ผู้ลี้ภัยคืออะไร?

เราจะอธิบายภาพผู้ลี้ภัย ความยากลำบาก การโยกย้ายถิ่นฐานจากบ้านเกิดเมืองนอนที่เคยสงบสุข

ไปอยู่ในอีกที่ที่ไม่คุ้นเคย และไม่รับประกันความปลอดภัย ให้เด็กๆ ฟังได้อย่างไร?

เรารู้ว่าปัญหาผู้ลี้ภัยกลายเป็นปัญหาระดับโลก ที่ไม่มีใครยอมแก้ปัญหา

เราเห็นภาพผู้ลี้ภัยนับสิบนับร้อยที่ล่องเรืออยู่กลางทะเลนานร่วมเดือน

เราอาจเคยเห็นคนอื่น และเราอาจเคยเป็นคนหนึ่งที่ล้อเลียน ประณามผู้ลี้ภัย

เชื่อว่าเราต้องเคยเห็นถ้อยความในสื่อโซเชียล ที่บุลลีพวกเขาราวกับเป็นมนุษย์ต่างดาว

หรือไม่ก็ถูกมองว่าเป็นภาระ เป็นปัญหาที่ไม่ควรรับอาสาแก้ไข ควรจะโยนให้เป็นเรื่องของประเทศต้นทาง

บ้างก็บอกว่าพวกเขาไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่

เราต้องการให้เด็กๆ เติบโตอย่างเข้าใจโลก เห็นใจเพื่อนมนุษย์

ไม่กลายไปเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ประณามผู้ลี้ภัย

เราจะอธิบายสิ่งเหล่านี้ให้เด็กฟังอย่างไรดี?

ผู้ลี้ภัย

ทำไมเราต้องรู้จักกับพวกเขา?

*สิ้นปี 2560 มีผู้ถูกบังคับให้ต้องพลัดถิ่นมากถึง 68.5 ล้านคน
คิดเป็น 44,500 คนต่อวัน สูงกว่าปี 2559 ถึง 3 ล้านคน และมีแค่เพียง 5 ล้านคนเท่านั้นที่ได้กลับบ้าน

*ในประเทศไทย มีจำนวนผู้ลี้ภัย 104,615 คน
และจำนวนคนไร้สัญชาติในไทยถึงกว่า 486,440 คน

**ผู้ลี้ภัย (Refugees) หมายถึงกลุ่มคนที่เดินทางออกจากประเทศของตนเนื่องจากสงคราม ความรุนแรง การประหัตประหารหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงอื่นๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา หรือความคิดเห็นทางการเมือง

ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ไม่สามารถกลับไปยังบ้านเกิดได้เพราะหวาดหวั่นต่อภยันตรายเกินกว่าที่จะกลับไปได้ โดยในบางครั้งพวกเขาถูกเรียกว่าผู้แสวงหาที่ลี้ภัย (Asylum Seekers) จนกว่าคนๆ นั้นจะได้รับสถานะเป็น “ผู้ลี้ภัย” จาก UNHCR

ในประเทศไทย มีผู้ลี้ภัยกว่าหนึ่งแสนคนอาศัยอยู่ในค่ายพักพิง 9 แห่งในจังหวัดชายแดนระหว่างไทยและพม่า โดยผู้ลี้ภัยเหล่านี้ส่วนมากเป็นชนกลุ่มน้อยหนีการสู้รบมาจากประเทศพม่า นอกจากนี้ ยังมีผู้ลี้ภัยในเขตเมืองที่พักพิงอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีกกว่า 9,000 คน

(*อ้างอิงจากรายงานแนวโน้มโลก Global Trends ปี 2560 ของ UNHCR ตีพิมพ์เดือนมิถุนายน ปี 2561)
(**แหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์ Amnesty

แล้วทำไมเราต้องคุยเรื่องผู้ลี้ภัยกับเด็กๆ?

ผู้ลี้ภัย

วงเสวนาหัวข้อ “การโยกย้ายถิ่นฐาน”  ในงานเปิดตัวหนังสือ “รอนแรม” ณ Open House Bookshop by Hardcover Central Embassyโดย  พอแสนโซ บรี (Pawsansoe Bree) อดีตผู้ลี้ภัยจากประเทศเมียนมา และเจ้าหน้าประสานงาน Future Paths กรุงเทพฯ พิมพ์ภัทรา รักเดช อาสาสมัคร แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ครูก้า-กรองทอง บุญประคอง ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก และผู้บริหารโรงเรียนจิตตเมตต์ โดย ณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้ประกาศข่าว บรรณาธิการข่าว และผู้ดำเนินรายการที่นี่ไทยพีบีเอส ร่วมดำเนินการเสวนา 

ในขณะที่ประเด็นผู้ลี้ภัยเป็นประเด็นร้อนของสังคมโลก ที่ยังคงต้องหาทางออก มันไม่ใช่แค่ปัญหาของผู้ลี้ภัย หรือปัญหาระดับรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นปัญหาระดับสังคมที่ยังคงได้รับการถกเถียง

มันไม่ใช่ปัญหาแค่การเปิดรับผู้ลี้ภัยเข้าไปอาศัย

แต่ยังเป็นเรื่องของการเปิดหัวใจ

ปัญหาคงไม่ใช่แค่ว่าจะดูแลผู้ลี้ภัยอย่างไร แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด และแก้ยากที่สุด น่าจะเป็นการทำให้คนทั่วๆ ไป ตระหนักถึงปัญหา ร่วมกันแก้ไข เข้าใจ เห็นใจ และไม่รังเกียจ ไม่มองเป็นคนต่างถิ่น และเป็นปัญหาที่ถูกโยนชิ่งไปมา ไม่มีใครยอมลงมารับผิดชอบเสียที

แต่เป็นปัญหาที่ทุกๆ คน ในทุกๆ ประเทศต้องร่วมกันแก้ไข

“รอนแรม” (The Journey) คือนิทานภาพสำหรับเด็ก ที่แฝงประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของผู้อพยพ หรือผู้ลี้ภัย เขียนโดย Francesca Sanna นักเขียนและนักวาดภาพประกอบหนังสือสำหรับเด็ก ที่ได้แรงบันดาลใจจากสองเด็กหญิงที่อาศัยอยู่ในศูนย์ผู้ลี้ภัยในประเทศอิตาลี และรวบรวมข้อมูลเรื่องการอพยพ สัมภาษณ์ผู้คน และเล่าเรื่องราวต่างๆ ในรูปแบบของนิทานภาพ และได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย อ.สุมาลี บำรุงสุข

ผู้ลี้ภัย

แม้ว่าจะเป็นหนังสือที่มุ่งประเด็นเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย ที่จริงๆ แล้วเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและยากแก่การแก้ไข แต่หนังสือเล่มนี้กลับเป็นหนังสือภาพเล่มบางๆ ที่เต็มไปด้วยภาพประกอบกราฟิกที่เรียบง่าย น่ารัก สวยงาม แต่ทรงพลัง

แม้ว่าประเด็นผู้ลี้ภัย และการอพยพจะเป็นประเด็นอันหนักหน่วงในระดับโลก ที่ผู้ใหญ่เองก็ยังปวดหัว แต่นิทานเรื่องนี้กลับเล่าเรื่องนี้อย่างง่ายๆ ผ่านรูปแบบที่มีความแฟนตาซี ที่ยังคงแฝงประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ด้านต่างๆ เกี่ยวกับการลี้ภัยจากข้อเท็จจริงเอาไว้อย่างหนักแน่น

ด้วยเนื้อเรื่องสั้นง่าย ใช้คำแต่น้อย ซึ่งเหมาะที่จะเป็นหนังสือนิทานสำหรับเด็ก และเหมาะที่พ่อแม่จะนั่งอ่านและอธิบายเรื่องนี้ให้ลูกฟังไปด้วยกัน

ผู้ลี้ภัย

หนังสือภาพเล่มนี้พาไปพบกับเรื่องราวชีวิตของครอบครัวหนึ่ง ที่เคยอยู่กันอย่างสงบสุข

จนเมื่อสงครามปะทุขึ้น และพรากผู้เป็นพ่อไป

ผู้ลี้ภัย

แม่จึงต้องพาลูกทั้งสองหนีจากบ้านเกิด เดินทางไกลสู่ “บ้านหลังใหม่แสนสงบ”

ที่พวกเขาจะได้เริ่มต้นชีวิตอย่างมีความสุขอีกครั้ง

หนังสือ “รอนแรม” เล่มนี้ ไม่ได้ต้องการจะเล่าถึงปัญหาผู้ลี้ภัยเท่านั้น แต่ยังแฝงการสอนให้เด็กๆ รู้จักกับสภาวะความเป็นจริงของผู้ลี้ภัย
ความอบอุ่นและเป็นสุขในการได้อาศัยอยู่ในบ้านและครอบครัวอันอบอุ่น สภาวะลี้ภัยอันยากลำบาก

ความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นได้ในภาวะอันแร้นแค้น ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการอาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข

ผู้ลี้ภัย

หนังสือเล่มนี้จึงนับว่าเป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กอีกเล่ม ที่น่าจะเหมาะสำหรับพ่อและแม่ที่ต้องการอยากจะสอนเรื่องของผู้ลี้ภัย

และต้องการสอนลูกเรื่องของความเห็นอกเห็นใจ และเป็นแบบอย่างในการสอนลูกว่า

พวกเขาคือคนอืกคนหนึ่งที่ลูกจะได้รู้จัก และเมื่อลูกได้รู้จักแล้ว หวังว่าลูกจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจพวกเขา

และไม่แกล้งทำเป็นลืมว่าพวกเขาก็เป็นคนเหมือนกับเรา


ผู้ลี้ภัย

หนังสือภาพ “รอนแรม” (The Journey) จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด วางจำหน่ายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

[Sassy_Social_Share]
17