งผลทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ

การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก การสูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน

การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาแก้หวัด หรือยาแก้ไอ หรือยาอื่นๆ ที่มีส่วนผสมที่กระตุ้นการทำงานของหัวใจ

ผู้สูงอายุ อาจมีการเสื่อมสภาพของระบบไฟฟ้าหัวใจ ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ

ผู้สูงอายุที่ต้องรับประทานยาที่มีผลข้างเคียงต่อการเต้นของหัวใจอย่างสม่ำเสมอ จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้มากกว่าปกติ

วิธีการสังเกตอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ

– ใจสั่น หายใจหอบ เหงื่อออกมาก

– หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ (มากกว่า 100 ครั้งต่อนาที) หรือหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ (น้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที)

– เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงจนอาจมีอาการล้มฟุบ เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจหดตัว จนไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปสู่ร่างกายได้ โดยเฉพาะสมอง ซี่งอาจส่งผลทำให้หมดสติ หากไม่สามารถทำ CPR เพื่อให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ จะเกิดภาวะสมองตายและเสียชีวิตในที่สุด

– วิงเวียนศีรษะ ตาลาย หน้ามืด เป็นลม หมดสติ

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

การตรวจรักษาอาการโรคหัวใจผิดปกติ

– ซักประวัติถึงอาการ โรคประจำตัวต่างๆ กรรมพันธุ์ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความเครียด วิตกกังวล และการบริโภค นอกจากนี้ยังต้องตรวจเลือดเพื่อหาสารต่างๆ ในร่างกาย การทำงานของต่อมไทรอยด์ และทำการตรวจหัวใจต่อไป

– การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: ECG) ในขณะที่มีอาการ

– การติดเครื่องบันทึกคลื่นหัวใจไว้ที่ตัวผู้ป่วยเป็นเวลา 24 หรือ 48 ชั่วโมง (Holter monitoring test) ในกรณีที่ไม่ได้มีอาการตลอดเวลา หรือ ในกรณีเป็นนานๆ ครั้ง แพทย์จะใช้เครื่องมือ Event Monitor ให้ผู้ป่วยนำกลับบ้าน เมื่อมีอาการ โดยผู้ป่วยสามารถกดปุ่มที่เครื่องมือและนำมาแนบหน้าอกเพื่อบันทึกอาการผิดปกติ

– การผ่าตัด

การป้องกันภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และดูแลหัวใจให้แข็งแรง

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ควบคุมการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณที่เหมาะสม

รับประทานอาหารทำช่วยบำรุงหัวใจที่อุดมไปด้วยโปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืช หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง

– ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียด วิตกกังวลอย่างสม่ำเสมอ

ควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับปกติ

หมั่นตรวจสุขภาพ ควบคู่กับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอย่างน้อยปีละครั้ง

– อ่านคำเตือนบนฉลากก่อนใช้ยาทุกครั้ง และใช้ยาด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะยาบางชนิดมีส่วนผสมที่กระตุ้นการทำงานของหัวใจ

เรื่อง : พีรภาส
ที่มา : bumrungrad.com / pobpad.com / seedoctornow.com

ติดตามผ่านไลน์ คลิก   ติดตามบทความดีๆ ผ่าน Facebook

Kullastree Magazine
Kullastree Magazine

นิตยสารกุลสตรี นิตยสารสำหรับผู้หญิงทุกคน

No Comments Yet

Comments are closed