พอใกล้จะถึงปีใหม่ทีไร คนเรามักหวังว่า จะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง ไม่ว่าจะเรื่องชีวิตส่วนตัว หน้าที่การงาน หรือแม้แต่สังคมโดยรอบ ซึ่งแน่นอนว่า ทุกคนต่างหวังว่าปีหน้าที่กำลังจะเข้ามาจะมีชีวิตที่ดีขี้นกว่าปีที่แล้ว

แต่จะมัวมานั่งขอพรก็คงจะไม่ใช่ สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักทำคือ ทำหรือเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง เริ่มต้นจากการตั้งใจและให้สัญญากับตัวเองว่าปีหน้าจะทำอะไร แล้วก็ลงมือทำ แต่ก่อนที่จะเริ่มตั้งเป้าหมายเพื่อจะลงมือทำในปีหน้า ลองมาดูกันว่า จริงๆ แล้วมันคืออะไร แล้วจะทำให้มันเป็นจริงได้อย่างไร

New Year’s resolution คืออะไร?

New Year’s resolution หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า “ปณิธานปีใหม่” นั้น เป็นเสมือนกึ่งเป้าหมายกึ่งคำสัญญาที่มีต่อตัวเองว่าจะทำ (หรือลด ละ เลิก) หรือเปลี่ยนแปลงบางสิ่ง เพื่อหวังว่าจะให้ชีวิตดีขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ส่วนการจะตั้งปณิธานอะไรนั้น ไม่ได้จำกัดตายตัวว่าจะต้องทำอะไรหรือต้องทำเพื่อใครเท่านั้น บางเรื่องอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันที่ตัวเองรู้สึกว่ามีปัญหา จนเมื่อลงมือเปลี่ยนแปลงแก้ไข ก็อาจจะทำให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หรือถ้าเป็นเรื่องใหญ่ๆ อย่างเช่น การลดน้ำหนัก วางแผนจะทำธุรกิจ หรือลงทุนซื้อทรัพย์สินต่างๆ ก็อาจจะต้องใช้การลงทุนและลงแรง บวกกับความตั้งใจและการวางแผนที่ดีเป็นพิเศษ เป็นเหมือนกับการเดิมพันว่าจะต้องทำให้ได้ เพื่อแลกมากับสิ่งที่ตัวเองต้องการ

 

แล้วทำไมเราถึงทำตามปณิธานปีใหม่กันไม่ค่อยจะได้?

ศาสตราจารย์ Richard Wiseman จาก University of Bristol ได้ทำการศึกษาวิจัยในปี 2007 พบว่า ผู้ที่มี New Year’s resolution นั้น ไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้ถึง 88% แม้ว่า 52% ของกลุ่มเป้าหมายที่ศึกษาจะระบุว่า “มีความมั่นใจว่าสามารถจะทำตามเป้าหมายได้”

อายุก็มีส่วนเหมือนกัน โดยมีการค้นพบว่า กลุ่มคน Generation X (อายุ 35-54 ปี) นั้นจะทำตามเป้าหมายได้ยากกว่าช่วงอายุอื่นๆ และมีแนวโน้มที่จะล้มเลิกเป้าหมายภายใน 3 เดือนแรก และ 12 เปอร์เซ็นต์นั้นตั้งเป้าหมายแบบไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ แต่กลุ่มคน Baby Boomers (อายุ 55-74 ปี) นั้นมีโอกาสล้มเหลวได้มากกว่า เพราะว่ามักจะตั้งเป้าหมายที่เป็นจริงได้ยาก

ส่วน Generation Y (อายุ 18-34 ปี) นั้นจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้นเมื่อใช้สื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือช่วยเหลือ เช่น การหาข้อมูล การวางแผนด้านต่างๆ รวมไปถึงการป่าวประกาศถึงสิ่งที่จะทำให้คนอื่นๆ รู้ผ่านทาง Social Media ก็มีส่วนช่วยทำให้ยึดมั่นและบรรลุเป้าหมายได้ดีขึ้น

ทำไมเราถึงมักจะทำ New Year’s resolution ไม่สำเร็จ?

1.ตั้งเป้าหมายแบบลอยๆ ไม่ชัดเจน

การตั้งเป้าหมายแบบลอยๆ ไม่ชัดเจน เช่น ถ้าคิดอยากจะเก็บเงิน แต่ไม่รู้ว่าจะเก็บเงินไปเพื่ออะไร จะต้องเก็บเงินเท่าไหร่ โอกาสล้มเหลวก็มีสูง

2. ไม่ได้เขียนเป้าหมาย

บางทีที่คนส่วนใหญ่มักล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายก็เพราะว่าลืมเป้าหมายที่คิดว่าเคยจะทำ

3.ตั้งเป้าหมายไว้เยอะจนเกินไป

คนเรามักจะอยากจะทำอะไรให้ได้พร้อมกันหลายๆ อย่าง แต่ความจริงคือ บางทีการทำเป้าหมายให้เสร็จซักข้อยังยาก ฉะนั้นการตั้งเป้าหมายที่มากเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกว่า “มากเกินไป” จนท้อแท้ไปในที่สุด

4.เป้าหมายที่ตั้งไว้ใหญ่เกินไป หรือยากเกินกว่าจะเป็นจริงได้

การตั้งเป้าหมายใหญ่และยากไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่บางทีการตั้งเป้าหมายที่ใหญ่และยากเกินไป และการมัวแต่มุ่งผลักเป้าหมายใหญ่ๆ ยากๆ ทั้งๆ ที่ยังขาดความสามารถ ความรู้ ทุน ฯลฯ ก็อาจจะทำให้ท้อแท้จนเป้าหมายล้มเหลวได้

5.ไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจนแน่นอน

การทำเป้าหมายไปแบบไม่กำหนดเวลาก็อาจทำให้รู้สึกว่าเฉื่อยชา รู้สึกว่าเวลาเหลืออีกทั้งปี จะทำเมื่อไหร่ตอนไหนก็ได้ อีกอย่างคือ กำหนดเวลาไว้นานเกินไป จนทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้เริ่มใหญ่หรือเยอะเกินไป

6.ขาดการวางแผนที่ดี

การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนก็สำคัญ แต่ความรู้และแผนที่วางไว้นั้นสำคัญกว่า คนบางคนรู้ว่ามีเป้าหมาย แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ตอนไหน แค่ไหน อย่างไร

7.ไม่มีแรงจูงใจ

ตามหลักจิตวิทยา การจะทำอะไรให้สำเร็จ ต้องอาศัย “แรงจูงใจ” เป็นรางวัลให้กับตัวเองเมื่อทำสำเร็จ แต่การทำตามเป้าหมายโดยไม่มีแรงจูงใจ ทำให้ไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร สุดท้ายการทำตามเป้าหมายก็เป็นได้เพียงการ “ทำไปงั้นๆ”

8.ขาดผู้สนับสนุน/ผู้ให้กำลังใจ

สำหรับบางคนอาจไม่จำเป็น แต่กับอีกหลายๆ คน การมีผู้สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าไม่มี ก็อาจจะไม่ถึงกับล้มเหลว แต่อาจจะทำให้รู้สึกว่าไม่มีกำลังใจหรือมีแรงฮึดสู้ที่จะทำตามเป้าหมาย

 

ทำตามเป้าหมายไม่ได้ใช่ไหม? ถ้างั้นก็ฉลอง!

ไม่ได้จะประชด…แต่แค่จะบอกว่า เมืองนอกเค้ามีวันแบบนี้ขึ้นมาจริงๆ ก็เท่านั้นเอง จากการสำรวจพบว่า คน 75% ตั้งเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้เพียง 1 สัปดาห์ และหลังจากนั้นอีกไม่เกินสามสัปดาห์ พวกเขาก็จะล้มเลิกมันไปในที่สุด
 
และโดยเฉลี่ยแล้ว วันที่คนจะยอมแพ้และล้มเลิกเป้าหมายมากที่สุดคือวันที่ 17 มกราคม จนมีการเอาไปตั้งเป็นวันที่มีชื่อว่า “Ditch New Year’s Resolutions Day” หรือ “วันล้มเลิกปณิธานปีใหม่” นั่นเอง
 
แง่มุมหนึ่งของการมีวันนี้คือ เหมือนเป็นวันขีดเส้นตายของการทำ New Year’s resolution นั่นเอง อีกประการคือ เป็นเหมือนสิ่งที่บ่งบอกว่า ถ้าทำไม่ได้ ก็ช่างมันเถอะ นี่ไม่ใช่วันสุดท้ายของชีวิตซักหน่อย

14 เคล็ดลับการทำปณิธานปีใหม่ให้สำเร็จสมดังใจหวัง

1.ตั้งเป้าหมายให้ชัดว่าคืออะไร ต้องทำอะไรบ้าง เช่น เก็บเงินให้ได้ 50,000 บาทเพื่อลงทุนขายของออนไลน์
2.เขียนเป้าหมายให้ชัดเจน จดลงในไดอารี่ Post-It หรือพิมพ์ในโทรศัพท์ก็ได้ และหมั่นกลับมาทบทวนบ่อยๆ
3.ตั้งเป้าหมายที่พอจะทำได้ให้พอดี ซัก 3 ข้อก็พอ บวกลบได้นิดหน่อย
4.แบ่งเป้าหมายให้เล็กลงเช่น แทนที่จะลดน้ำหนัก 10 กิโลกรัมภายใน 1 เดือน ก็แบ่งเป็น 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์
5.กำหนดเวลาให้ชัดเจน เช่น จะเก็บเงิน 30,000 บาทให้ได้ภายใน 5 เดือน
6.วางแผน จะทำเมื่อไหร่ อย่างไร มีข้อจำกัด จุดแข็ง จุดอ่อน ข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง
7.ทำทีละอย่าง โฟกัสกับเป้าหมายทีละอย่าง ทำทีเดียวหลายๆ อย่างจะพาลให้แย่ไปด้วยกันทั้งหมด
8.เสริมแรงจูงใจเมื่อทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย เช่น ไปเที่ยว กินอาหารอร่อย หรือซื้อของที่อยากได้
9.มีผู้สนับสนุน/ผู้ให้กำลังใจ เช่น พาเพื่อนไปออกกำลังกายด้วยกัน
10.บอกกับผู้คนใน Social Network เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะตั้งใจทำเป้าหมายนี้ให้สำเร็จ
11.ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันที่สำคัญและจำเป็น หรือจะเรียกว่าเป็น “เป้าหมายรายวัน” ก็ได้
12.มองข้ามสิ่งที่จะทำให้หมดกำลังใจ เช่น คำพูดของคนอื่นๆ หรือสิ่งที่ยั่วเย้าให้หลุดจากเป้าหมาย
13.ถามตัวเองบ่อยๆ ว่า “ถ้าทำสิ่งนี้สำเร็จ จะเป็นอย่างไร” และ “แล้วถ้าไม่ล่ะ…”
14.อย่ามีข้ออ้าง!

 

แต่ถ้าทำไม่ได้ไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดซะหน่อย …

การทำตามปณิธานปีใหม่ ถ้าทำสำเร็จก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าล้มเหลว อย่ามัวแต่นั่งเสียใจ แล้วโทษตัวเองว่าไม่มีความพยายามมากพอ บางทีอาจเป็นเพราะคนส่วนใหญ่มักจะตั้ง New Year’s resolution จากการสังเกตพฤติกรรมของตัวเองเป็นหลัก ซึ่งบางทีการแก้ปัญหาเฉพาะที่พฤติกรรมก็อาจไม่ช่วยอะไร เช่น ถ้าส่วนตัวเป็นคนที่รักความสงบ เข้าสังคมไม่เก่ง การตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเข้าสังคมให้มากขึ้นก็อาจจะยากเกินไป

การตั้งเป้าหมายจึงต้องมุ่งเน้นไปที่การปรับทัศนคติและวิธีคิดด้วย ถ้าพอใจในทัศนคติหรือวิธีคิดบางอย่างของตัวเองอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน ของแบบนี้ไม่มีถูกหรือผิด อีกอย่างคือ ตัวเราเองคือคนที่บอกว่าอะไรดี อะไรไม่ดี ได้ดีที่สุด ไม่ใช่คนอื่น เพราะฉะนั้น ฟังเสียงหัวใจตัวเองนั่นแหละดีที่สุด

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ อย่ามัวแต่โฟกัสกับเป้าหมายจนหลงลืมสิ่งรอบข้าง เช่น เพื่อนฝูง ครอบครัว รวมถึงความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตที่เคยมี การทะเยอทะยานเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่การทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้อย่างสมดุล สบายๆ ไม่กดดัน ไม่เกลียดตัวเองเวลาที่ทำไม่สำเร็จ หรือไม่พยายามมากเกินจนตัวเองและคนรอบข้างต้องพลอยลำบากไปด้วย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ชีวิตไปให้ถึงเป้าหมายที่ฝันไว้

ไม่จำเป็นเลยที่ New Year’s resolution จะต้องเริ่มทำตั้งแต่ต้นปี เริ่มทำตอนไหน ชีวิตก็ดีขึ้นได้เหมือนกัน

[Sassy_Social_Share]
121