บ่อยครั้งที่คนวัยทำงานอาจมีอาการ ปวดหลัง แบบไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่ด้วยวิถีการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันที่ต้องเร่งรีบ และแข่งขันกับเวลาในการทำงานมากขึ้น จนอาจละเลยการดูแลสุขภาพตัวเองอย่างเหมาะสม และมองอาการปวดหลังเป็นเพียงอาการหนึ่งของออฟฟิศซินโดรมเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงนั้นอาการ ปวดหลัง ยังสามารถส่งสัญญาณได้อีกหลากหลายโรค โดยเฉพาะโรคที่คนส่วนใหญ่อาจไม่คุ้นเคย หรืออาจไม่เคยแม้แต่ได้ยินชื่อมาก่อนเลย เช่น โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึด (Ankylosing spondylitis) 

ปวดหลัง
Photo From www.nari.punjabkesari.in

โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึด เป็นโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบเรื้อรังที่ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาพบว่าโรคนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม โดยพบว่าผู้ที่มีการตรวจพบสารพันธุกรรม HLA B27 ก็จะถือว่ามีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึดมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งผู้ป่วยมักจะเริ่มมีอาการปวดหลังเรื้อรัง โดยเฉพาะอาการปวดหลังบริเวณเอวหรือกระดูกก้นกบ สิ่งสำคัญที่ควรเริ่มสังเกตและตรวจสอบตนเอง คือ อาการปวดหลังหรือรู้สึกหลังตึงขัดเรื้อรังที่นานเกิน 3 เดือนขึ้นไป โดยที่ไม่เคยได้รับอุบัติเหตุใดๆ บริเวณหลังมาก่อน อาการปวดมักจะเริ่มปวดที่บริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว โดยจะรู้สึกปวดหรือรู้สึกหลังตึงขัดมากในช่วงเวลาของการนอน ซึ่งในบางรายอาจมีอาการปวดรุนแรงมากจนต้องตื่นกลางดึกและไม่สามารถนอนต่อได้ แต่เมื่อภายหลังการตื่นนอนในช่วงเช้าและเริ่มขยับตัวทำงาน อาการปวดกลับค่อยๆ ทุเลาลงจนสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ ซึ่งลักษณะอาการปวดเหล่านี้จะตรงกันข้ามกับอาการปวดที่เกิดจากการโรคข้อกระดูกสันหลังเสื่อม หรือกล้ามเนื้อบริเวณหลังอักเสบจากการทำงาน ที่อาการจะเป็นมาเวลานั่งนานๆ หรือใช้หลังทำงาน แต่อาการจะดีขึ้นหากได้รับการพักผ่อนหรือการนอน

ปวดหลัง

ในปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึดจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ด้วยวิวัฒนาการทางแพทย์ก็สามารถทำให้ผู้ป่วยให้มีสุขภาวะที่ดี อยู่กับโรคได้อย่างเป็นสุขและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติมากที่สุด โดยแบ่งวิธีการรักษาได้ดังนี้

  • การรักษาด้วยวิธีการที่ไม่ใช้ยา การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและวิธีการปฏิบัติตัวแก่ผู้ป่วย โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มสุราและการสูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ รู้จักใช้ข้อทำงานอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันแรงที่กระทำต่อข้อมากเกินไป การนอนให้ถูกวิธี และการบริหารข้อและกระดูกสันหลังเพื่อป้องกันข้อและกระดูกสันหลังติดยึด หรือถ้ากระดูกสันหลังจะเชื่อมติดก็ให้ติดอยู่ในท่าที่เหมาะสม เป็นต้น
    • การรักษาทางยา ได้แก่ กลุ่มยาบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ ปัจจุบันได้มีการพัฒนายาที่เรียกว่า กลุ่มสารชีววัตถุ ที่จะออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งการทำงานของสารก่อการอักเสบของโรคเหล่านี้โดยตรง
    • การรักษาด้วยการผ่าตัด จะเป็นวิธีการสุดท้ายที่แพทย์จะพิจารณาใช้ในการรักษาโรคนี้ โดยแพทย์จะพิจารณาทำการผ่าตัดในผู้ป่วยรายที่มีข้อที่ได้ถูกทำลายลงไปอย่างมากแล้ว หรือเกิดภาวะข้อติดผิดรูปจนมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตอย่างชัดเจน
    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดของผู้ป่วยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึดอาจไม่ใช่เพียงการรับประทานยาให้ถูกต้องและตรงต่อเวลา แต่ยังคงต้องให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเพื่อยืดและคลายกล้ามเนื้อหรือบริเวณข้อต่อต่างๆ ให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ผู้ป่วยควรเลี่ยงกีฬาที่ต้องใช้การปะทะ

ขอบคุณ ศ.นพ.วรวิทย์ เลาห์เรณู คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

[Sassy_Social_Share]
19