แนะวิธีดูแลสุขภาพสำหรับคน 3 วัย 3 ไลฟ์สไตล์

จากความโดดเด่นในเรื่องเทคโนโลยีการรักษา ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และมาตรฐานการบริการของโรงพยาบาลนครธน ทำให้โรงพยาบาลนครธนพร้อมที่จะเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางเพื่อดูแลทุกครอบครัวของคนย่านพระราม 2 โดยจัดงาน นครธน แฟมิลี่ คลับ ด้วยสโลแกนอุ่นใจ…เมื่อใกล้กัน โดยแนะนำวิธีดูแลสุขภาพสำหรับคน 3 วัย

เริ่มที่ลูกน้อยแข็งแรง วางแผนตั้งแต่แรกคลอด เด็กในวัยแรกเกิดจะมีอารมณ์ต่างกัน เลี้ยงง่ายเลี้ยงยากต่างกัน คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้เวลาปรับตัว และต้องเข้าใจพฤติกรรมในแต่ละช่วงวัยของเขา เพื่อที่จะได้ดูแลได้อย่างเหมาะสม เมื่ออายุ 2 - 3 ขวบ เขาจะมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ไม่สนใจคนอื่น    มีอาการก้าวร้าว อาละวาด เพราะเขาคิดว่าความคิดของเขาใหญ่ที่สุด ใครที่มากำหนดคือศัตรูของเขา ในวัยนี้จะคุยด้วยเหตุผลไม่ได้ เพราะเขายังไม่มีเหตุผล คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจว่าเป็นพัฒนาการปกติ ถ้าร้องอาละวาด ก็ปล่อยให้แสดงอารมณ์ไปก่อน ไม่ดุ ไม่ว่า และเพิกเฉย ให้เขาสงบอารมรณ์ตัวเอง เพราะถ้าไปดุว่าเขาจะมีอารมณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

   ในวัย 4 ขวบ จะพบว่าเด็กวัยนี้ มีจินตนาการสูง แอคติ้งเก่ง บางคนแกล้งร้องไห้ หรือสมมุติว่าตัวเองเป็นนางฟ้า ก็ให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจว่าเป็นจินตนาการจากการที่เขาไปพบเจอเรื่องราวต่างๆ มา ส่วนเรื่องปัญหาสุขภาพ เด็กวัยนี้ ยังเป็นช่วงที่มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย เพราะภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรง ที่พบบ่อยคือการติดเชื้อทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร หรืออาจติดเชื้อที่รุนแรงขึ้นอย่างไข้หวัดใหญ่  ดังนั้นในช่วงที่ลูกอยู่ในวัยแรกเกิดจนถึง 4 ขวบต้องใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิด ควรปรึกษาแพทย์ หากมีอาการหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติไปหรืออยู่ในระดับที่คุณพ่อคุณแม่ดูแลเองไม่ได้

 

   วัยทำงาน กระดูกและข้อ อาการปวดเมื่อยตามร่างกายพบได้ทั้งวัยทำงาน และผู้สูงอายุ จึงอยากแนะนำให้ใส่ใจตั้งแต่ท่านั่งถึงท่านอน การนั่งที่ถูกต้อง คือ ก้นต้องชิดพนักพิง โดยพนักพิงควรเอียง 100 - 110 องศา ถ้ามีหมอนหนุนก็จะทำให้เข้ากับสรีระและนั่งได้นานขึ้น แต่ไม่ควรอยู่ท่าใดท่าหนึ่งเกิน 40 นาที ต้องเปลี่ยนท่าให้กล้ามเนื้อได้คลายตัวเพื่อให้เลือดมาเลี้ยง ถ้าอยู่ท่าเดิมนานๆ เลือดจะไม่หมุนเวียน ทำให้ล้า เกิดการอักเสบ ปวดเมื่อย รวมไปถึงการนั่งรถด้วย ยิ่งผู้สูงอายุ ถ้าต้องนั่งรถนานๆ ควรหาที่หยุดพักเป็นระยะ โดยเฉพาะรถเตี้ย ทำให้งอเข่านาน ข้อเข่าจะติด ควรขยับให้มีเลือดมาเลี้ยง ส่วนเวลานอน หลายคน มักจะเอาหมอนมาหนุนที่เข่า แม้ว่าจะรู้สึกสบายก็จริง แต่ไม่แนะนำ ยิ่งคนที่มีอาการข้อเข่าเริ่มเสื่อมยิ่งต้องเลี่ยง

   ปัจจุบันคนเป็นโรคนี้กันมากขึ้น และเป็นในวัยที่ช่วงอายุน้อยลงเรื่อยๆ ปัจจัยเสี่ยง คือ อายุ น้ำหนัก และการใช้งาน หลักการดูแลเบื้องต้นควรปรับพฤติกรรมที่ทำให้เกิดอาการ คนที่นั่งกับพื้น นั่งขัดสมาธิ พับเพียบ ให้เปลี่ยนมานั่งเก้าอี้ หากมีอาการปวด แพทย์จะให้ยาลดปวด ลดอักเสบ แต่ถ้ายาไม่ได้ผล จะต้องเอ็กซเรย์เพื่อดูว่าเสื่อมมากน้อยแค่ไหน ถ้าเสื่อมมากต้องผ่าตัด ถ้าเสื่อมระยะท้ายๆ ต้องพิจารณาเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

   นอกจากโรคข้อเข่าเสื่อมแล้ว กระดูกพรุนก็เป็นอีกภาวะหนึ่ง ที่พบได้บ่อย เนื่องจากคนไทยรับประทานแคลเซียมและวิตามินดีน้อย และไม่ค่อยออกกำลังกาย ซึ่งสามารถป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุนได้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยรับประทานแคลเซียมซึ่งมีมากในนม ส่วนวิตามินที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมพบได้ในไขมัน และหมั่นออกกำลังกาย เพียงเดินต่อเนื่องทุกวันๆ ละครึ่งชั่วโมง จะกระตุ้น ให้เกิดการสร้างกระดูกไว้เป็นต้นทุนสำหรับวันข้างหน้าที่อายุมากขึ้น โดยเฉพาะหญิงวัยหมดประจำเดือน ที่ขาดเอสโทรเจน ซึ่งเอสโทรเจนเป็นตัวต้านไม่ให้เซลล์ทำลายกระดูกออกมาทำงาน

 

   ปิดท้ายเรื่องตับและลำไส้ ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจพบได้ในกลุ่มคนที่นิยมดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารไม่ถูกต้อง ทำงานไม่เป็นเวลา ซึ่งไขมันพอกตับและตับแข็ง รวมทั้งมะเร็งตับ เป็นโรคที่หลายคนเริ่มเป็นกังวล อย่างที่เราทราบกันว่าคนที่มีความเสี่ยง คือ คนที่ดื่ม แอลกอฮอล์ ยิ่งดื่มต่อเนื่องเป็น 10 ปี จะยิ่งเป็นตับแข็งได้ หลายคนคิดว่าในเบียร์มีแคลเซียม และดื่มเหล้าก็ทำให้เลือดสูบฉีดได้ดี ถ้าดื่มในปริมาณที่พอเหมาะนั้นจะได้หรือไม่ จริงๆ แล้วไม่ควรดื่มแม้แต่หยดเดียว แต่ในชีวิตจริงก็ยอมรับว่าบางคนต้องเข้าสังคม ถ้าจะดื่มเดือนละแก้วก็โอเค แต่ถ้าจะดื่มทุกวันจริงๆ ให้ได้แค่วันละหนึ่งดริ๊งค์ คือ ก้นแก้วไวน์ หรือเบียร์หนึ่งกระป๋องเท่านั้น ถ้าเกินกว่านั้นอาจเสี่ยงเป็นโรคตับ นอกจากนั้นคนที่ น้ำหนักมากก็เสี่ยงไม่แพ้กัน แล้วถ้าคนอ้วนหรือท้วมดื่มแอลกอฮอล์ด้วย ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้น ภัยเงียบของไขมันพอกตับ คือ ตับเป็นอวัยวะที่อยู่ภายใน หากไม่ตรวจสุขภาพ กว่าจะเจออาจเป็นตับแข็งและมะเร็งตับไปเลย ดังนั้นการคัดกรองจะเป็นวิธีที่ป้องกันที่ดี ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องมือที่ทันสมัยอย่างไฟโบรสแกน สามารถบอกได้ว่าไขมันในตับมีเท่าไหร่ ตับเริ่มแข็ง หรือยัง ถ้าตรวจพบเร็ว เพียงปรับพฤติกรรม ลดน้ำหนัก รับประทานอาหารที่ดี ไขมันในตับก็ลดลงเองได้

   นอกจากตับแล้ว ลำไส้ก็เป็นอวัยวะหนึ่งที่อยู่ข้างใน ซึ่งปัจจุบันโรคลำไส้มีมากมายที่พบ บ่อยในวัยทำงาน ได้แก่ โรคลำไส้แปรปรวน บางคนต้องเร่งรีบ เครียด รับประทานอาหารรสจัด ทำให้ปวดท้องและขับถ่ายผิดปกติได้ บางคนมีอาการถ่ายลำบาก ถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว ถ้ามีอาการแบบนี้ต้องปรับพฤติกรรมการกิน ปรับเรื่องความ เครียด อาการก็จะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่อายุเกิน 50 ปี หรือญาติสายตรงมีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็ไม่ควรละเลย อาจไม่ใช่ลำไส้แปรปรวนธรรมดา อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะถ้ามีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 3 - 4 เท่า ซึ่งการเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด โดยการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารที่ทันสมัยจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่า

   ฟังคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากโรงพยาบาลนครธนไปแล้ว คงจะทำให้หลายคนอุ่นใจขึ้นเพราะจะได้มีแนวทางง่ายๆ เพื่อนำไปดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดี แต่ถ้าเมื่อใดที่ไม่แน่ใจว่าวิธีที่ทำอยู่ถูกต้องหรือเปล่า หรือทำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น การไปพบแพทย์เฉพาะทางที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญโดยตรงน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า

38