เป็นเรื่องปกติ ที่คนเราทุกคนมักจะมีความอยากรู้ในตัวเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราอาจจะตั้งกลุ่มเมาท์มอย เพื่อพูดคุยเรื่องของคนอื่นๆ แต่ถ้าเป็นตอนนี้ เรามีอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเกือบทุกอย่างในโลกได้แล้ว มันทำให้การยุ่งเรื่องชาวบ้านทั้งง่ายและสะดวก

เรื่องของตนอื่น

อีกทั้งเมื่อเรามีสิ่งที่เรียกว่า #Hashtag ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับจัดกลุ่มเรื่องราวต่างๆ ที่กระจัดกระจายให้มาอยู่รวมกัน ก็ยิ่งทำให้สะดวกต่อการ #ส่องแท็ก ยุ่งเรื่องของชาวบ้านได้อย่างง่ายดาย แล้วเบื้องหลังของความอยากรู้เรื่องชาวบ้านนั้นจะเป็นอย่างไร นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรายุ่งกับเรื่องชาวบ้าน

  • เมื่อได้ยินเรื่องราวใหม่ๆ เราจะรู้สึกตื่นเต้น และอยากจะเล่าให้ใครสักคนฟังเสมอ

  • เมื่อได้เล่าเรื่อง เราจะกลายเป็นคนที่ดูมีมิตรภาพ เพราะเมื่อยิ่งคุยกัน ก็ยิ่งมีการแลกเปลี่ยนมากขึ้น และเมื่อมีการแลกเปลี่ยนมากขึ้น มิตรภาพก็ยิ่งเบ่งบาน

  • เราจะกลายเป็นคนที่ดูน่าสนใจ เพราะมีเรื่องจะพูด และเมื่อพูด ก็มักจะมีคนฟัง และผู้คนก็พร้อมที่จะสนใจและอยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย ต่างจากคนที่เงียบๆ ไม่มีอะไรจะพูด มักจะถูกเหลียวและและถูกมองข้ามเสมอ

  • เราจะกลายเป็นคนที่รู้สึกมั่นใจ (ว่ารู้มากกว่า) เวลาที่ได้เผยแพร่เรื่องราวต่างๆ ไปสู่คนหมู่มาก

  • และได้ทำให้ตัวเราเอง และคนรอบข้างรู้สึกว่า คนที่เรากำลังพูดถึงนั้นมีชีวิตที่แย่กว่าเรา

  • เราจะรู้สึกว่ากลายเป็นคนที่มีอำนาจ เพราะเรามีข้อมูลที่มีคนรู้น้อยมากอยู่ในมือ

เรื่องของตนอื่น

แล้วเราชอบ “เผือก” เรื่องอะไรของคนอื่นๆ บ้าง

  • อัพเดทสถานการณ์ที่มีมาก่อนหน้า ว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง ประมาณว่าได้ยินข่าวมาก่อนแล้ว แต่ก็อยากทราบความคืบหน้าก่อนใคร

  • เพื่อรับทราบสิ่งแย่ๆ ของคนอื่น เพื่อให้เกิดความสบายใจว่าตัวเองนั้นยังฉลาดกว่า รวยกว่า เหนือกว่า หรือได้เปรียบคนอื่นมากกว่า

  • เพื่อเพิ่มพลังในการรับรู้ในสิ่งที่คนอื่นยังไม่รู้ เพราะเมื่อรู้แล้ว เราจะรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจในข้อมูลนั้น และจะเอาไปใช้ทำอะไรก็ได้ จะเอาไปเล่าต่อๆ กัน หรือเอาไปแฉก็ยังได้

  • เพื่อรับทราบสิ่งที่อาจจะกำลังเกิดขึ้นกับตัวเราเอง และเพื่อความปลอดภัยต่างๆ ล่วงหน้า

  • เพื่อมุ่งเน้นไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง (ที่รวยกว่า/หน้าตาดีกว่า/ดูแปลกกว่าตัวเรา ฯลฯ)

  • เพื่อทำลายคนอื่นๆ ด้วยข้อมูลที่มีมากกว่า

การยุ่งเรื่องชาวบ้านนั้น โดยรวมๆ แล้วมันก็คือการมองเห็นข้อเสียของผู้อื่น และนำเรื่องราวเหล่านั้นมาพูดต่อๆ กันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเราจะรู้สึกว่าเรื่องของคนอื่นนั้นมันสนุก บันเทิง โดยเฉพาะเรื่องความทุกข์ ความผิดพลาด ปมด้อย ข้อเสีย หรือความแปลกของคนอื่น มันมักก่อให้เกิดความบันเทิงสนุกสนาน แต่ถ้าจะถามกันจริงๆ แล้ว เราอยากให้คนอื่นมองเห็นข้อเสียของเรา หรืออยากให้คนอื่นมายุ่งเรื่องของเราหรือไม่…คำตอบคือไม่แน่นอน

เรื่องของตนอื่น

และจะยิ่งเจ็บปวดหนักเข้าไปอีกถ้ารู้ว่ามีใครกำลังวิจารณ์ข้อเสียของตัวเราเองอยู่ และจะยิ่งเจ็บปวดหนักขึ้นเมื่อคนอื่นรู้เรื่องส่วนตัวลึกๆ ที่เราไม่เคยเปิดเผยออกไป เพราะฉะนั้น ทางแก้ที่ดีที่สุด คงไม่มีอะไรดีไปกว่า การเลิกหมกมุ่นเรื่องของคนอื่น รู้ได้ แต่ต้องไม่พยายามอยากจะรู้เรื่องนั้นๆ มากเกินไป รู้เท่าที่ข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นก็พอแล้ว ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เราทรมานเวลาที่รู้สึกว่าเรารู้เรื่องนั้นน้อยกว่าชาวบ้านไปบ้าง แต่โดยรวมแล้ว เราจะได้มีเวลาเอาไปคิดในสิ่งที่ควรคิด ใส่ใจในสิ่งที่ควรใส่ใจ และมีความสุขขึ้นในการที่ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่ไม่จำเป็นกับชีวิตของเราเองมากขึ้น ชีวิตก็จะมีความสุขขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

[Sassy_Social_Share]
57