บางคนครั้งเราอาจคิดไม่ถึงว่า อิริยาบถแบบไหนบ้าง ที่เราทำอยู่จนติดเป็นนิสัย และส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไม่น่าเชื่อ มาดูกันดีกว่าค่ะว่าอิริยาบถไหนบ้างที่เราจะควรปรับเปลี่ยนเพื่อสุขภาพที่ดีของเรา

 

นั่งกอดอก

นั่งกอดออกจะทำให้หัวไหล่และกระดูกสันหลังงุ้มไปข้างหน้า หลังช่วงบน สะบัก และหัวไหล่ ถูกยืดยาวออก และทำให้กระดูกคอยื่นไปด้านหน้ามีผลเสียต่อเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขน อาจทำให้มืออ่อนแรงหรือชาได้

นอกจากนี้บริเวณอกเป็นที่ตั้งของปอดและหัวใจ เมื่อใดที่หลังเรางุ้มมาก ปอดจะไม่สามารถขยาดตัวได้เต็มที่ อากาศก็ไม่สามารถเข้าไปได้อย่างเต็มที่ ร่างกายก็จะได้รับออกซิเจนน้อย หัวใจก็จะทำงานหนักขึ้น ส่งผลยังระบบทางเดินหายใจ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ไม่เต็มที่ ทำให้เกิดอาการ ปวดศีรษะ ไมเกรน และยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

 

นั่งหลังงอ

ใครที่นั่งหลังงอ อย่าลืมเปลี่ยนพฤติกรรมนะคะ ถึงแม้ว่ายังไม่เห็นผลเสียชัดเจนแต่การสะสมของพฤติกรรมนั่งหลังงอ เมื่อแก่ตัวไปจะทำให้กระดูกสันหลังเสื่อม เนื่องจากขณะที่เรานั่งหลังงอติดต่อกันนานๆ จะทำให้กล้ามเนื้อเกรงค้าง เกิดการคลั่งของกรดแลคติคจึงเกิดอาการเมื่อยล้า ปวด ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านกระดูกตามมาไม่ว่าจะเป็น กระดูกผิดรูป กระดูกสันหลังเสื่อม หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ปอดขยายได้น้อย หายใจไม่สะดวก หัวใจทำงานหนัก เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ดี

 

นั่งเก้าอี้ไม่เต็มก้น

การนั่งแบบนี้จะทำให้กล้ามเนื้อต้องทำงานหนัก เพราะฐานในการรับน้ำหนักตัวแคบ ในขณะที่การนั่งให้ก้นเต็มเบาะ ด้วยการเลื่อนก้นเข้าไปจนสุดพนักพิงจะทำให้กล้ามเนื้อทำงานน้อยและเกิดการรองรับน้ำหนักตัวได้อย่างเต็มที่

 

อิริยาบถแบบไหนบ้าง

นั่งไขว้ห้าง

การนั่งไขว้ห้างจะทำให้น้ำหนักตัวลงไปที่ก้นข้างเดียว ซึ่งผลเสียร้ายแรงที่จะตามมาคือ ทำให้กระดูกคด ต่อมาคือเส้นเลือดใหญ่บริเวณขาทั้งสองข้างจะบีบเอาไว้ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หัวใจที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดก็จะต้องทำหน้าที่หนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ทั่วถึง

ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าคนที่ชอบนั่งไขว้ห้างบ่อยๆ มักจะปวดเมื่อย บางรายมีอาการเรื้อรัง ส่งผลให้วิงเวียนศีรษะ พาลจะหน้ามืดเวลาลุกขึ้นทันทีหลังจากนั่งไขว้ห้าง แต่ที่สาวๆ มักกังวลที่สุดคงหนีไม่พ้นอาการบวมของขาที่เกิดจากการนั่งท่านี้นานๆ ใช่มั้ยล่ะคะ

 

นอนขดตัว

นึกไม่ถึงเลยค่ะ ว่านอนขดตัวจะส่งผลเสียกับสุขภาพ สาวๆ คนไหนที่ชอบนอนขดตัวคงจะต้องปรับท่านอนกันแล้วล่ะค่ะ เพราะผลเสียของการนอนขดตัวก็คือ ทำให้เส้นเลือดขอด หัวใจต้องออกแรงดันมากกว่าปกติเพื่อให้เลือดผ่านรอยคด ซึ่งผลวิจัยทางการแพทย์พบว่า พฤติกรรมการนอนขดตัวนั้นเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจอีกด้วย ส่วนท่านอนที่ดีต่อสุขภาพ คือ ท่านอนหงาย โดยให้ศีรษะอยู่ในแนวระนาบกับเพดาน ไม่แหงนหน้า หรือก้มคอมากไป ควรมีหมอนรองใต้เข่าเพื่อลดความแอ่นของกระดูกสันหลังช่วงล่าง

 

ยืนลงน้ำหนักขาข้างเดียว

การยืนแบบนี้ทำให้กล้ามเนื้อขาข้างใดข้างหนึ่งทำงานหนักเกินไป และทำให้กระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยวส่งผลให้กระดูกหลังคดงอในที่สุด การยืนที่ถูกวิธีคือการทิ้งน้ำหนักที่ขาสองข้างเท่าๆ กัน โดยยืนให้ขากว้างเท่าสะโพกเพื่อให้เกิดความสมดุลของโครงสร้างร่างกายค่ะ

 

ใส่ส้นสูงเกิน 1 นิ้วครึ่ง

สลับการใส่รองเท้าส้นสูงกับรองเท้าส้นแบนบ้างเถอะค่ะ เพราะการใส่รองเท้าส้นสูงเกิน 1 นิ้วครึ่งตลอดเวลาจะส่งผลเสียต่างๆ อย่าง ปวดหลังจากการที่หน้าเท้าต้องรับน้ำหนักเพื่อรักษาสมดุล กล้ามเนื้อสะโพกทำงานหนักเพื่อรองรับน้ำหนักตัวที่เดินไปข้างหน้า กล้ามเนื้อน่องยืดตึง ช่วงน่องขาจะเสีย ทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับโครงสร้างของกระดูก

นอกจากนี้ยังมีการวิจัยค้นพบว่า ส้นสูงมีผลต่ออารมณ์ที่แปรปรวนของผู้หญิง เนื่องจากฝ่าเท้าเป็นอวัยวะที่มีเส้นใยประสาทต่างๆ รวมกันอยู่ การที่ปลายเท้าไม่ได้สัมผัสพื้นก็เท่ากับไม่ได้บริหารอวัยวะนี้อย่างครบถ้วน ส่งผลให้สุขภาพไม่ดี นำไปสู่อารมณ์ที่แปรปรวนนั่นเองค่ะ

อิริยาบถแบบไหนบ้าง

สะพายกระเป๋าหนัก

อะไรที่ไม่ค่อยจำเป็นก็เอาออกจากกระเป๋าบ้างนะคะ เพราะการสะพายกระเป๋าหนักเกินไปจะส่งผลเสียต่อต้นคอ บ่า ไหล่ ที่ต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากต้องเกรงให้ศีรษะตั้งตรง ถ้าเมื่อไหร่ที่กล้ามเนื้อขาดความยืดหยุ่นและไม่แข็งแรง อาจทำให้กล้ามเนื้อฉีก หรือหากเคลื่อนไหวมากเกินไปอาจทำให้รู้สึกเมื่อยล้าและอ่อนเพลียได้ นอกจากนี้ยังส่งผลเสียระยะยาวคือ กล้ามเนื้ออาจอักเสบไปจนถึงปวดหลัง ปวดไหล่ถาวร ทำให้เสียบุคลิกได้

คำแนะนำสำหรับสาวๆ คือ น้ำหนักของกระเป๋าที่สะพายไม่ควรเกิน 10% ของน้ำหนักตัว แต่ถ้าจำเป็นต้องแบกของเยอะจริงๆ ควรเลือกใช้สายคล้องที่ใหญ่ นุ่ม และไม่ยาวจนเกินไป ควรสะพายใกล้กับคอมากกว่าหัวไหล่ และหมั่นออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อต้นคอ บ่า และไหล่เป็นประจำเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อค่ะ

 

หิ้วของด้วยนิ้ว บิดผ้าแรงๆ

เวลาไปช็อปปิ้งหิ้วของด้วยนิ้วกันรึป่าวคะ แล้วเวลาซักผ้าบิดผ้ากันแรงๆ รึป่าว ถ้าใครทำพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ต้องระวังนะคะ เพราะเสี่ยงที่ปลอกหุ้มเอ็นและเข็มขัดรัดเส้นเอ็นที่นิ้วมือจะอักเสบ การปล่อยให้นิ้วหิ้วของหนักบ่อยๆ จะทำให้พังผืดยึดตามข้อนิ้วมือ เนื่องจากลักษณะกล้ามเนื้อบริเวณนิ้วมือเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็กจึงเหมาะสำหรับถือของที่เบาและไม่ต้องออกแรงไม่มาก

ดังนั้น ถ้าใช้งานหนักเกินไปทำให้เส้นเอ็นมีการเสียดสี และเกิดพังผืด ยิ่งถ้าใช้แรงหิ้วมากๆ กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะรั้งกล้ามเนื้อมัดอื่นๆ เกี่ยวโยงไปถึงกระดูกคอ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งมากกว่าปกติ มีผลต่อการทรุดของกระดูกและกดทับเส้นประสาทได้ค่ะ

97