” ชีส ” ของโปรดของสาวๆ หลายคน ที่มีทั้งความอร่อยและอุดมไปด้วยประโยชน์ เพราะชีสแต่ละชนิดต่างมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และถ้ายิ่งเป็นชีสเยิ้มๆ ที่อยู่บนหน้าพิซซ่าล่ะก็ ทุกคนคงจะไม่ปฏิเสธที่จะกินอย่าง แน่นอน แต่ถึงจะโปรดปรานแค่ไหน ก็กังวลทุกทีว่า กินแล้วจะอ้วนและไม่ดีต่อสุขภาพ แต่สาวๆ รู้หรือไม่ว่าชีสหลากชนิดนั้น หากเรากินในปริมาณที่พอเหมาะ และเลือกกินให้ถูก แบบที่แคลอรี่น้อย ไขมันต่ำก็ไม่ได้ทำให้เราอ้วนนะ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมรายชื่อ ชนิดของ ชีส กินแล้วไม่อ้วน มาให้กับสาวๆ ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก แต่ก็ยังอาลัยอาวรณ์ให้กับเจ้าชีสอยู่ ได้ไปลองเลือกกินกัน!

จะมี ชีส กินแล้วไม่อ้วน ชนิดไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย…

Camembert Cheese / กามองแบร์ ชีส

ชีสกามองแบร์ แค่ชื่อหลายคนคงจะเดาได้แล้วว่ามาจากประเทศฝรั่งเศส มีเนื้อเนียนนุ่ม กรอบนอกนุ่มใน เพราะจะมีผิวที่แข็งนิด ๆทำมาจากนมวัว มีราสีขาวรอบนอกทั้งก้อน รสชาติจะเค็มนิดๆ ตัดด้วยรสเปรี้ยว เป็นชีสที่มีความชื้นสูง ใช้วลาบ่มประมาณ 2-3 อาทิตย์ ผลิตมากที่เมืองนอร์มังดี มักทำเป็นก้อนขนาดเล็ก ห่อด้วยกระดาษและใส่ในกล่องไม้ ไม่ว่าจะนำมาทำเป็นอาหารคาว หรืออาหารหวาน ก็อร่อย แถมให้แคลอรีเพียง 85 แคลอรี่ ต่อออนซ์

นิยมนำมาใช้ทำ : รับประทานกับขนมปัง ไวน์หรือเนื้อสัตว์ เพื่อได้เนื้อสัมผัสที่ดีและกลิ่นเฉพาะตัวของชีส

Feta cheese / เฟตาชีส

ชีสเฟต้าชีส เป็นชีสที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศกรีก ทำมาจากน้ำนมแกะและแพะ ปัจจุบันก็มีการดัดแปลงหันมาใช้นมควายมาผสมด้วย แต่แบบที่นิยมอย่างมากคือแบบที่ทำมาจากน้ำนมแพะ มีลักษณะสีขาว ๆ เนื้อนุ่ม คล้ายกับเต้าหู้ถั่วเหลือง ตัวชีสมีรสชาติเค็มอ่อนๆ หอมมัน ที่สำคัญคือมีแคลอรีและไขมันน้อย เพียงแค่ 75 แคลอรี่ ต่อออนซ์ เท่านั้น

นิยมนำมาใช้ทำ : สลัด, ใส่ในแซนวิช ฯ

Goat cheese / โก้ตชีส

ชีสโก้ตชีส หรือชีสที่ทำมาจากน้ำนมแพะ เป็นชีสสด และมีความชื้นสูง เนื้อชีสจะมีลักษณะเป็นเนื้อนิ่ม ๆ และกลิ่นค่อนข้างแรง ส่วนรสชาตินั่นจะมีรสเปรี้ยว สามารถนำมาเป็นส่วนผสมที่สำคัญในการทำแซนด์วิชได้ เพิ่มรสชาติความอร่อยให้กับแซนด์วิชเพราะมีความมันและเป็นครีม ถือว่าชีสชนิดนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของสาว ๆ ที่แพ้นมวัว แถมให้แคลฯ เพียง 75 แคลอรี่ ต่อออนซ์เองค่ะ
นิยมนำมาใช้ทำ : น้ำสลัดผัก, ชีสเค้ก

Cottage Cheese / คอทเทจชีส

ชีสCottage Cheese หรือ ชีสสด คือ หนึ่งในผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำแต่โปรตีนสูงชนิดหนึ่ง จะต่างกับชีสทั่วไปตรงที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการบ่ม พลังงานแคลอรี่จึงน้อยกว่าชีสทั่วไป ซึ่งเหมาะกับสาวๆที่ต้องการลดน้ำหนักและดูแลสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้น มีลักษณะเป็นนยแข็งแบบเม็ดเล็กๆ สีขาวครีม เนื้อนิ่มและความชื้นมากกว่า 80% มีรสชาติจืด มีกลิ่นนมขึ้นจมูก
คอทเทจชีสจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามปริมาณไขมันต่อ 1 เสิร์ฟ และในปริมาณ ½ ถ้วยตวง (Cup) หรือ 4 ออนซ์ แต่ละชนิดจะมีแคลอรี่และไขมัน ตามนี้

  • คอทเทจชีส ไขมัน 0%: พลังงาน: 80 แคลอรี่ | ไขมัน: 0 กรัม
  • คอทเทจชีส ไขมัน 1%: พลังงาน: 90 แคลอรี่ | ไขมัน: 1.5 กรัม
  • คอทเทจชีสไขมัน 2%: พลังงาน: 98 แคลอรี่ | ไขมัน: 2.5 กรัม
  • คอทเทจชีสไขมัน 4%: พลังงาน: 110 แคลอรี่ | ไขมัน: 5 กรัม

ผู้หญิงส่วนใหญ่จะนิยมซื้อคอทเทจชีสที่ทำจากนมไขมันต่ำ 2% มากที่สุด เพราะรสชาติจะดีกว่า และปริมาณไขมันแค่นี้มีมีผลกับน้ำหนักตัวมากเท่าไหร่

นิยมทำมาใช้ทำ : ทานกับของหวานหรือสลัดผลไม้ ทั้งสดและอบแห้ง

Mozzarella cheese /มอซซาเรลลาชีส

ชีสเป็นชีสสดที่มีความยืดเยิ้ม เนื้อนุ่มเหนียว กลิ่นไม่แรงมาก เพราะไม่ได้ผ่านกระบวนการบ่มให้ และให้แคลอรี่เพียงแค่ 70 แคลฯ ต่อออนซ์เท่านั้น รักษาความสดและชุ่มชื่นโดยการแช่ในน้ำ รสชาติไม่เค็ม ปัจจุบันผลิตได้ทั้งจากน้ำนมวัวและน้ำนมควายเหมาะกับการนำมาทำอาหารอย่างแท้จริง!

นิยมทำมาใช้ทำ : พิซซ่า, ลาซานญ่า, ผักโขมอบชีส

Parmesan cheese / พาร์เมซานชีส

ชีส กินแล้วไม่อ้วน

พาร์เมซาน เป็นชีสประเภทแข็งพิเศษ เพราะมีความชื้นน้อย ให้รสชาติเค็ม มัน ที่เข้มข้นกว่าชีสชนิดอื่น ๆ เนื่องจากผ่านการบ่มที่ค่อนข้างนาน และยิ่งบ่มนานจะมีราคาสูง ทำจากน้ำนมวัว จัดเป็นชีสยอดนิยมที่คนมักจะเอามาประกอบอาหาร เช่น พิซซ่า สปาเก็ตตี้ แถมให้พลังงานเพียงแค่ 40 แคลอรี่ เท่านั้น

นิยมทำมาใช้ทำ : พิซซ่า, สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า, ซีซาร์สลัด, พาสต้า

 

[Sassy_Social_Share]
130