หากคุณกำลังเบื่อหน่ายกับปัญหาต่างๆ ที่รุมล้อมในที่ทำงาน หากคุณรู้สึกว่ากำลังวนเวียนอยู่กับกิจวัตรเดิมๆ ที่ทำให้คุณเหี่ยวเฉา และไม่รู้สึกท้าทาย หากคุณรู้สึกว่ากำลังคันปาก อยากเมาท์ให้กับเพื่อนร่วมงานได้ทราบทั่วกัน และหากคุณรู้สึกว่า ความรำคาญหู รำคาญใจของเพื่อนร่วมงานนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย…

เราขอเสนอ 6 Topic เรื่องเมาท์ในที่ทำงานที่จะทำให้คุณได้พบกับความสุขสำราญในการเมาท์มอยฝอยฟุ้ง ที่จะเพิ่มความน่ารังเกียจให้กับเพื่อนร่วมงาน เพิ่มวิกฤติชีวิตให้ถึงจุดที่ใกล้จะตกงานมากยิ่งขึ้น และสร้างความอึดอัดคับข้องใจให้กับหัวหน้าและเจ้านายให้ได้โกรธเกลียดจนอยากจะไล่ออกไปให้พ้นๆ ไปในเร็ววัน หากพร้อมแล้ว เตรียมท็อปปิกเรื่องเหล่านี้เอาไปเมาท์มอยกันได้เลย

1. เกลียดงานนี้มากแค่ไหน
จริงๆ แล้วเรื่องนี้คล้ายคลึงกับการที่มีคนบ่นอยู่บ่อยๆ ว่าอยากลาออกจากงานอันน่าเบื่อนี้เสียเหลือเกิน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลาออกจริงๆ สักที เข้าทำนองที่ว่า “คนบ่นไม่ได้ลาออก คนลาออกไม่ได้บ่น” มันสะท้อนให้เห็นว่า คุณกำลังไม่ได้มีความเป็นผู้ใหญ่มากพอ และไม่มีความรับผิดชอบต่องานที่มากพอ แล้วก็เอาแต่โทษคนอื่นๆ ไม่ยอมแก้ปัญหา ทั้งๆ ที่ปัญหาอาจแก้ได้ไม่ยากเย็น แต่การบ่นว่าเกลียดงานมันเหนื่อยน้อยกว่า ก็เลยต้องเอาแต่บ่นไปอย่างนั้นเอง

2. เรื่องการเมือง
แม้การเมืองจะเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากแค่ไหน แต่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย เรื่องการเมืองก็ยังเป็นเรื่องที่พูดคุยทีไรก็ชวนให้ “วงแตก” ได้ทุกครั้งไป จริงอยู่ที่คนฟังอาจเลือกที่จะประนีประนอม ยอมฟังในสิ่งที่เขาไม่ได้เห็นด้วยเลยสักนิด แต่ต้องยอมกลั้นใจฟังความเชื่อของเรา แต่มันจะมีสักกี่ครั้งกันที่ใครจะยอมรับรู้เรื่องราวที่เขาไม่เห็นด้วย และยิ่งถ้าประกาศอุดมการณ์ชัดเจน แต่ดันอยู่ห้อมล้อมกับคนที่คิดตรงข้ามกับเราทั้งออฟฟิศ รับรองได้ว่ามีหนาว

3. นินทา ติเตียนเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านาย
การนินทาเพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านาย อาจเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในออฟฟิศอยู่แล้ว แต่สิ่งที่คนไม่ค่อยรู้คือ การนินทาในออฟฟิศนั้นลุกลามง่ายและรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง และยากที่จะหยุดได้ ซ้ำร้าย ยิ่งนินทามากเท่าไหร่ แนวโน้มที่เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริงแบบเป๊ะๆ ก็เป็นไปได้ยาก สุดท้ายแล้ว เรื่องนั้นอาจถูกบิดไปจากความเป็นจริง และอีกอย่างคือ เรามักจะนึกไม่ออกว่า เวลาที่เรานินทาคนอื่นกับเพื่อนร่วมงาน พวกเขาก็มีโอกาสนินทาเราได้ตอนที่เราไม่อยู่เช่นเดียวกัน

4. บอกว่าอยากจะลาออก
เรื่องบางเรื่องก็มีแต่เจ้านาย หรือหัวหน้าที่ทำงานด้วยกันบ่อยๆ เท่านั้นจึงจะเข้าใจ ฉะนั้น การบ่นว่าจะลาออกกับเพื่อนร่วมงาน (โดยเฉพาะการบ่นซ้ำๆ ซากๆ อยู่บ่อยๆ) นั้นนอกจากจะไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดแล้ว ยังดูน่ารำคาญและดูอ่อนแอในสายตาเพื่อนร่วมงานอีกต่างหาก เรื่องนี้คนที่ควรรู้คนแรกควรเป็นหัวหน้าสายตรง ลองคุยกันให้เข้าใจในเหตุผล และหลังจากนั้น หากเพื่อนร่วมงานบางคนจะเข้ามาถามไถ่เพราะรู้เรื่องราวบ้าง ก็ค่อยชี้แจงไปตามตรง

5. เรื่องส่วนตัวในบ้าน
เคล็ดลับง่ายๆ ที่คนมักหลงลืมคือ ถ้าไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวถูกเปิดเผย ก็อย่าเอามาเล่า โดยเฉพาะปัญหาเรื่องส่วนตัว เรื่องความสัมพันธ์ ครอบครัว เรื่องเพศ หรือเรื่องลับๆ ภายในบ้าน เพราะคงไม่มีคนนอกบ้านคนไหนที่จะสามารถเข้าใจปัญหาส่วนตัวและปัญหาในบ้านได้จริงๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น การเล่าเรื่องส่วนตัวแบบหว่านไปทั่วจึงเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ จะดีกว่าถ้าหากมีเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้ และเลือกที่จะเล่าหรือปรึกษาเรื่องส่วนตัวกันนอกเวลางาน และหาทางที่จะช่วยกันยับยั้งความเครียดจนส่งผลกระทบต่อเรื่องงาน

6. วิพากษ์วิจารณ์แผนของบริษัท
จริงอยู่ที่ในการทำงาน ทุกคนมีสิทธิ์ออกความเห็นในเรื่องต่างๆ แต่ถ้าเป็นการออกความเห็นในที่ประชุม ด้วยหลักการและเหตุผล ด้วยเจตนาที่หวังจะให้บริษัทก้าวหน้า เรื่องมันก็คงง่าย แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่เลือกที่จะเมาท์ นินทากับเพื่อนร่วมงานนอกเวลาประชุม ซึ่งนอกจากจะไม่มีประโยชน์ใดๆ (เพราะความคิดเห็นไปไม่ถึงผู้บริหาร) แล้ว ที่สำคัญคือ เราอาจไม่ทันรู้ตัวว่า ความไม่เห็นด้วยกับความคิดที่ออกมาจากเพื่อนร่วมงานที่เราไม่ชอบ หรือข้อเสนอที่เราคิดว่าไม่ใช่ จริงๆ แล้วอาจเป็นเพียงอคติที่เกิดจากความกลัวเจ้านาย กลัวโดนแซงหน้า หรือแค่รู้สึกว่าอยากหาพรรคพวกมาช่วยกันเตะตัดขาหมอนั่นไม่ให้ได้ผุดได้เกิดกันเถอะ

[Sassy_Social_Share]
76