คนที่ไม่ได้มีอาการตื่นเต้นจนเหงื่อแตกตอนคุยหรือเข้าหาคน หรือรู้สึกทำตัวไม่ถูกเวลาที่ต้องพูดต่อหน้าคนอื่น คงไม่เข้าใจความทรมานของการเป็นคนที่ถูกเรียกว่าเป็น Introvert

การสัมภาษณ์งานก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ชาว Introvert รู้สึกว่าเหนื่อยเสียเหลือเกิน เพราะแค่นั่งตอบคำถามสัมภาษณ์ก็ยากพอตัวอยู่แล้ว ยังต้องเผชิญกับความกดดันในแบบที่ชาว Introvert ไม่ชอบอีก ไหนจะต้องพูดคุยกับผู้สัมภาษณ์ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน บรรยากาศเงียบๆ ที่ชวนให้กดดัน การนึกคำตอบของคำถามยากๆ ให้ได้โดยเร็ว แม้จะรู้ดีว่ามันจำเป็น แต่มันก็ชวนให้อยากจะวิ่งออกไปจากห้องโดยเร็วเหมือนกัน

นี่ยังไม่นับว่า หลายๆ บริษัทยังแนวคิดว่าความพูดเก่ง ชอบทำงานกับคนหมู่มากของ Extrovert นั้นน่าจะทำงานได้ดีกว่าคนที่เป็น Introvert ที่มักจะพูดน้อย และชอบทำงานเงียบๆ กับตัวเองหรือคนไม่กี่คน

ลองมาดูกันว่า ถ้ารู้ตัวว่าเป็น Introvert แล้ว จะทำอย่างไรให้การสัมภาษณ์เป็นไปได้ด้วยดี และคว้าโอกาสได้เปรียบแคนดิเดตในตำแหน่งงานที่สมัคร เพราะแม้คนที่เป็น Introvert จะพูดไม่เก่ง แต่ก็มีสมาธิและมุ่งมั่นกับการทำงานไม่แพ้ใครๆ

Introvert คือใคร?

ทบทวนเล็กน้อยก่อนว่า Introvert-Extrovert นั้นเป็นทฤษฎีการแบ่งคนแบบง่ายที่นักจิตวิทยาชื่อ คาร์ล จุง (Carl G. Jung) ได้แบ่งคนออกเป็นสองพวก คือ Extrovert คือคนที่พูดเก่ง เข้าหาคนง่าย มีกระตือรือร้น มักจะได้รับพลังงานด้วยการเข้าหาคน การสังสรรค์ ทำกิจกรรมกับคนอื่นๆ ตรงกันข้ามกับคนที่เป็น Introvert ที่มักระวังคำพูด มีกริยานิ่งสงบ และมักได้รับพลังงานจากการทำกิจกรรมด้วยตัวคนเดียว เช่น การอ่านหนังสือ หรือไปเที่ยวคนเดียวตามลำพัง

Jonathan Cheek นักจิตวิทยาจากวิทยาลัย Wellesley ได้ทำการสำรวจผู้ใหญ่ 500 คน ก่อนจะเสนอมาตรวัดความเป็น Introvert ที่เรียกว่า STAR ซึ่งเป็นตัวย่อของประเภทของ Introvert ออกเป็นสี่จำพวก แต่ไม่ได้แปลว่าจะแยกออกจากกันเสียทีเดียว เพียงแต่ในคนที่ Introvert จะมีลักษณะทั้งสี่นี้ร่วมกันมากน้อยแตกต่างกันไป

  • Social Introvert ไม่ชอบคนเยอะๆ ชอบอยู่กับคนกลุ่มน้อยๆ หรืออยู่คนเดียว
  • Thinking Introvert ชอบนิ่งคิดมากกว่าพูด
  • Anxious Introvert มักคิดและระวัง (ระแวง) ตัวเองในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
  • Restrained Introvert ชอบคิดก่อนทำ และทำทุกอย่างด้วยสติ

แม้ว่าคนที่เป็น Introvert จะมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า แต่คนที่เป็น Introvert ก็ได้เปรียบในการเป็นคนที่มักคิดและระวังคำพูด ละเอียดรอบคอบ ใจเย็น มีความคิดสร้างสรรค์ มีสมาธิ สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้เป็นเวลานานๆ

Introvert

เริ่มต้นเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน

    ก่อนสัมภาษณ์งาน

  • สิ่งที่ควรทำขั้นแรกคือการศึกษาและเตรียมข้อมูลต่างๆ ที่ควรรู้และจำเป็นให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์ ไล่ตั้งแต่เรื่องของตัวเอง เช่น ควรรู้ว่าตำแหน่งงานที่สมัครเขาทำอะไรกันบ้าง ความรู้ขั้นพื้นฐานในวิชาชีพ ถนัด-ไม่ถนัดอะไร ชอบ-ไม่ชอบอะไร ทำงานดึกได้ไหม ฯลฯ เรื่อยจนไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเช่น มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ใครเป็นผู้ก่อตั้ง มีผลงานอะไรบ้าง ตั้งอยู่ที่ไหน วัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร ฯลฯ นอกจากจะสร้างความได้เปรียบแล้ว ยังเป็นการหาหัวข้อพูดคุยต่อเนื่องได้มากกว่าแค่การนั่งถามคำตอบคำเฉยๆ เพียงอย่างเดียว
  • นอกจากนั้นอาจฝึกซ้อมการสัมภาษณ์ด้วยการลองพูดออกเสียงตอบคำถามหน้ากระจก หรือให้คนรอบตัวช่วยสังเกตกริยาท่าทางและน้ำเสียงในการสัมภาษณ์ เพื่อเป็นการสำรวจบุคลิก น้ำเสียง สีหน้า กริยาท่าทาง ที่ตัวเองอาจไม่สามารถมองเห็นได้ทั้งหมด
  • สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมอีกอย่างคือ หลักฐานแสดงความสามารถและทักษะที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Resume Portfolio หลักฐานการศึกษา (ถ้าบริษัทร้องขอ) หลักฐานด้านรางวัลและการผ่านการเรียนหรืออบรมหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่ต้องการทำ รวมถึงหลักฐานอื่นๆ ที่แสดงถึงทักษะและประสบการณ์ที่มี เช่น เว็บไซต์รวมผลงาน ชิ้นงานจริง ฯลฯ

    ระหว่างสัมภาษณ์งาน

  • แสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่า ทักษะของเราจะสามารถช่วยบริษัทก้าวหน้าได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงแค่การอวดอ้างความสามารถ แต่เพียงอย่างเดียว หรือพูดน้อยเสียจนผู้สัมภาษณ์แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเราเลย
  • Introvert บางคนก็มีความขี้อาย เวลาพูดคุยกับคนอื่นก็มักจะไม่กล้าสบตา รวมถึงคนที่ Introvert มักจะสื่อสารกับคนน้อยๆ ได้ดีกว่าคนเป็นกลุ่มๆ ฉะนั้น เมื่อต้องตอบคำถาม ให้มองไปที่ตาของผู้สัมภาษณ์อย่างสบายๆ ไม่ใช่การจ้องแบบเพ่งจนเกินงาม ถ้าต้องตอบคำถามสัมภาษณ์ของใคร ก็ต้องสังเกตคนคนนั้นเป็นพิเศษ
  • ถ้าคิดคำตอบไม่ออก ไม่ต้องรีบ ใช้เวลาคิดให้ถี่ถ้วนก่อนตอบ เพราะโดยปกติแล้ว Introvert มักจะคิดซับซ้อน หากต้องใช้เวลาคิด อาจถ่วงเวลาด้วยการพูดว่า “คำถามนี้น่าสนใจดี แต่ขอเวลาคิดนิดนึง”
  • ถ้าฟังคำถามไม่ทัน ไม่ต้องกลัวที่จะขอให้ผู้สัมภาษณ์ถามซ้ำ

    หลังสัมภาษณ์งาน

  •  การขอบคุณหลังจากสัมภาษณ์จบนั้นไม่เพียงแต่จะแสดงถึงมารยาททางสังคมที่ดีและการให้เกียรติซึ่งกันและกันแล้ว ในทางเดียวกันมันยังช่วยให้คนที่เป็น Introvert ดูน่ารักในสายตาของผู้สัมภาษณ์ขึ้น
  •  คนที่เป็น Introvert บางคนอาจรู้สึกวิตกกังวล หรือมีความกลัวว่า ที่สัมภาษณ์ไปแล้วนั้นทำได้ดีพอหรือไม่ จะมีโอกาสได้งานกับเขาบ้างหรือไม่ หลังสัมภาษณ์จบแล้ว อาจจะเลือกไปทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น ไปเดินซื้อของ ไปดูหนัง หรือฟังเพลงที่ชอบมากๆ ตอนเดินทางกลับบ้านก็ยังได้
  •  ส่งอีเมลหรือโทรศัพท์เพื่อติดตามผลในการสัมภาษณ์ภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากจะเป็นการแสดงความกระตือรือร้นและความใส่ใจให้ผู้สัมภาษณ์ได้เห็น และเป็นการแสดงความเป็นมิตรแล้ว ในบางครั้งอาจมีโอกาสได้เพิ่มเติมรายละเอียดที่ตกหล่นไปตอนสัมภาษณ์ หรือแสดงความคิดเห็นต่างๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วย

    อ่านต่อ “25 คำถามที่ต้องตอบให้ได้ตอนสัมภาษณ์งาน” คลิกที่นี่ 

[Sassy_Social_Share]
54