Anuptaphobia หรือ อาการความกลัวที่อยากจะเป็นโสด เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับคนที่กลัวการเป็นโสด กลัวการอยู่คนเดียว กลัวว่าจะไม่มีคู่ชีวิต ซึ่งในอีกทางหนึ่งก็มักจะเป็นกับคนที่มีเคยมีแฟน มีครอบครัวแล้วแต่เลิกรากัน แต่กลับต้องทนทุกข์ทรมานกับการกลับมาเป็นโสด พูดง่ายๆ ก็คือ ยอมเจ็บปวดในความรักมากกว่าการอยู่คนเดียวแบบเหงาใจ

แน่นอนว่า ความกลัวความโสดนั้นไม่ใช่อาการแปลกประหลาด คนส่วนใหญ่ล้วนพบกับความกลัวเหล่านี้มาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ไม่ว่าจะเคยมีแฟน หรือไม่เคยมีแฟนก็ตาม หากยังอยู่ในสถานะโสด สิ่งเหล่านี้คือข้อพิสูจน์ที่จะบอกกับคนโสดทุกคนว่า ความโสดไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิดเดียว!

ยิ่งรีบมีแฟนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งผิดพลาดได้มากเท่านั้น

ยิ่งกลัวการเป็นโสดมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะผลักดันตัวเองเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่สมบูรณ์ หรือไม่เหมาะสมได้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคนผิด หรือนิสัยใจคอเข้ากันไม่ได้ เนื่องจาก ยิ่งรีบแต่งงานกัน ก็แปลว่าอาจจะมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่ยังไม่ดีพอ และยิ่งรีบแต่งงาน ก็ยิ่งมีโอกาสศึกษาดูพฤติกรรม นิสัยใจคอกันน้อยลง

มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียรายงานผลการศึกษาในปี 2014 ว่า ชาวอเมริกันที่แต่งงานและอยู่กินกันตั้งแต่อายุ 23 ปี อัตราการหย่าร้างจะอยู่ที่ 30% ในขณะที่คนที่รีบแต่งงานตั้งแต่อายุ 18 ปี จะมีอัตราการหย่าร้างเพิ่มขึ้นสองเท่า เป็น 60%

มีโอกาสเป็นอิสระและมีโอกาสเติบโตได้มากกว่า

ความอิสระกับคนโสดเป็นเรื่องคู่กันอย่างที่รู้ๆ กันดี แต่ที่ลึกลงไปมากกว่านั้นคือ คนโสดจะมีความแตกต่างกับคนที่แต่งงานแล้วคือ คนโสดมีแนวโน้มว่าจะทำงานบ้านน้อยกว่าคนที่แต่งงานแล้ว อีกทั้งยังสนใจความเป็นระเบียบภายในบ้านน้อยกว่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่คนโสดมักจะสนใจในกิจกรรมของสังคม กิจกรรมภายนอกมากกว่ากิจกรรมภายในบ้าน และคนโสดมีเวลาทุ่มเทให้กับหน้าที่การงานได้มากกว่า บริหารจัดการเวลาได้ดีกว่า ทำให้สามารถเติบโตในหน้าที่การงานได้เร็วกว่า

อีกทั้งเมื่อเป็นโสด สิ่งที่จะตามมาคือ มีโอกาสที่จะเติบโตในหน้าที่การงานได้มากกว่า เนื่องจากคนโสดสามารถตั้งเป้าหมาย และตั้งใจแน่วแน่กับเป้าหมายได้ชัดเจนกว่าคนที่แต่งงานแล้ว ที่มักมีอุปสรรคและภารกิจที่เกี่ยวกับคู่ชีวิตเข้ามาเกี่ยวพันจนทำให้เป้าหมายคลาดเคลื่อน หรือไม่คู่ครองก็อาจไม่เข้าใจเป้าหมายของอีกฝ่ายดีพอ กลายเป็นว่าแทนที่จะสนับสนุน กลับขัดขวาง และทะเลาะเบาะแว้งกันจนกระทั่งอาจล้มเหลวทั้งเป้าหมาย หรือชีวิตคู่ หรือไม่ก็ทั้งคู่เลย

เว็บไซต์ Debt.com สำรวจพบว่า มีคนโสดเพียง 21% เป็นหนี้บัตรเครดิต ส่วนกลุ่มคนที่มีครอบครัว แต่ยังไม่มีลูก จะเป็นหนี้บัตรเครดิตสูงขึ้น 27% และครอบครัวที่มีลูกแล้วจะเป็นหนี้บัตรเครดิตสูงถึง 36%

มีโอกาสสานสัมพันธ์กับคนรอบตัวได้มากกว่า

ความจริงที่คนโสดมักพบเจอคือ เมื่อเวลาเพื่อนๆ หรือคนรอบข้างมีแฟน หรือแต่งงาน พวกเขาจะหายไปจากชีวิตของเราทีละคนๆ ซึ่งถ้ามองจากมุมของคู่สมรส อาจรู้สึกว่าคนโสดดูเป็นคนเหงา แต่ข้อเท็จจริงคือ คนโสดนี่แหละที่จะมีเวลาและโอกาสในการสานสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และใกล้ชิดกับคนใกล้ตัวได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อน เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ ที่บางครั้งก็อาจจะช่วยเติมเต็มความรู้สึกได้ดีเสียยิ่งกว่าใครบางคนที่เพิ่งคบกันได้ไม่นานเสียอีก

มีแนวโน้มว่าสุขภาพจะดีกว่า

แม้ New York Times จะรายงานว่าการแต่งงานจะทำให้คนมีความสุขและพึงพอใจในชีวิตมากกว่าคนโสด โดยเฉพาะในช่วงวัยกลางคนที่เป็นช่วงเวลาที่เครียดที่สุดในชีวิต แต่คนโสดก็มีแนวโน้มว่าจะมีเวลาดูแลสุขภาพทั้งกายและใจดีกว่าคนไม่โสด ยกตัวอย่างเช่นการนอน ที่มีผลวิจัยว่าคนโสดจะมีแนวโน้มนอนหลับได้สนิท และนอนหลับได้ดีกว่าคนมีคู่ เนื่องจากไม่มีปัจจัยที่จะรบกวนการนอนที่เกิดขึ้นเมื่อต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน

[Sassy_Social_Share]
135