จากประสบการณ์ส่วนตัวของผม (ผู้เขียน) ผมเคยอยู่ในวงสนทนากับกลุ่มคนที่กำลังพูดถึงดนตรีร็อคอย่างออกรส และเมื่อผมพูดถึงวงดนตรีร็อคในตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง The Beatles ก็มีคู่สนทนาอีกคนแทรกว่า

“The Beatles มันไม่ใช่เพลงร็อค”

ผมที่เป็นแฟนสี่เต่าทองตัวยง ที่ฟังครบทุกเพลง ทุกอัลบั้มถึงกับขึ้นเลยครับ ก็ไม่ได้จะลุกขึ้นไปต่อยตีอะไรหรอกนะครับ แต่มันขึ้นเพราะว่า ผมเป็นแฟนเพลงของวงนี้ ผมเลยศึกษาและค้นพบว่าวงนี้คือวงร็อค เป็นวงดนตรีแนวร็อคที่มีโครงสร้างต่างๆ ที่สามารถเรียกได้ว่า Rock band แบบเต็มตัวต่างหาก อีกทั้งพวกเขาคือต้นแบบของวงดนตรีร็อคในปัจจุบันไม่มากก็น้อย ถ้าให้ผมคิด ผมคิดว่าทั้งจอห์น พอล จอร์จ และริงโก ต่างทำเพลงด้วย Attitude แบบวงร็อค ไม่ใช่แบบป๊อปแน่นอน

หลังจากที่ผมรู้สึกว่าวงสนทนานั้นกร่อยสุดๆ ผมก็ระลึกและคิดในแง่ดีได้ว่า หล่อนคงจะฟังมาแค่บางเพลง และรู้จักวงนี้แค่ผิวเผินแน่ๆ เลย แต่ช่างมันเถอะ ความสนใจคนเราย่อมแตกต่างกันได้ วงป๊อปและดนตรีป๊อปก็ไม่ได้ผิดอะไร (เพราะผมก็ชอบฟังเพลงป๊อปดีๆ เหมือนกัน)

แต่ผมก็ยังอยากอธิบายเรื่องนี้ให้ทุกคนที่เพิ่งรู้จัก หรือยังไม่รู้จักวงร็อคในตำนานวงนี้ ให้ได้รู้จัก และเข้ามาลองฟังกันอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น ผมจึงเขียนบทความนี้เพื่อบอกกับหนุ่มๆ นักฟังเพลงทั่วโลกว่า วงสี่เต่าทองนี่แหละ คือวงร็อคนะครับ (โว้ย) ไม่ใช่ป๊อป และนี่คือห้าเหตุผลที่ทำให้ผมและแฟนๆ สี่เต่าทองทั่วโลกเชื่อกันอย่างนั้น ถ้าไม่เชื่อก็ลองอ่าน!

โครงสร้างเพลงร็อค 100% ภายใต้ Attitude แบบป๊อป และการตลาดแบบป๊อป

ก่อนปี 1963 ที่อัลบั้ม Please Please Me วางแผง แม้ว่าจะมีวงดนตรีแบบแบนด์ขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ชัดเจน และยังไม่มีตัวตนขนาดนั้น เป็นเพียงแบ็คอัพของนักร้องเดี่ยวอีกที อย่างเช่นเอลวิส เพรสลีย์ หรือบัดดี ฮอลลี่ หรือไม่ก็ฉีกแนวไปเล่นกีตาร์โปร่งแบบเดี่ยวๆ ไปเลยอย่างบ็อบ ดีแลน

ด้วยฝีมือของไบรอัน เอปสไตน์ ผู้จัดการวงคนแรก พวกเขาทั้งสี่จึงถูกออกแบบให้มีความเป็นวงดนตรีที่มีตัวตนและเข้าถึงง่ายมากขึ้น ด้วยการทำให้ทุกอย่างง่าย (และป๊อป) ด้วยการใส่สูทแบบเดียวกัน ตัดผมทรง Mop top เหมือนๆ กัน เพื่อให้มีความเป็นกลุ่มก้อนที่มีเอกลักษณ์ ไม่ใช่วงดนตรีแบบก่อนๆ ที่ใครอยากแต่งอะไรก็แต่งจนไม่มีใครจำชื่อสมาชิกวงได้

รวมถึงวางภาพลักษณ์ที่แปลกใหม่ด้วยการให้พวกเขา “แต่งเอง ร้องเอง” เพื่อแหวกแนววงดนตรียุคก่อนๆ ที่มักจะมีคนอื่นแต่งเพลงให้ พวกเขาทั้งสี่สามารถแต่งเพลงได้ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกจุดที่บ่งบอกว่า พวกเขาเป็นร็อคแบนด์ ซึ่งหลังจากที่เดอะ บีทเทิลส์ก่อตั้ง ก็ทำให้มีร็อคแบนด์เกิดขึ้นมาร่วมในยุคเดียวกันอีกนับร้อยนับพัน

และการบุกของเพลงอังกฤษ (British Invasion) ไปสู่ตลาดโลกของสี่เต่าทองนั้น ทำให้เกิดฟอร์มแบบร็อคแบนด์ (นักร้องนำ-กีตาร์-เบส-กลอง) อย่างที่เราพบเห็นได้ในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้วงดนตรีร่วมรุ่น และรุ่นน้อง ตั้งชื่อวงนำหน้าด้วยคำว่า “The” ตามกันอย่างมากมาย

เครื่องดนตรี และซาวนด์ดนตรี ที่ทำให้เป็นมากกว่าเพลงป๊อป

คุณอาจเถียงว่า ก็ 6 อัลบั้มแรกของพวกเขาก็มีเพลงป๊อปอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ สาวๆ ยุคนั้นถึงได้ชอบถึงขั้นกรี๊ดแตก ซึ่งก็จริงครับ พวกเขาก็มีเพลงป๊อปในหกอัลบั้มนี้อยู่ แต่ก็อย่าลืมว่า พวกเขามีความเป็นร็อคแบนด์ ซึ่งหากจะวัดกันที่ดนตรีและสุ้มเสียง ก็ต้องบอกว่าพวกเขานี่แหละ คือคนที่ทำให้มือกีตาร์กลายเป็นกีตาร์ฮีโร่อย่างทุกวันนี้

The Beatles

6 อัลบั้มในยุคต้น ที่มีซาวนด์ร็อคแบบป๊อปๆ ไล่ตั้งแต่ Please please me , With The Beatles , A Hard day’s night ,
Beatles for sale, HELP! และ  Rubber soul 
ซึ่งหลังจากห้าอัลบั้มนี้เป็นต้นไป
เพลงของพวกเขาก็ไม่มีความป๊อปอีกเลยตลอดกา

การใช้เสียงกีตาร์ไฟฟ้าต่อผ่านตู้แอมป์ Marshall แล้วปรับสัญญาณให้เสียงแตก (Distortion) แบบเบาๆ ทำให้การริฟฟ์กีตาร์กลายมาเป็นเอกลักษณ์ที่ต้องมีในเพลงร็อคอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ รวมถึงการใช้เบสไฟฟ้าของพอล ที่กลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญ จากแต่เดิมที่ใช้ดับเบิลเบสใหญ่ๆ ที่ไม่เหมาะสุดๆ เมื่อนำมาเล่นกับดนตรีเร็วๆ เร่งๆ และเสียงกีตาร์แตกแบบอ่อนๆ ในแบบเดอะ บีทเทิลส์

อ้อ ถ้าคุณมีโอกาสได้ไล่ฟังตั้งแต่แทร็คแรกของอัลบั้มแรก Please please me” จนไปถึงแทร็คสุดท้ายของอัลบั้ม “Let it be” อย่าง “Get back” จะพบว่า เพลงของพวกเขานั้นมีความแตกต่างที่น่าสนใจในแต่ละอัลบั้มที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน จากวงร็อคที่มีความป๊อป กลายมาเป็นร็อคที่ทดลองมากขึ้น แปลกมากขึ้น ดิบเถื่อน ไม่ประนีประนอม และสับสนอลหม่านยิ่งขึ้นในทุกๆ อัลบั้ม แล้วคุณจะค้นพบเลยว่า วงนี้มันเป็นวงอัจฉริยะจริงๆ

Helter Skelter” เพลงพ่อของชาวเฮฟวี่เมทัลทั้งปวง

สายเมทัลบางคนอาจถกเถียงกันว่า เพลงใดของศิลปินคนไหน คือเพลงร็อคแนวเฮฟวี่เมทัลเพลงแรกกันแน่ แต่นักฟังเพลงหลายคนลงมติให้ว่า เพลง Helter Skelter จากอัลบั้มปกขาวที่วางแผงในปี 1968 อย่าง “The Beatles” จากฝีมือการแต่งและแหกปากของพอล แมคคาร์ทนีย์ นี่แหละคือหนึ่งในเพลงเฮฟวี่เมทัลเพลงแรกๆ ของโลก!

ปกอัลบั้ม The Beatles ที่มีเพลง Helter Skelter บรรจุอยู่ในอัลบั้มด้วย

ต้องอย่าลืมว่า ในสมัยนั้นจะหาเพลงที่ตะโกนแหกปาก รวมถึงการใส่เอฟเฟคกีตาร์เสียงแตกสนั่นแบบนั้นยังไม่ค่อยมี และจริงอยู่ที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนริเริ่ม แม้ว่าสี่เต่าทองจะเป็นผู้กรุยทางแนวฮาร์ดร็อคมาก่อนหน้าแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า The Rolling stone, Led Zeppelin, The Kinks และ The Who คือผู้ที่ทำให้ดนตรีฮาร์ดร็อคและเฮฟวี่เมทัลนั้นชัดเจนขึ้น

และในช่วงที่วงหินกลิ้ง Rolling stone กำลังพัฒนาซาวนด์ของตัวเองด้วยการปรับ Distortion กีตาร์ให้เสียงแตกดังสนั่นมากกว่าเพลงก่อนหน้าของตัวเอง พอลที่ได้ยินเพลงเหล่านั้นเข้าจึงเกิดอยากจะแข่งกับพวกเขา ด้วยการทำเพลงฮาร์ดร็อคที่หนักกว่า เสียงกีตาร์แตกมากกว่า แหกปากและรุนแรงหนักหน่วงมากกว่า จึงเป็นที่มาของเพลงนี้ รวมถึงเพลงอื่นๆ อีก 29  แทร็คในอัลบั้มปกขาวนี้ ก็เต็มไปด้วยเพลงแนวเฮฟวี่และฮาร์ดร็อคที่เข้มข้น และหนักหน่วงกว่าอัลบั้มอื่นๆ ที่ผ่านมา

และด้วยความเร่าร้อนสะใจสุดขีดคลั่งของเพลงนี้ ที่ได้กลายเป็นหนึ่งในแม่แบบของฮาร์ดร็อค ที่จะพัฒนาต่อจนกลายไปเป็นร็อคแนวเฮฟวี่เมทัลต่อไปในช่วงยุค 70’s แฟนเพลงและนักวิจารณ์เพลงทั่วโลกจึงมอบตำแหน่งหนึ่งในเพลงเฮฟวี่เมทัลเพลงแรกๆ ของโลกให้กับเพลงนี้ไปโดยปริยาย

Psychedelic rock ที่รู้จักกันไปทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ในอัลบั้ม Revolver พวกเขาได้ทำให้โลกมึนเมาด้วยเพลงแนวร็อคของคนเมายา อย่าง Psychedelic rock ที่เป็นร็อคที่เน้นการสร้างบรรยากาศอันล่องลอย ย้วยย้าย หนืดหนาด สีสันฉูดฉาดและบิดเบี้ยวเกินจริง อันเกิดจากความรู้สึกหลังจากใช้ยาเสพติต (ไม่เชื่อลองฟังเพลง Yellow Submarine, Doctor Robert หรือ Tomorrow never knows ดูนะ)

ช่วงกลางยุค 60’s จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่ไซคีเดลลิคร็อคเบ่งบานและเฟื่องฟู ผลงานร็อคแบบเมาๆ ของพวกเขาชัดเจนและยิ่งขึ้นใน 3 อัลบั้มต่อมาอย่าง Sgt. Pepper’s Lonely hearts Club Band , Magical Mystery Tour และ Yellow Submarine จนเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดวงดนตรีแนวนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ อย่างเช่น The Grateful Dead, Jefferson Airplane, Pink Floyd หรือ The Rolling stone ในบางอัลบั้ม

The Beatles

เป็นแม่แบบให้กับวงร็อคในปัจจุบัน

แฟนเพลงวง Oasis วงบริทป๊อป (แนวเรียกว่าบริทป๊อป แต่จริงๆ ก็คือร็อคแนวหนึ่งนะ) คงรู้กันดีว่า เพลงของพวกเขาได้รับอิทธิพลจาก The Beatles มาแบบเต็มๆ เพียงแต่ว่ามีการแต่งเติมซาวนด์บางอย่างให้เข้มข้นหนักหน่วงกว่าเดิม จนเพลงของพวกเขากลายเป็นตำนาน แม้ว่าวงจะแตกไปแล้วเพราพี่น้องเจ้าของวงทะเลาะกัน (ฮา) อีกวงที่ยอมรับว่า สี่เต่าทองมีอิทธิพลต่อชีวิตและเพลงของพวกเขานั่นคือ Nirvana เคิร์ท โคเบน นักร้องนำผู้ล่วงลับนั้นเติบโตมากับเพลง The Beatles ที่พ่อแม่ของเขาชื่นชอบและเปิดฟังบ่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ หรือแม้แต่วงใหม่ๆ อย่าง Maroon5 ก็เป็นแฟนของสี่เต่าทองเหมือนกัน แม้ว่าเพลงยุคหลังๆ จะป๊อปไปหน่อยก็ตาม (ฮา)

หรือแม้แต่วงไทยๆ หลายวงก็มีสี่เต่าทองเป็นแรงบันดาลใจนะ เอาที่ใหม่สุดๆ ก็อย่างเช่น The Rich man toy อัลบั้มล่าสุดอย่าง “ตะวันเลียตูด” ก็มีกลิ่นอายโฟล์คร็อคฮิปปี้แบบสี่เต่าทองยุคท้ายๆ (Let it be) แฝงเอาไว้เหมือนกัน

นี่แหละคือเหตุผลที่ผมกล้าพูดว่า The Beatles คือวงร็อคตัวพ่อในตำนานอย่างแท้จริง อุตส่าห์ยกเหตุผลชักแม่น้ำมาซะขนาดนี้แล้ว ถ้ายังหาว่า The Beatles เป็นวงป๊อปที่มีแต่เพลงจีบสาวน่ารักๆ อีกละก็นะ เฮ้อ…

[Sassy_Social_Share]
37