หมายเหตุจากผู้เขียน – เนื่องจากคอลัมน์ Special Scoop เรื่อง PEOPLE ON [36] FRAMES. ในนิตยสารกุลสตรี ฉบับ 1133 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกระแสกล้องฟิล์มที่กำลังกลับมาในช่วงนี้ ผู้เขียนได้ไปคุยกับช่างภาพหญิงที่มีชีวิตคลุกคลีกับกล้องฟิล์ม และร้านล้างฟิล์มเปิดใหม่ที่กลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นสยามภายในเวลาไม่นาน

และด้วยเนื่องจากบทสัมภาษณ์ภายในเล่ม มีเนื้อหาที่พูดถึงเรื่องเฉพาะทางในระดับหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการถ่ายภาพด้วยฟิล์ม และอุปกรณ์กล้องที่อาจทำให้คนที่ไม่ได้ศึกษาและเล่นกล้องฟิล์มมาก่อนอาจยากที่จะทำความเข้าใจ ผู้เขียนจึงเพิ่มเนื้อหาเพื่อแนะนำอุปกรณ์และกล้องฟิล์มที่กล่าวถึงในบทสัมภาษณ์ เพื่ออธิบายความแตกต่างของอุปกรณ์ต่างๆ ให้พอเห็นภาพคร่าวๆ

รวมไปถึงว่า หากอ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจในการถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์ม บทความนี้ก็จะเป็นการแนะนำฟิล์มและอุปกรณ์แบบคร่าวๆ ให้รู้จักเป็นเบื้องต้นก่อนที่จะไปหามาเล่นจริงๆ ได้ด้วย

การแนะนำอุปกรณ์กล้องและฟิล์มในบทความนี้ เป็นการแนะนำอุปกรณ์ฟิล์มในเบื้องต้น และเลือกแนะนำเฉพาะกล้องและฟิล์มในระดับที่ใช้กันทั่วไป ที่ยังคงหาได้ในปัจจุบัน และข้ามการแนะนำอุปกรณ์ที่หายาก เลิกผลิตไปแล้ว และอุปกรณ์ระดับมืออาชีพ โดยอุปกรณ์และฟิล์มแต่ละรุ่นก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไปตามปัจจัยต่างๆ อีก


Camera – ชนิดของกล้อง

FilmToy Camera

กล้องฟิล์มพื้นฐานกลไกไม่ซับซ้อน ไม่มีระบบไฟฟ้า ไม่มีแฟลช ไม่มีระบบวัดแสง เวลาถ่ายต้องกรอฟิล์มเอง และถ้าถ่ายหมดม้วนก็ต้องกรอฟิล์มกลับเอง
วัสดุภายนอกและเลนส์ทำจากพลาสติก ราคาถูก ถ่ายง่าย เน้นเอาไว้ถ่ายเล่นๆ สนุกๆ ได้ภาพแปลกๆ แบบไม่ซีเรียส

Film

110 Camera หรือ Pocket Camera

กล้องพกพาขนาดเล็ก ใช้ฟิล์ม 110 พกพาง่าย กลไกไม่ซับซ้อน
มีตั้งแต่บอดี้ทำจากพลาสติกราคาไม่กี่ร้อยจนถึงแบบบอดี้โลหะที่มีแฟลชในตัว
เน้นถ่ายรูปง่ายๆ สนุกๆ ที่ต้องการความรวดเร็ว และพกพาสะดวก

Film

Compact

หรือเรียกว่า Point and shoot คือเล็งแล้วถ่าย เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับครอบครัว ถ่ายง่าย เด็กๆ ก็ใช้ได้
แต่ตั้งระบบเองไม่ค่อยได้เพราะทุกอย่างเป็นระบบออโต้ (ซูมได้ในบางรุ่น แต่มักเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้)
มีทั้งระบบไฟฟ้าและกลไก ใช้ฟิล์ม 135 เป็นหลัก
บางรุ่นอาจเป็น Half frame คือแบ่งครึ่งเฟรมจาก 36 เป็น 72 รูปได้
FilmRangefinder

 

กล้องระบบโฟกัสภาพซ้อน ก่อนถ่ายต้องปรับโฟกัสให้ซ้อนกันพอดี
มักเป็นกล้องสไตล์วินเทจขนาดกระทัดรัด พกพาง่าย
ข้อจำกัดคือต้องหัดเล่นและเรียนรู้ระบบของกล้องให้คุ้นชิน
และภาพที่ได้จริงในฟิล์มอาจเหลื่อมจากภาพที่มองใน Viewfinder เล็กน้อย
FilmDisposable Camera

กล้องใช้แล้วทิ้ง มีฟิล์มพร้อมใช้ แกะกล่องพร้อมถ่ายได้เลย
ถ่ายได้แค่ 27 รูป บางรุ่นมีแฟลช
เวลาล้างต้องส่งทั้งตัวกล้องให้ที่ร้านแกะฟิล์มออกมาล้างแล้วทิ้งตัวบอดี้ไป
แต่ก็มีบางรุ่นที่สามารถเปลี่ยนฟิล์มเพื่อใช้ใหม่ได้ด้วย
FilmTLR – Twin Lens Ref.lex

กล้องเลนส์คู่ มีเลนส์สองชุด เลนส์ด้านล่างคือเลนส์รับภาพ ด้านบนคือเลนส์สำหรับมองภาพ
ระหว่างถ่ายช่างภาพจะต้องก้มลงมอง Viewfinder เป็นภาพกลับหัวที่อยู่ด้านบน
มักใช้ฟิล์ม 120 อาจมีปัญหาภาพเหลื่อมเล็กน้อย และเลนส์อาจปรับแต่งได้ไม่ค่อยเยอะ
แต่ตัวบอดี้มีความสวยคลาสสิค เหมาะสำหรับคอวินเทจ
Film
SLR – Single Lens Ref.lex

กล้องสะท้อนเลนส์เดี่ยว อาศัยการสะท้อนภาพจากเลนส์มาสู่กระจก
และใช้กระจกอีกบานสะท้อนเข้า Viewf.inder ภาพที่มองเห็นจะตรงกับภาพในเลนส์
เมื่อกดชัตเตอร์ กระจกด้านในจะกระดกขึ้นเพื่อให้แสงกระทบลงที่ฟิล์ม
มีน้ำหนักมาก แต่ข้อดีคือเปลี่ยนเลนส์ได้ และสามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ได้สูงมากๆ
Medium Format

กล้องขนาดใหญ่สำหรับมืออาชีพ ส่วนใหญ่มักใช้การถ่ายแฟชั่น ถ่ายภาพนิตยสาร ถ่ายโฆษณา ฯลฯ ใช้ฟิล์ม 120 ภาพที่ได้จะมีความคมชัดสูงและขยายใหญ่ได้ สามารถปรับแต่งและเสริมอุปกรณ์ต่างๆ ได้ตามต้องการ เช่นกริป (ด้ามจับ) เลนส์ วิวไฟน์เดอร์ สามารถเปลี่ยนฟิล์มสลับไปมาได้ด้วยการถอด Back ด้านหลัง หรือถ้าอยากถ่ายเป็นไฟล์ดิจิตอลก็สามารถเปลี่ยนเป็น Digital Back ได้ มักมีราคาแพงและน้ำหนักมาก
FilmInstant Camera

เช่นพวกกล้อง Polaroid หรือกล้อง Instax ถ่ายแล้วได้รูปทันที มีขนาดภาพให้เลือกได้หลายแบบตั้งแต่แบบปกติ
ขนาด Pocket, Wide, Square ข้อเสียคือถ้าใช้กล้องรุ่นเก่ามากๆ อาจหาฟิล์มที่รองรับได้ยาก
และฟิล์ม Instant ก็ราคาแพงเอาเรื่อง


FILM – ชนิดของฟิล์ม

Film

135

ฟิล์มขนาดมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปตั้งแต่ยุคฟิล์ม บรรจุฟิล์มเป็นม้วนอยู่ในกลัก มีหลายรุ่นหลายราคาให้เลือกตามการใช้งานและสไตล์ภาพ
ราคาเริ่มตั้งแต่หลักสิบขึ้นไปจนถึงหลายร้อยบาท ถ่ายได้ 36 รูป ถ้าถ่ายดีๆ อาจได้ถึง 39 รูป หาซื้อได้ง่ายและใช้ง่าย

Film

110

ขนาดฟิล์มสำหรับกล้องขนาดเล็ก (Pocket camera) มักมาในรูปแบบตลับยาว (Cartridge) ถ่ายได้ 24 รูป ได้ภาพขนาดเล็กที่มีกรอบภาพติดมาด้วย
ตัวฟิล์มความไวแสงไม่สูง จึงไม่เหมาะจะนำไปถ่ายในที่มืดมากๆ ฟิล์มหาซื้อยาก ราคาแพง ค่าล้างก็แพง และหาร้านล้างยากมาก

Film
120

ฟิล์มสำหรับกล้อง Medium format เป็นฟิล์มขนาดใหญ่ที่มีกระดาษปิดด้านหลัง บรรจุม้วนในแกนพลาสติก (Spool) ขนาดใหญ่กว่าฟิล์ม 135 ให้ภาพแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ใหญ่และคมชัด ใช้ค่อนข้างยาก ราคาต่อม้วนแพง ค่าล้างก็แพง และที่สำคัญ ถ่ายได้แค่ 12 รูป
เต็มที่ก็ได้แค่ 16 รูป (ซึ่งภาพที่ได้ขนาดจะเล็กลงด้วย)

Film

 

ฟิล์มหนัง (Motion picture cinema Film)

หรือฟิล์มสำหรับถ่ายภาพยนตร์ที่ประยุกต์เอามาใช้ถ่ายภาพนิ่ง ส่วนใหญ่มักรู้จักกันว่าเป็นฟิล์มที่โหลดจากฟิล์มม้วนใหญ่ใส่ลงในกลัก 135 ให้โทนสีสวยคล้ายภาพยนตร์ยุคเก่าที่ถ่ายด้วยฟิล์ม ข้อเสียคือหาที่ล้างยาก บางร้านจึงอาจไม่รับล้าง เพราะในฟิล์มหนังจะมีคาร์บอนเคลือบไว้เพื่อกันติดเวลาถ่ายภาพเคลื่อนไหว เวลาล้างจึงต้องกำจัดคาร์บอนออกก่อน ยกเว้นฟิล์มบางยี่ห้อ (เช่นยี่ห้อ CineStill) ที่กำจัดคาร์บอนออกแล้ว สามารถเข้าเครื่องล้างได้เลย

Film

ฟิล์มสไลด์ (Slide Film)

เป็นฟิล์มที่ในอดีตใช้กับเครื่องฉายสไลด์ มีทั้งขนาด 135 และ 120 เป็นฟิล์มที่ให้สีตรงตามความเป็นจริง (ต่างจากฟิล์มเนกาทีฟ (Negative) ที่ให้สีกลับขาวเป็นดำ) โทนสีเข้มสดใส กระบวนการล้างซับซ้อน ในปัจจุบันฟิล์มสไลด์ค่อนข้างหายากและราคาแพง เพราะเหลือผู้ผลิตอยู่ไม่มาก และบางรุ่นเลิกผลิตไปแล้ว
(Cross Process – คือกรรมวิธีการนำเอาน้ำยาล้างฟิล์มสไลด์มาล้างฟิล์มเนกาทีฟ และเอาน้ำยาล้างฟิล์มเนกาทีฟไปล้างฟิล์มสไลด์
ภาพที่ได้จะมีสีจัดจ้าน และลดทอนรายละเอียดของภาพลง ล้างได้เฉพาะบางร้าน เพราะมีกระบวนการซับซ้อน)
Film

ฟิล์มบูด (Expired Film)

ฟิล์มเก่าหมดอายุที่เก็บจนสารเคมีที่เคลือบผิวฟิล์มเสื่อมสภาพ ทำให้ความไวแสงลดลง และมีกลิ่นเคมีออกมาด้วยตอนล้าง
ให้สีที่เพี้ยนและ ISO ต่ำกว่าปกติจากฟิล์มดั้งเดิม ถ่ายแล้วได้ภาพสีเพี้ยนๆ แปลกๆ
แต่บางร้านอาจไม่รับล้างในกรณีที่มีกลิ่นและมีคราบเคมีหรือเชื้อรามากเกินไป
เนื่องจากอาจทำให้อุปกรณ์ในการล้างฟิล์มมีปัญหา หรือล้างแล้วภาพอาจไม่ติด
Film

Instant Film

 ฟิล์มในรูปแบบแผ่นกระดาษสำเร็จรูป บรรจุในกล่องพลาสติกกล่องละ 10 รูป
มีน้ำยาเคมีเคลือบสำหรับทำปฏิกิริยาให้ภาพปรากฏขึ้นได้เองหลังจากการถ่าย
ปัจจุบันมีการผลิตสีสันแปลกๆ และลวดลายการ์ตูนบนกรอบภาพด้วย

[Sassy_Social_Share]
114