กลิตเตอร์ (Glitter) คือวัตถุตกแต่งที่เรามักรู้จักกันในนามของ “กากเพชร” ที่เอาไว้สำหรับตกแต่งร่างกายให้มีความประกายแวววาวดุจเพชร ด้วยความที่มันแวววาวฟรุ้งฟริ้ง และมีหลากหลายสีให้เลือก อีกทั้งมีผสมอยู่ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่เชื่อไหมว่า สิ่งตกแต่งน่ารักๆ แวววาวเหล่านี้ เป็นตัวการทำลายโลกที่ส่งผลกระทบรุนแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

กลิตเตอร์คืออะไร? ใช้ทำอะไร?

กลิตเตอร์ถูกค้นพบว่ามีการใช้งานมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 30,000 ปี โดยกลิตเตอร์ที่ผลิตจากแร่ชนิดต่างๆ เช่นแร่ออกไซด์ และการนำเอาปีกของแมลงไปบดเพื่อให้ได้ผงที่มีประกายแวววับไปใช้ในทางศิลปะ คือการนำไปผสมกับสีเพื่อใช้เขียนบนผนังถ้ำ รวมถึงใช้ผสมกับเครื่องสำอางเพื่อใช้แต่งหน้า ในอารยธรรมอียิปต์ มีการผลิตกลิตเตอร์ด้วยการนำเอาด้วงบางชนิดที่มีปีกสีสันสดใสมาบดเป็นผง รวมถึงใช้ผงแวววาวจากแร่ไมกาเพื่อใช้ในการตกแต่งร่างกาย รวมถึงการตกแต่งสถาปัตยกรรมต่างๆ จนมาถึงเมื่อ 8,000 ปีที่ผ่านมา ในทวีปอเมริกา ได้มีการใช้ผงที่มีประกายสีขาวเทา ที่ทำจากแร่ที่มีชื่อว่า “กาลีนา” สำหรับใช้เป็นวัตถุตกแต่งในเครื่องประดับ เช่น ลูกปัด และวัตถุอื่นๆ

กลิตเตอร์

กลิตเตอร์นั้นมีบทบาทในหลายวงการ ตั้งแต่วงการแฟชั่นความงาม ที่ใช้ในการตกแต่งใบหน้า เล็บและผิวหนัง ผสมในเครื่องสำอาง สีทาเล็บ และเครื่องสำอางอื่นๆ เพื่อให้เกิดประกายแวววาวแปลกตา และยังถูกใช้ในด้านศิลปะ เช่น การประดับตกแต่งภาพวาดและงานศิลปะให้มีประกาย หรือตกแต่งวัตถุอื่นๆ อย่างเช่น สิ่งของกระจุกกระจิกต่างๆ ของเล่นเด็กบางชนิด ใส่ในเบ็ดตกปลาเพื่อล่อปลามากินเหยื่อ และในปัจจุบันมีการนำเอากลิตเตอร์มาใส่ในอาหารอีกด้วย

กลิตเตอร์ทำลายโลกได้อย่างไร?

กลิตเตอร์ในปัจจุบันนั้นทำมาจากพลาสติกชนิดโพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PETE) หรืออลูมิเนียม ซึ่งถูกนำมาทำให้เล็กลงมากกว่า 5 มิลลิเมตร มันจึงเป็นหนึ่งใน “ไมโครพลาสติก” (Micro plastic) แบบเดียวกับเศษใยผ้า ชิ้นพลาสติกที่ถูกย่อยเป็นเศษเล็กเศษน้อย รวมถึงเม็ดบีดส์ที่ผสมในโฟมล้างหน้า สบู่ และยาสีฟันบางชนิดที่ปนเปื้อนอยู่ในทะเล แม้ว่ากลิตเตอร์จะหมดความเงาประกายไปแล้ว แต่มันก็ยังคงเป็นพลาสติกชิ้นจิ๋วที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ และลอยอยู่ในน้ำตั้งแต่พื้นผิว ลึกจนไปถึงก้นของมหาสมุทรได้นับร้อยปี

กลิตเตอร์

ไมโครพลาสติกต่างๆ นั้น เกิดจากน้ำที่ชะล้างกลิตเตอร์ที่ติดในร่างกาย เสื้อผ้า โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ นับล้านล้านตันต่อวัน ปะปนลงสู่แม่น้ำ และไหลรวมลงสู่ทะเลและมหาสมุทร แม้ว่าจะเป็นพลาสติกเล็กๆ แต่เมื่อรวมกันมากๆ ก็สามารถส่งผลร้ายแรงต่อระบบนิเวศในมหาสมุทรได้ และยังเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเล เช่น ปลา หอย แพลงตอน ฯลฯ และนกทะเล ซึ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนจนสัตว์เหล่านี้ต้องตายลง หรือไม่ก็ถูกจับขึ้นมาเป็นอาหารคนและอาหารสัตว์ต่ออีกทอด ซึ่งประมาณหนึ่งในสามของปลาทั้งหมดที่จับได้ในทะเล ล้วนมีไมโครพลาสติกอยู่ในท้อง และถ้าเรากินปลาเหล่านั้นเข้าไป ไมโครพลาสติกก็จะปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายเราด้วยอย่างแน่นอน

หรือต่อให้ไม่ต้องกิน ด้วยความที่กลิตเตอร์มีขนาดเล็ก เบาบาง จึงมีโอกาสที่เศษกลิตเตอร์เหล่านั้นจะหลุดเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้เกิดอาการปอดระคายเคือง ไอ และทำให้เกิดอาหารหายใจติดขัดได้

กลิตเตอร์

ถ้ายังอยากฟรุ้งฟริ้งด้วยกลิตเตอร์ เราจะมีทางเลือกอื่นๆ บ้างไหม?

ที่ผ่านมามีการรณรงค์ให้หยุดใช้กลิตเตอร์ในรูปแบบต่างๆ เช่น บางโรงเรียนในยุโรปประกาศแบน ห้ามใช้กลิตเตอร์สำหรับทำงานศิลปะสำหรับเด็กนักเรียน ร้านค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งในอังกฤษเริ่มหยุดการขายกลิตเตอร์แล้ว รวมถึงการคิดค้นกลิตเตอร์ที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ เช่นสารสกัดจากยูคาลิปตัส โดยนำไปเคลือบบางๆ บนชิ้นอลูมิเนียม และย้อมสีให้แวววาว แม้ว่ากลิตเตอร์เหล่านี้จะย่อยสลายได้ แต่ก็มีต้นทุนที่สูง ทำให้ราคาค่อนข้างแพงกว่ากลิตเตอร์ทั่วไป

กลิตเตอร์

ถ้าอยากรักโลก แต่ก็อยากฟรุ้งฟริ้งไปด้วย คำแนะนำที่พอจะให้ได้ก็คือ คงต้องจำใจเลิกใช้กลิตเตอร์ไปเลย หรือถ่ายรูปแล้วใช้แอพลิเคชัน ใส่ฟิลเตอร์ฟรุ้งฟริ้ง ก็คงพอจะทดแทนกันได้ (มั้ง)

[Sassy_Social_Share]
32