ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนเราต้องการอยากจะสุขภาพดีด้วยการไดเอท หลายครั้งเราค้นหาวิธีการต่างๆ เพื่อให้การไดเอทเป็นไปได้ตามเป้าหมาย และบางครั้งเราก็ตกลงในวังวงแห่งมายาคติข้อมูลที่มีอยู่มากมายในอินเทอร์เน็ต หรือความเชื่อผิดๆ ที่ได้ยินมาจากคนอื่นๆ จนทำให้เราหลงทางเสียเวลากับการไดเอทที่ไมได้ผล แถมยังจะทำให้อ้วนขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก และนี่คือ 6 ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้การไดเอทกลายเป็นการทำลายสุขภาพไปโดยเปล่าประโยชน์

ไดเอท

กินข้าวแล้วอ้วน ก็เลยไม่กินข้าว

บางคนอาจเลือกที่จะไดเอทด้วยการไม่กินคาร์โบไฮเดรต หรือไม่ก็หลีกเลี่ยงการกินข้าว แต่ไปกินแป้งอย่างอื่นแทน แต่เป็นความคิดที่ผิด เพราะในปริมาณอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตปริมาณ 100 กรัมเท่าๆ กัน ข้าวมีพลังงานเพียง 133 กิโลแคลอรี่ แต่คาร์บชนิดอื่นๆ กลับมีพลังงานสูงกว่ามาก เช่น ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ให้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ ขนมปังให้พลังงาน 267 กิโลแคลอรี่ เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 400 กิโลแคลอรี่ และถ้าหากขาดการกินคาร์บ ผลก็คือ จะทำให้ขาดพลังงานจนอ่อนเพลีย วิงเวียน หน้ามืด และรู้สึกไม่อิ่มท้องจนต้องหาอะไรกินจุบจิบตลอดเวลา ในที่สุดก็ควบคุมน้ำหนักไม่ได้

อยากผอมเร็วๆ เลยงดมื้อเย็นดีกว่า

แม้ว่าการกินให้น้อยลงจะช่วยไดเอทได้ แต่ความเชื่อผิดๆ ที่คนส่วนใหญ่มักเชื่อกันคือ มักจะงดการกินมื้อเย็น ซึ่งความจริงก็คือ การงดมื้อเย็น (หรือแม้แต่การอดอาหารมื้ออื่นๆ) ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน จะทำให้ระบบเผาผลาญแย่ลง น้ำตาลในเลือดต่ำ ระบบการขับถ่ายผิดปกติ และเมื่อกลับมาทานอาหารตามปกติ อาจจะทำให้เกิดโยโย่เอฟเฟกต์จนน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ที่ถูกต้องคือ ต้องกินอาหารให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย และต้องแบ่งการกินในแต่ละมื้อ และอาหารระหว่างมื้อให้สมดุล ไม่เกินความต้องการในแต่ละวันน่าจะดีกว่า

ไดเอท

ถ้างั้นก็แบ่งกินเป็นมื้อย่อยๆ

แม้ว่าการกินอาหารเป็นมื้อย่อยๆ จะช่วยทำให้ไม่หิวง่าย เพราะช่วยชดเชยน้ำตาลในเลือดที่ลดลงเมื่อเราหิวได้ และยังทำให้สามารถลดการกินอาหารมื้อหลักได้เพราะทำให้อิ่มเร็ว แต่มันจะกลายเป็นความเชื่อผิดๆ ทันที ถ้าเราแบ่งกินเป็นมื้อย่อยๆ แต่สุดท้ายก็ยังกินมื้อหลักเท่าเดิม และก็ยังกินมื้อย่อยอยู่อีก แม้ว่าจะยังอิ่มจากมื้อหลักอยู่ สุดท้ายก็อ้วนเหมือนเดิม ทางที่ดีคือ ถ้าจะแบ่งกินเป็นมื้อย่อยๆ จะต้องมีวินัยในการควบคุมอาหารในแต่ละมื้อให้พอดี ไม่หนักไปที่มื้อใดมื้อหนึ่งจนมากเกินไป

ไดเอท

อยากผอม กินแต่ผักและผลไม้อย่างเดียวก็พอ

บางคนอยากให้น้ำหนักลดลงเร็วๆ ถึงขนาดที่ว่าไม่ยอมกินอาหารอื่นใดเลยนอกจากผักและผลไม้ ซึ่งถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะแม้ว่าจะกินจนได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ แต่ที่ไม่พอคือ สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในแต่ละวัน ซึ่งการกินแต่ผักและผลไม้ ทำให้ขาดสารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย และทำให้สุขภาพแย่ในระยะยาว ที่ควรจะทำคือ เพิ่มผักในมื้ออาหาร และรับประทานผลไม้ที่ไม่มีน้ำตาลมากเกินไปในระหว่างมื้อแทนการกินขนมหรือของหวานจุบจิบ ซึ่งจะทำให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และทำให้รู้สึกอิ่มเร็วจากกากใยอีกด้วย

หรือไม่ก็เปลี่ยนไปกินอาการแบบมังสวิรัติ

เพราะการรับประทานอาหารในช่วงไดเอท คือการควบคุมปริมาณสารอาหารเช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ให้เหมาะสมกับพลังงานที่ร่างกายต้องการ แต่เรามักถูกลวงตาว่าการกินอาหารมังสวิรัติที่มีแต่ผัก ไม่มีเนื้อสัตว์นั้นจะทำให้ไม่อ้วน ทั้งที่จริงแล้วอาหารมังสวิรัติไม่ใช่อาหารสำหรับควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งอาหารมังสวิรัติบางชนิดก็มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูงพอๆ กับอาหารปกติเลยด้วยซ้ำ ทางที่ดีคือ เลือกกินอาหารทุกชนิดอย่างพอดี และเลือกกินเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมันควบคู่กันไป

ไดเอท

กินอาหารที่ระบุว่า “ไขมัน 0% – ไม่มีน้ำตาล – แคลอรีต่ำ” เพราะ­กินแล้วไม่อ้วน

เมื่อเราเห็นข้างฉลากบรรจุภัณฑ์อาหารเขียนระบุไว้ว่า “ไขมัน 0%” “ไม่มีน้ำตาล” หรือ “แคลอรีต่ำ” แล้วมักจะเกิดความรู้สึกว่า อาหารแบบนี้กินเท่าไหร่ก็ได้ ไม่อ้วน ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะแม้ว่าจะมีไขมันต่ำจริงๆ แต่ปริมาณแคลอรีไม่ได้แตกต่างจากอาหารปกติ บางครั้งอาจสูงกว่าด้วย เพราะเมื่ออาหารมีไขมันต่ำ รสชาติมักจะไม่อร่อย ผู้ผลิตจึงต้องใส่สารเติมแต่งเพื่อให้รสชาติดีขึ้น เช่น แป้ง เกลือ หรือน้ำตาลเข้าไปทดแทน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะกินอะไร อย่าลืมอ่านส่วนประกอบ สารอาหารโดยรวม และดูตารางข้อมูลโภชนาการก่อนตัดสินใจซื้อและบริโภค

[Sassy_Social_Share]
62