ฉันก็เหมือนเด็กธรรมดาคนหนึ่ง เมื่อเริ่มโตขึ้น พูดรู้เรื่อง เข้าใจสิ่งต่างๆรอบตัวมากขึ้น ถึงวัยที่จะต้องเข้าเรียนอนุบาลเหมือนกับเด็กคนอื่น  พ่อกับแม่จึงตัดสินใจส่งฉันไปเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัด  การไปโรงเรียนครั้งแรก ถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ในชีวิตอย่างหนึ่ง วันแรกของการไปเรียนแม่เป็นคนไปส่ง เราเดินจูงมือกันลงรถ เดินเข้าไปในโรงเรียน ตอนนั้นเองที่ฉันได้รู้จักกับคำว่าโรงเรียนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการฟังจากที่พ่อกับแม่เล่าหรือเห็นตามหนังสือเด็ก โรงเรียนนั้นใหญ่มาก มีสนามหญ้าสีเขียวที่กว้างสุดลูกหูลูกตา มีสนามเด็กเล่นที่ของเล่นอลังการมาก  มีโรงอาหารที่ใหญ่กว่าบ้าน มีเด็กมากมาย ทั้งเด็กที่อายุเท่ากันและเด็กที่โตกว่า เมื่อไปถึงห้องเรียนก็ได้พบกับคุณครูและเพื่อนๆมากหน้าหลายตา ฉันได้เล่มเกม ทำกิจกรรม ไปเล่นที่สนามเด็กเล่น ขึ้นไปเล่นของเล่นที่บ้านเรือนไทยที่เป็นสิทธิพิเศษสำหรับเด็กอนุบาล และเวลาที่รอคอยมากที่สุดของฉันก็มาถึงนั่นก็คือ  เวลาทานอาหารกลางวันนั่นเอง ทุกคนจะมานั่งทานข้าวร่วมกัน โดยแบ่งเป็นโต๊ะทานข้าว โต๊ะละ 4 คน ฉันเป็นคนชอบกินตั้งแต่เด็กตามประสาเด็กอ้วนคนหนึ่ง ฉันชอบทุกอย่าง โดยเฉพาะของที่อร่อย ฉันคาดหวังว่าอาหารของโรงเรียนจะต้องอร่อยแน่ๆ แต่ความจริงแล้วมันรสชาติแย่อย่างบอกไม่ถูก จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ฉันนำอาหารกลางวันมากินเอง ความวุ่นวายก็ตกไปอยู่ที่แม่นั่นเอง แม่คิดว่าจะทำอะไรให้ฉันไปกินที่โรงเรียนดี แถมยังต้องตื่นเช้ามาทำอีก จะทำกับข้าวแบบประดิดประดอยก็ไม่ได้เพราะไม่ได้มีเวลามากในตอนเช้า  แม่จึงลองซื้อไข่ปลาค้าวทอดมาให้ลองกิน เพราะมันง่ายและใช้เวลาไม่นาน แค่เอาไข่ปลามาหมักกับซอสปรุงรสแล้วทอด ปรากฏว่าฉันชอบไข่ปลาค้าวทอดมาก แม่จึงทำเป็นอาหารกลางวันให้ไปกินที่โรงเรียนซะเลย  ฉันมีข้าวกลางวันเป็นไข่ปลาค้าวทอดทุกวัน ในตอนนั้นทุกคนมักจะตื่นเต้น รอดูว่าเพื่อนๆนำอาหารอะไรใส่กล่องข้าวมากินบ้าง     เมื่อเพื่อนๆเห็นฉันเปิดฝากล่องข้าวแล้วมีไข่ปลาทอดเป็นพวงสีเหลืองบ้างสีน้ำตาลบ้าง กลิ่นออกจะเค็มนิดหน่อย รูปร่างคงจะคล้ายกับอึมากกว่าไข่ปลา ทุกคนเลยคิดว่ามันคืออึ ฉันเลยโดยล้อว่ากินอึทอดมาโดยตลอด แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ เพราะในตอนนั้นรสชาติของมันอร่อยมาก แม่ต้องตั้งใจตื่นมาทอดให้ทุกเช้า ไข่ปลาทอดที่ดูเหมือนอึทอดเลยเป็นสิ่งที่พิเศษที่สุดสำหรับฉันในตอนนั้น มันยังคงอยู่ในความทรงจำมาจนถึงทุกวันนี้ ฉันกับแม่มักจะชอบพูดถึงเรื่องนี้กันบ่อยๆ แต่แปลก ฉันลองกลับไปกินไข่ปลาค้าวทอดแบบตอนเด็กๆ รสชาติของมันไม่ได้อร่อยเหมือนเดิม รสชาติออกจะเค็มและไข่ปลาก็แข็งเหมือนเคี้ยวอะไรสักอย่าง อึทอดจึงเป็นได้เพียงความทรงจำที่ดีที่สุดเกี่ยวกับอาหารกลางวันของฉันในวัยเด็กที่ฉันไม่คิดจะกินมันอีกเลย

เลดี้บัค

วันที่เขียนบันทึก  20 สิงหาคม 2562


Kullastree’s Diary คือโครงการกิจกรรมเขียนบันทึกเล่าเรื่องแบบไม่จำกัด ที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ “จนกว่าเด็กปิดตาจะโต” หนังสือที่บันทึกความนึกคิดต่างๆ ของ “พลอย” สโรชา กิตติสิริพันธ์ุ (ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อ) โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีเรื่องเล่าที่ดีต่อใจ และเป็นประโยชน์ในวงกว้างได้เขียนเรื่องเพื่อร่วมสนุก โดยรางวัลชนะเลิศจะได้รับรางวัลหนังสือ “จนกว่าเด็กปิดตาจะโต” (สนับสนุนโดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อ) และตีพิมพ์ลงในนิตยสารกุลสตรีและเว็บไซต์ kullastreemag.com และ และรางวัลผลงานดีเด่น จะได้เผยแพร่ลงใน kullastreemag.com วันละหนึ่งเรื่องทางนิตยสารกุลสตรีขอขอบคุณสำนักพิมพ์ผีเสื้อ สำหรับการสนับสนุนรางวัลหนังสือ และขอบคุณผู้ร่วมเขียนบันทึกทุกท่านที่สนใจร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น

[Sassy_Social_Share]
35