ไม่ใช่ฝันไปจริงๆ ที่วันนี้เรามีโอกาสได้ดูคอนเสิร์ตต้นฉบับเกิร์ลกรุ้ปของเมืองไทยอย่าง “สาว สาว สาว” หลังจากที่ เอ-ไทม์ โชวบิส และ เช้นจ์2561 ร่วมกันทำให้ 3 สมาชิกของวง แอม-เสาวลักษณ์ ลีละบุตร, แหม่ม-พัชริดา วัฒนา และ ปุ้ม-อรวรรณ เย็นพูนสุข กลับมารวมตัวกันได้สำเร็จในรอบ 34 ปี บอกเลยว่าคอนเสิร์ตที่เพิ่งผ่านไปวันก่อน “แอมแหม่มปุ้ม” ไม่ทำให้แฟนๆ กว่าหนึ่งหมื่นห้าพันคนที่ตั้งตารอคอยผิดหวัง เพราะยังรักษามาตรฐานเสียงร้องและเพอร์ฟอร์มแมนซ์บนเวทีคอนเสิร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม

เรียกว่าใครที่ได้ไปดูคอนเสิร์ตครั้งสำคัญนี้คงจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศงานรวมรุ่นของบรรดาแฟนเพลงรุ่นใหญ่ ที่พร้อมใจกันแต่งตัวกันมาเต็มที่ เริ่มเปิดเวทีอย่างยิ่งใหญ่เหมือนได้ย้อนกลับไปในยุค 80’ “แอมแหม่มปุ้ม” ก้าวขาขึ้นเวทีในชุดกระโปรงบานย้อนวัยหวานและโบอันใหญ่ภาพจำตลอดกาลของวง พร้อมทัพแดนเซอร์ตัวน้อยหลายสิบชีวิตออกมาต้อนรับแฟนๆ กับเพลงฮิตอย่าง ประตูใจ และ รักคือฝันไป เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงได้กระหึ่มพารากอน ฮอลล์ จนทั้ง 3 คนต้องเอ่ยปากบอกแฟนๆ ที่กรี๊ดไม่หยุดว่า ยิ่งกว่าฝันไปจริง ๆ ที่ในที่สุดก็มีวันนี้ ที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

และยิ่งพิเศษไปกว่า เพราะมีบรรดาผู้ใหญ่ใจดีทั้งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังความสำเร็จของวงในยุคนั้นมาอยู่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วยมากมาย อาทิ ระย้า พงษ์ธนานิกร ผู้ก่อตั้งวง และก่อตั้งค่ายรถไฟดนตรี, บุญชาย ศิริโภคทรัพย์ แห่งรายการโลกดนตรี, ชรัส เฟื่องอารมณ์ และ วินัย วิษณุกร ผู้แต่งเพลงฮิตให้สาวสาวสาวหลายต่อหลายเพลง แฟนคลับจากต่างประเทศที่บินข้ามซีกโลกเพี่อมาดูคอนเสิร์ต รวมถึงบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการที่มาให้กำลังใจกันล้นงาน และคอนเสิร์ตนี้ยังมอบรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายเพื่อร่วมสมทบทุนในการสร้างธรรมาศรม ของเสถียรธรรมสถาน อีกด้วย

พาทุกคนย้อนเวลาไปกับบทเพลงทั้ง 10 อัลบั้มที่จัดมาเป็นเซ็ทให้ฟังกันแบบจุใจ ไล่เรียงกันเล่าเรื่องราวของสาวสาวสาวไปทีละเซ็ททีละอัลบั้ม เริ่มจากอัลบั้ม “รักปักใจ” กับเพลงแพะยิ้ม เพลงดังที่แจ้งเกิดให้แหม่มน้องเล็กของวง ต่อเนื่องกับเมดเลย์เพลงช้าอย่าง อยากลืม ขอเพียงสัญญา มิอาจรัก ด้วยแรงแห่งรัก และเซ็ตเพลงจากอัลบั้ม “เป็นแฟนกันได้ยังไง” อีกอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดถัดจากอัลบั้ม “ประตูใจ” ด้วยการเนรมิตรฉากเวทีให้กลายเป็นรายการโลกดนตรีที่สาวสาวสาวเคยสร้างปรากฏการณ์ห้องส่งแตกมาแล้ว เพราะแฟนๆแห่กันเข้าไปดูคอนเสิร์ต

ดึงอารมณ์ซึ้งกันต่อกับเซ็ตเพลงที่แอมแต่งให้สมาชิกวงร้อง อย่าง เพียงเพราะว่า ฟ้ากว้างทางไกล ไม่มีเธอ ต่อเนื่องด้วย หาคนร่วมฝัน ภาพฝัน Telephone รักโกหก ก่อนเร่งจังหวะความสนุกในเพลง ในวัยเรียน ที่เปลี่ยนลุคกระชากวัยใส่ชุดนักเรียนวัยใสออกมาได้น่ารัก แถมแอมยอมสวมวิกผมบ๊อบดูแล้วเหมือย้อนเวลากลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้วทีเดียว

มาถึงเซ็ทเพลงจากอัลบั้ม “แมกไม้และสายธาร”  ซีนนี้เรียกว่าเปลี่ยนทั้งเวทีให้กลายเป็นทุ่งหญ้าในพริบตาย้อมฉากหลังให้เป็นท้องฟ้าแสงอบอุ่น ชวนคนดูร้องเพลงฮิตจังหวะโฟคซองแนวถนัดไปด้วยกัน อย่างเพลง คืนใจ ทุ่งอ้อ อยากมีรัก บทเพลงชีวิต ก่อนถึงเมดเลย์เพลงสากลอย่าง Because I love you, When we make a home, Helplessly hoping, Hey Mickey ต่อด้วยอีกหนึ่งไฮไลท์คือการจำลองบรรยากาศงาน Tokyo Music Festival อีกหนึ่งความภูมิใจในประวัติศาสตร์ที่สาวสาวสาวได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมงานในตอนนั้น

ถึงคิวแยกเดี่ยวพร้อมแขกรับเชิญของแต่ละคน ปุ้ม เปิดตัวคนแรกในเพลง ป่านนี้ ก่อนเปิดตัวแขกรับเชิญอย่าง ตั๊ก ศิริพร มาร้องเพลง ฉันไม่ใช่นางเอก ถึงคิว แหม่ม ร้องเพลง ทิ้ง ก่อนชวนแขกรับเชิญอย่าง แดน วรเวช และ บีม กวี มาสร้างสีสันในเพลง แปลกดีนะ และ ติ๊กต่อก ก่อนส่งต่อให้แอม ควงสองน้องรัก อ๊อฟ ปองศักดิ์ และ เบน ชลาทิศ ออกมาพ่นไฟใส่กันในเพลง กดดัน และตบท้ายด้วยเพลงท่าเต้นน่ารัก อย่าง คุกกี้เสี่ยงทาย

ช่วงท้ายตามธรรมเนียมคอนเสิร์ต “แอมแหม่มปุ้ม” ชวนคนดูทั้งฮอลล์ลุกจากเก้าอี้มาเต้นด้วยกันกับเมดเลย์เพลงฮิตกับเพลง ประตูใจ รักคือฝันไป เป็นแฟนกันได้ยังไง Thank You และ ดอกไม้ของน้ำใจ เพลงความหมายดีที่มอบให้กับแฟนๆ ทุกคนแทนคำขอบคุณและตอบแทนความคิดถึงที่ทุกคนมีให้ตลอดมา

51