Local Experience @ Chanthaburi ท่องเที่ยวแอ่งทะเลตะวันออก

Lady’s Trip ฉบับนี้อยากชวนสาวๆ ช้อป ชม เครื่องประดับและอัญมณีของเมืองจันท์ หมุนเวลาย้อนกลับไปหาอดีตที่ยังคงความงดงามมาจนถึงปัจจุบันกับชุมชนริมน้ำจันทรบูร ชมวิถีชีวิตดั้งเดิมกับชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัวแล้วไปสัมผัสธรรมชาติของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวพร้อมเดินป่าที่น้ำตกเขาสอยดาว ชมต้นพระเจ้าห้าพระองค์ ปิดท้ายทริปกับจุดชมวิวเนินนางพญาที่มองเห็นทิวทัศน์อันสวยงาม

 

เรื่องและภาพ : Natjanan K  ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

และสืบเนื่องจากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้นำเสนอการท่องเที่ยวผ่านรายการ เนวิเกเตอร์ ซึ่งรายการได้นำเสนอเส้นทางการ ท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ในพื้นที่เมืองรอง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและแก้ปัญหาความเลื่อมล้ำให้กระจายการท่องเที่ยวไปในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ไม่กระจุกรายได้อยู่แต่เมืองหลัก ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ทั่วถึงทุกพื้นที่อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ใช้เวลาเดินทางประมาณสามชั่วโมงกว่าเราก็มาถึงจังหวัดจันทบุรี และจุดหมายแรกของเราคงจะหนีไม่พ้นร้านอาหาร มื้อเที่ยงนี้เราเลยไม่พลาดที่จะแวะร้านจันทรโอชาซึ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่ของเมืองจันท์ที่เปิดมานานกว่า 50 ปี เมนูที่อยากแนะนำให้สั่งมาลิ้มลองคือ หมูชะมวง แสร้งว่า ปูนิ่มทอดกระเทียม ถั่วฝักยาวผัดกะปิ ต้มยำกระวาน และยำผักกูด ซึ่งกระวานและผักกูดนั้นเป็นผักพื้นบ้านของทางจันทบุรี ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ จากนั้นก็เดินทางไปศูนย์ส่งเสริมอัญมณี และเครื่องประดับจันทบุรี พิพิธภัณฑ์อัญมณีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย นำเสนอในรูปแบบ Live Museum ที่เราได้มีส่วนร่วมเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกำเนิด ขั้นตอนการผลิต โดยภายในจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ และห้องวีดีทัศน์ 3D เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการทำพลอย ขุดพลอย การเผา ฯลฯ ออกจากห้องพิพิธภัณฑ์ก็จะเจอกับพื้นที่แสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับต่างๆ มากมายหลายร้าน ราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักแสน     ให้เลือกสรรตามความพอใจเลยล่ะคะ และที่นี่เราได้มีโอกาสชิมทุเรียนพันธุ์นกกระจิบ ซึ่งเป็น      ทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองที่ทางเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ จัดหามาให้ชาวคณะได้ลิ้มลอง ใครมาเที่ยวจันทบุรี หน้าทุเรียนล่ะก็ อย่าลืมหาชิมกันนะคะ

   หลังจากชม ชิม ช้อป กันแล้ว เราก็ออก  เดินทางมุ่งหน้าไปวัดเขาบรรจบ ซึ่งเป็นวัดป่านิกายธรรมยุติตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสอยดาว ด้านข้างของวัดมีสะพานข้ามโอฆะสงสาร (สะพานแขวน) ถ้าข้ามไปอีกฟากเราก็จะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ด้านข้างอีกฝั่งจะพบกับความสวยงามร่มรื่น เงียบสงบ เพื่อสัมผัสกับธรรมแห่งพระพุทธองค์ท่ามกลางธรรมชาติ และห้ามพลาดที่จะลอดประตูพญาไม้มงคล หรือต้นสมพงที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ที่กลางลำต้นแหวกออกเหมือนประตู ได้ชื่อว่า ประตูสัจธรรม ก่อนเข้าที่พักค่ำคืนนี้ ณ ชาเทรียม กอล์ฟ     รีสอร์ท เขาสอยดาว แค่วันแรกก็อิ่มท้อง อิ่มบุญ อิ่มใจ พรุ่งนี้เราจะไปไหนต่อต้องติดตาม รับรองว่าฟิน…

ตื่นเช้ามาด้วยความสดชื่นกับอากาศสบายๆ วิวสวยๆ  หลังจากเตรียมตัวพร้อมแล้วก็มุ่งหน้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว วันนี้เรามีนัดกับพี่ปาณัสม์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการและสื่อความหมายธรรมชาติ จุดแรกที่ต้องมาคือ     ที่อาคารนิทรรศการธรรมชาติฯ ของสมเด็จ    พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   ที่อาคารแห่งนี้จะมีเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเขาสอยดาวโดยสังเขป รวมถึงตำแหน่งที่   ช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ และชมภาพวาด สัตว์ป่าต่างๆ จากฝีมือของพี่ปาณัสม์ ก่อนจะออกเดินทางไปยังน้ำตกเขาสอยดาว น้ำตกแห่งนี้มีความโดดเด่นด้วยชั้นน้ำตกลดหลั่นกันลงมาถึง 16 ชั้นเลยทีเดียว ถือว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก แต่การจะได้ชื่นชมความสวยงาม   ก็ย่อมต้องมีความยากลำบากในการเข้าถึงเป็นธรรมดา เพราะต้องเดินป่าเป็นระยะทางไกล พอสมควร การเดินชมน้ำตกสามารถเดินได้เอง ตั้งแต่ชั้น 1-9 รวมเส้นทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ตั้งแต่ชั้นที่ 5-9 จะมีความสวยงาม แต่ก็ขึ้น ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากเรามาช่วงหน้าฝน จึงเดินขึ้นมาแค่ 500 เมตร (แค่นี้ก็หอบแฮกๆ แล้ว เพราะเป็นการเดินขึ้นเขา) เพื่อชมต้นพระเจ้าห้าพระองค์ ซึ่งเป็นไม้หายากที่ใกล้สูญพันธุ์ ลักษณะพิเศษคือ มีผลค่อนข้างกลม เวลาเมล็ดแห้ง จะมีผิวขรุขระ เห็นเป็นร่องได้ 5 พู ในแต่ละพู มีผิวด้านในคล้ายองค์พระนั่งอยู่ จึงเรียกว่า     ต้นพระเจ้าห้าพระองค์ นานๆ ทีจะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เราจึงเดินอย่างไม่รีบเร่งค่อยๆ ละเลียด กับกลิ่นใบไม้ กลิ่นป่า แต่ด้วยความชื้นแฉะจึงมีแขกรับเชิญพิเศษมาเยือน นั่นคือ น้องทาก ที่ ชาวคณะไม่อยากเจอ แต่หนีไม่พ้นเลยจริงๆ…

   หลังจากผ่านความระทึกกับน้องทาก      จุดหมายต่อไปของวันนี้คือชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบูร เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนและญวน อพยพตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนามาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของจันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปมากสักเพียงใด แต่ร่องรอยในอดีตของชุมชนเก่าแห่งนี้ก็ยังไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา จนปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หากใครที่มาเยือนจังหวัดจันทบุรีแล้วไม่ควรพลาด

   เช้าวันสุดท้ายของทริปนี้ เราเริ่มต้นจุดหมายแรกที่ตลาดชุมชนขนมแปลก ริมคลองหนองบัว ตลาดโบราณที่คงเอกลักษณ์ของชุมชนได้ยาวนานกว่า 100 ปี มีบ้านเรือนไม้เก่าแก่อายุนับร้อยปีหลายสิบหลังเรียงรายอยู่ทั้งสองฟากถนน มีการทำขนมโบราณหลากหลายชนิด อาทิ ขนมติดคอแต่ทานแล้วไม่ติดคอเหมือนชื่อ แถมหอมหวานด้วยน้ำตาลอ้อย ขนมถ้วยที่ใส่ไส้มีให้เลือกหลากหลายแบบ ขนมตะลุ่ม ไข่กบน้ำอ้อย เป็นต้น และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชุมชนที่ยังคงความเรียบง่ายไม่ต่างจากเมื่อครั้งโบราณ

ออกจากชุมชนหนองบัวเราก็แวะเติมพลังกันที่ร้านตี๋ เย็นตาโฟ เมนูเด็ดขอแนะนำเย็นตาโฟทะเลเพราะมีทั้งเนื้อปูและเนื้อกั้งแบบเน้นๆ อิ่มท้องกันแล้วก็เดินทางไปจุดชมวิวเนินนางพญา จุดชมวิวที่ขึ้นชื่อของจันทบุรี ตั้งอยู่บนเนินริมทะเลใกล้กับหาดคุ้งวิมานและปากอ่าวคุ้งกระเบน ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ใครมาจันทบุรีต้องมาเพื่อถ่ายรูป บางคู่มากับคนรักก็มีคล้องกุญแจเป็นสัญญารัก จะได้คล้องคู่ คล้องใจ และทิวทัศน์ก็สวยงาม   ทั้งถนนเลียบชายทะเลที่ทอดยาวไปจนถึงหาด   คุ้งวิมาน อ่าวคุ้งกระเบน และแหลมเสด็จที่อยู่  ฝั่งตรงข้ามบริเวณปากอ่าว นี่ถ้ามาเห็นช่วงพระอาทิตย์ตกดินคงจะฟินยิ่งกว่านี้แน่ๆ

   จบทริปการเดินทางสามวันสองคืนแบบ เต็มอิ่มทั้งกายและใจ ได้เรียนรู้ทั้งแหล่งวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่ยังคงความงาม หากใครที่ยังไม่มีแพลนไปไหนช่วงวันหยุดยาว ต้องมาจันทบุรีเส้นทางเมืองต้องห้าม…พลาด Plus แล้วจะรู้ว่าจันทบุรีมีดีกว่าที่คิดเยอะมากกก

 

69