Skin and Hair Tips for Post-Delivery

เทคนิคดูแลตัวเองสำหรับคุณแม่หลังคลอด

ในระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่หลายท่านอาจพบว่าผิวดูมีน้ำมีนวลเปล่งปลั่งขึ้น เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงนั้น แต่ในทางกลับกันหลัง คลอดแล้วหลายท่านอาจเจอปัญหา เช่น ผมร่วง เกิดสิว หรือมีรอยแตกลายบนผิวหนัง ซึ่งอาจทำให้คุณแม่เสียความมั่นใจได้ เราจึงรวบรวมเคล็ดลับในการดูแลตัวเองเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านั้น

เรื่อง : วรารัตน์ วัฒนาประสิทธิ์

เราขอเริ่มต้นด้วยข่าวดีว่า ผลกระทบต่อผิวหรือผมที่ได้กล่าวมาเบื้องต้นนั้น จะค่อยๆ ฟื้นฟูกลับสู่สภาพปกติได้ด้วยตัวเอง จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ต่อร่างกายของแต่ละคน ซึ่งโดยส่วนใหญ่คุณแม่ก็จะง่วนอยู่กับการดูแลเจ้าตัวเล็กจนอาจทำให้ไม่ค่อยมีเวลาที่จะดูแลตัวเองมากนักผิวและผมเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดหลังคลอด สำหรับคุณแม่บางท่านอาจจะเกิดปัญหาผิวในลักษณะของการเกิดสิว รอยดำ รอยคล้ำบริเวณใต้ดวงตา รอยแตกลายบนผิวหนัง หรือเกิดอาการผมร่วงได้ ซึ่งสาเหตุของปัญหาแต่ละอย่างอาจแตกต่างกันไป   จึงควรมีวิธีการดูแลที่ต่างกัน

ปัญหาผมร่วง

    อาการผมร่วงเป็นอาการที่พบได้บ่อย ในช่วง 3 - 4 เดือนแรกหลังคลอด ในช่วงตั้งครรภ์ระดับฮอร์โมนจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผมมีสุขภาพ แข็งแรงและเกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วในทางกลับกันหลังคลอดระดับฮอร์โมนที่กลับมาอยู่ในสภาวะเดิมดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวคุณแม่อาจจะประสบกับภาวะผมร่วงซึ่งอาจดูมากผิดปกติแต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะสุดท้ายแล้วอาการผมร่วงจะลดลงและกลับมาเป็นปกติภายในระยะเวลา 6 - 12 เดือน

วิธีดูแลปัญหาผมร่วง

1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์  ทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งพบมากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักบางชนิด เช่น กระหล่ำปลี ผักโขม ถั่วชนิดต่างๆ หรือดาร์คช็อคโกแลต อาหารเหล่านี้นอกจากจะช่วยชะลอวัยแล้วยังจะช่วยบำรุง  ให้รากผมแข็งแรงซึ่งช่วยให้สนับสนุน   การเกิดใหม่ของเส้นผมอีกด้วย

2. ดูแลรักษาหนังศีรษะและเส้นผมให้สะอาดอยู่เสมอ สระผมด้วยยาสระผมสูตรอ่อนโยน และบำรุงผมด้วยครีมนวดผมเพื่อช่วยลดอาการผมแห้งแตกปลาย   ซึ่งเป็นสาเหตุของผม ฉีกขาดง่าย

3. หลีกเลี่ยงการดึงผม  หรือมัดผม หรือหวีผมอย่างรุนแรง   หลีกเลี่ยงการมัดผมที่ตึงจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดผมร่วงมากกว่าปกติ และหากหวีผมในขณะที่ผมเปียก ควรใช้หวีห่างในการหวีผมเท่านั้นเพื่อลดการดึงของเส้นผม

4. รับประทานอาการเสริม ในช่วงหลังคลอดร่างกายควรได้รับวิตามินเสริม เพื่อช่วยบำรุงและซ่อมแซมร่างกายให้กลับมามีสุขภาพแข็งแรงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในชีวิตประจำวันวิตามินที่ได้จากการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน โดยเฉพาะวิตามิน B และ C จะช่วยให้สุขภาพของเส้นผมกลับมาแข็งแรงเป็นปกติได้อย่างเดิม

5. บอกลาการใช้สารเคมีกับผม หลีกเลี่ยงการย้อมผม การยืดผมถาวร และการดัดผม ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมี เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดผมร่วงได้ อีกทั้งการทำผมเหล่านี้ หากทำแล้วต้องดูแลบ่อยๆจึงทำให้ได้รับสารเคมีในผลิตภัณฑ์อยู่เป็นประจำทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการทำผมในช่วงเวลาหลังคลอด

6. ไว้ผมสั้น หากอาการผมร่วงทำให้คุณแม่เกิดความรำคาญใจขอแนะนำให้เปลี่ยนลุคโดยการตัดผมสั้นเสียเลย เพราะจะทำให้ยิ่งง่ายต่อการดูแล

ปัญหาผิว

ผิวสำหรับคุณแม่หลังคลอดอาจต้องได้รับการใส่ใจมากกว่าปกติ ซึ่งอาจมาในลักษณะของการเกิดสิว เนื่องจากหลังตั้งครรภ์ระดับฮอร์โมนจะเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงอาจทำให้เกิดอาการสิวเห่อ ทั้งที่อาจจะเป็นคนที่ไม่เคยมีสิวมาก่อน สำหรับคุณแม่บางคนอาจมีรอยด่างดำเกิดขึ้นบนผิวระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน และโพรเจสเตอโรนที่เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลไปเพราะในท้ายที่สุดแล้วร่องรอยด่างดำเหล่านี้จะจางลงไปเองหลังคลอด นอกจากนี้คุณแม่หลายท่านอาจประสบปัญหารอยคล้ำบริเวณใต้ดวงตา สาเหตุเกิดจากกการที่พักผ่อนไม่เพียงพอเพราะต้องคอย ดูแลลูกน้อยหลังคลอด จึงทำให้ใต้ดวงตาเกิดรอยคล้ำหรือบวมได้ง่าย ส่วนปัญหารอย   แตกลายบนผิวหนังนับว่าเป็นปัญหาที่ทำให้คุณแม่หลายๆ ท่านไม่สบายใจมากที่สุดเนื่องจากเป็นปัญหาที่แก้ได้ยากกว่าปัญหาอื่น ซึ่งมักเกิดขึ้นในบริเวณหน้าท้อง แขน ต้นขา สะโพก และหลังเข่า เป็นต้น

วิธีดูแลปัญหาผิว

1. วิธีดูแลรักษาสิว ล้างหน้าด้วยสบู่สูตรอ่อนโยน ในเวลาเช้าและก่อนนอนทุกวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการอุดตันของรูขุมขน ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ สูตรปราศจากน้ำมัน เนื้อบางเบา เพื่อให้ซึมเข้าสู่ผิวได้โดยง่ายและรวดเร็ว หากต้องการให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสสามารถสครัปต์ผิวด้วยผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่มี เม็ดบีทขนาดเล็กเพื่อไม่ให้บาดผิว สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากเป็นไปได้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่อ่อนโยนต่อผิว เช่น ว่านหางจระเข้ หรือ ยูคาลิปตัส เป็นต้น

2. วิธีกำจัดรอยคล้ำและรอยบวมรอบดวงตา

ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทาอายครีมที่ช่วยลดเลือนรอยคล้ำและรอยบวมรอบดวงตาเป็นประจำทุกวัน ที่สำคัญควรหาเวลาพักผ่อน เช่น ในเวลาที่ลูกน้อยหลับอาจใช้เวลานั้นในการพักสายตาลงสักครู่ในระหว่างวัน

3. วิธีลดรอยผิวแตกลาย โดยการบำรุงผิวด้วย มอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลปัญหานี้โดยตรงในบริเวณที่คาดว่าอาจจะเกิดผิวแตกลายบริเวณหน้าท้อง แขน ต้นขา สะโพก และหลังเข่า เป็นต้น หากเกิดขึ้นโดยไม่สามารถ   หลีกเลี่ยงได้ ให้บำรุงผิวด้วยครีมที่กล่าวข้างต้นร่วมกับการออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การเดินเร็ว หรือ เล่นโยคะ ตามที่แพทย์แนะนำ

4. วิธีดูแลรอยด่างดำให้ดูจางลง โดยส่วนใหญ่แล้ว หากมีรอยด่างดำเกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์ จะจางลงไปเองโดยธรรมชาติภายในช่วงเวลา 1 ปี หลังคลอด แต่เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดรอยด่างดำเพิ่มเติมในขณะหลังคลอด ควรปกป้องผิวด้วยการทาครีมกันแดด ในเวลากลางวันทุกครั้งถึงแม้ว่าจะอยู่ในร่มก็ตาม และเพื่อช่วยให้รอยด่างดำลดเลือนเร็วขึ้น ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับลดรอยด่างดำโดยเฉพาะ

60