โรคเกาต์และโรครูมาตอยด์ เป็น โรคข้อที่พบมากในคนไทย ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก การแยกความเจ็บป่วยของทั้งสองโรคไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นการรู้ถึงความต่างของอาการระหว่าง โรคเกาต์และโรครูมาตอยด์ จะช่วยให้รับมือได้ทันและดูแลตัวเองได้อย่างถูกวิธี

โรคเกาต์และโรครูมาตอยด์

โรครูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่มีการอักเสบของเยื่อบุข้อ ซึ่งเยื่อบุข้อนี้จะลุกลามและไปทำลายกระดูกและข้อในที่สุด โรคนี้มิได้เป็นแต่เฉพาะข้อเท่านั้น ยังอาจมีอาการทางระบบอื่นๆ อีก เช่น ตา ประสาท กล้ามเนื้อ เป็นต้น และสามารถเป็นได้กับทุกกลุ่มอายุตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยชรา

สาเหตุการเกิดโรคมีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม การมีฟันผุ การสูบบุหรี่ ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดข้อ ข้อบวม และเคลื่อนไหวข้อลำบาก จะมีอาการมากที่สุดในช่วงตื่นนอนตอนเช้าและอาจมีอาการอยู่ 1 – 2 ชั่วโมงหรือทั้งวันก็ได้ ตำแหน่งของข้อที่มีอาการปวดมากที่สุดมักจะเป็นที่มือและเท้า แต่มีโอกาสปวดข้อตำแหน่งอื่นได้ นอกจากอาการทางข้อแล้ว ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์อาจมีอาการต่อไปนี้ได้ เช่น อ่อนเพลีย ไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร ตาแห้ง คอแห้งผิดปกติ พบก้อนใต้ผิวหนัง บริเวณข้อศอกและข้อนิ้วมือ

ในรายที่ได้รับการรักษาล่าช้าอาจเกิดการทำลายข้อถาวร เป็นผลทำให้ข้อพิการผิดรูปได้ โรครูมาตอยด์ในระยะเริ่มต้นอาจมีความลำบากในการวินิจฉัย เนื่องจากการดำเนินของโรคมักเป็นไปอย่างช้าๆ จำเป็นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วินิจฉัย ขณะเดียวกันการรักษา ได้แก่ 1) การใช้ยา 2) การพักผ่อนและการบริหารร่างกาย 3) การป้องกันไม่ให้ข้อถูกทำลายมากขึ้น และ 4) การผ่าตัดใช้รักษาโรครูมาตอยด์ในกรณีที่ข้อถูกทำลายไปมากแล้ว

โรค

ขณะเดียวกันโรคเกาต์ ถือเป็นหนึ่งในโรคข้ออักเสบเช่นกัน ลักษณะของโรคเกาต์คือ การอักเสบของข้อที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน อาจมีอาการอยู่ประมาณ 5-10 วัน แล้วหายไป ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดเป็นโรคเรื้อรัง เกิดการอักเสบของข้อแบบเป็นๆ หายๆ และจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสาเหตุของโรคเกาต์เกิดจากระดับของกรดยูริกในเลือดสูง เป็นผลมาจากการสะสมกรดยูริคในร่างกายจำนวนมาก วินิจฉัยโรคโดยการที่แพทย์จะซักถามประวัติอาการโดยละเอียด ตรวจระดับของกรดยูริกในเลือด คนที่เป็นโรคนี้มักจะมีระดับกรดยูริกในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ ตรวจสารน้ำในข้อเพื่อหาผลึกของกรดยูริก การรักษาโรคเก๊าท์ในปัจจุบันอาศัยหลักสำคัญ 3 ประการ คือ1) รักษาอาการข้ออักเสบเฉียบพลันให้หายเร็วที่สุด โดย เน้นที่เริ่มให้ยาทันที 2) ป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบของข้อจากผลึกของกรดยูริก 3) รักษาภาวะกรดยูริกสูงในเลือด และป้องกันข้อและกระดูกถูกทำลาย

โรค

ควรหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดกรดยูริกสูงในกระแสเลือด เช่น ลดความอ้วน ลดการรับประทานอาหารที่ยูริกสูง เช่น เครื่องในสัตว์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และดื่มน้ำให้มากๆ ที่สำคัญคือการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และหมั่นไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจรักษาอย่างสม่ำเสมอ นพ.สุรราชย์ ธำรงลักษณ์ กล่าว

ทั้งนี้ หากมีอาการปวดข้อแล้วไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นโรคเกาต์หรือรูมาตอยด์ ควรสังเกตตนเองและรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคและทำการรักษาโดยเร็ว เพื่อคนไข้จะได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพดังเดิม

ขอบคุณ รพ.กรุงเทพ

[Sassy_Social_Share]
49