หนอนหนังสือที่มีภาระต้องยื่นรายการเสียภาษีปลายปี รวมถึงผู้ที่ต้องการจะซื้อหนังสือเป็นของขวัญช่วงปีใหม่ และต้องการซื้อหนังสือเป็นจำนวนมากๆ เพื่อนำไปบริจาคตามห้องสมุดจะต้องกรี๊ดลั่น เพราะถ้าสังเกตให้ดีๆ ช่วงนี้ร้านหนังสือ สำนักพิมพ์ และร้านหนังสือออนไลน์ ต่างโหมกระหน่ำโปรโมชั่น ลดนั่นแถมนี่ต้อนรับปีใหม่กันยกใหญ่

อีกเหตุผลก็คือ ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป รัฐบาลได้ออกมาตรการลดหย่อนภาษี ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในช่วงปลายปี แล้วนำเอาใบเสร็จยอดค่าใช้จ่ายนั้นไปลดหย่อนภาษีอีกทีหนึ่ง

และปีนี้เป็นปีแรก ที่ “หนังสือ” คือสินค้าที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย (หลังจากรอมาเนิ่นนาน) แต่ก่อนที่หนอนหนังสือจะกำเงินไปร้านหนังสือ หรือถือบัตรเครดิตเตรียมกรอกรหัส ลองมาดูกันว่า การที่บอกว่าหักภาษีได้สูงสุดถึงหมื่นห้านั้น ทำได้จริงไหม ต้องทำอย่างไรบ้าง และมีข้อกำหนด ข้อห้ามอะไรบ้างที่ควรจะต้องรู้ก่อนจะกำเงินไปช้อปหนังสือที่อยากได้ (และสุดท้ายก็เอามาดองไว้ข้ามปีจนลืมอ่านตามเคย :-P)

อะไรคือ #ช้อปหนังสือช่วยชาติ

#ช้อปหนังสือช่วยชาติ คือหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่คุ้นกันในชื่อ #ช้อปช่วยชาติ ด้วยการกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการต่างๆ แล้วนำเอาหลักฐานในการซื้อมาแสดงเพื่อนำยอดค่าใช้จ่ายนั้นมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยสินค้าที่เข้าร่วมโครงการนั้นมี 3 ประเภท คือ สินค้าโอทอป ยางรถยนต์ และหนังสือ (ซึ่งหมายรวมไปถึงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Book ด้วย)

คนที่จะได้ประโยชน์นี้คือ คนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งก็คือคนที่มีรายได้ตั้งแต่ 26,000 บาทต่อเดือน หรือสูงกว่า 300,000 บาทต่อปี

แต่ถ้าใครมีค่าลดหย่อนอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบิดามารดา เลี้ยงดูบุตร มีประกันชีวิต หรือซื้อกองทุนรวม LTF-RMF เพี่อไว้ใช้ลดหย่อนภาษีอยู่แล้ว ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องออกไปช้อปเพื่อเอาบิลมาลดหย่อนภาษี เพราะค่าลดหย่อนที่มีอยู่รวมๆ กัน ก็อาจจะเทียบเท่าหรือมากกว่าการออกไปช้อปช่วยชาติด้วยซ้ำ

โดยหนอนหนังสือจะต้องทำการซื้อหนังสือตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2561 ถึง 16 มกราคม 2562 เท่านั้น จึงจะนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้

เมื่อรู้แล้วว่าอยากจะช้อปหนังสือช่วยชาติ นี่คือ 5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนจะกำเงินไปช้อป!

  1. ร้านหนังสือไหนที่เราควรจะเข้าไปซื้อเพื่อลดหย่อนภาษี?

ร้านหนังสือ / สำนักพิมพ์ / ร้านค้าออนไลน์ นั้นๆ จะต้องออกบิลหรือใบเสร็จรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานในการนำไปลดหย่อนภาษี แต่เนื่องจากหนังสือนั้นเป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ผู้ประกอบการจะสามารถออกบิลให้ลูกค้าได้ โดยสามารถแจ้งต่อกรมสรรพากร เพื่อเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

โดยผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบ VAT จะต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ (มาตรา 86/4) ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่อยู่ในระบบ VAT จะต้องออกใบเสร็จรับเงิน (มาตรา 105) ให้ลูกค้าด้วย

และผู้ประกอบการนั้นๆ จะต้องจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเท่านั้น ส่วนบริษัทที่จดจัดตั้งแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือในรูปแบบอื่นๆ ไม่สามารถออกบิลเพื่อลดหย่อนภาษีได้

  1. แล้วซื้อหนังสือเล่มไหนถึงจะลดหย่อนได้?

ไม่ใช่หนังสือทุกเล่มจะนำมาลดหย่อนได้ ต้องเป็นหนังสือ 4 ประเภทนี้เท่านั้น

  1. หนังสือเล่มและ E-Book (เฉพาะหนังสือ ไม่รวมนิตยสารและหนังสือพิมพ์)
  2. หนังสือเรียนพร้อมดีวีดีสื่อการสอนที่มีเนื้อหาเดียวกับในหนังสือ และขายในราคารวม (ไม่ได้แยกขาย)
  3. Audio book ที่ติดมากับหนังสือ
  4. หนังสือต่างประเทศ

  1. อ้าว…แล้วอีบุ๊คจะเอาใบเสร็จที่ไหนไปลดหย่อนล่ะ ก็ในเมื่อไม่ได้ซื้อจากร้านขายหนังสือนี่นา?

ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบ VAT จะต้องออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ (มาตรา 86/4) ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่อยู่ในระบบ VAT จะต้องออกใบเสร็จรับเงิน (มาตรา 105) ให้ลูกค้าที่ซื้ออีบุ๊คด้วย

  1. แล้วจะเอาหมื่นห้าไปลดหย่อนภาษีได้อย่างไร?

ในแต่ละปีภาษี ผู้ลดหย่อนจะสามารถนำค่าใช้จ่ายในแต่ละปีภาษีนั้นๆ มาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง รวมทั้ง 2 ปีภาษีแล้วไม่เกิน 15,000 บาท

เช่น ซื้อหนังสือตั้งแต่ 15 ธ.ค. – 31 ธ.ค. 2561 ใช้ลดหย่อนภาษีประจำปี 2561

ซื้อหนังสือตั้งแต่ 1 ม.ค. – 16 ม.ค. 2562  ใช้ลดหย่อนภาษีประจำปี 2562

  1. บริษัท นิติบุคคล ห้างร้าน สมาคม อยากซื้อหนังสือเพื่อเอาไปลดหย่อนภาษีได้ไหม?

มาตรการนี้มีเพื่อสำหรับลดหย่อนภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาเท่านั้น แต่นิติบุคคลสามารถนำเอายอดซื้อหนังสือไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณเสียภาษีเงินในนิติบุคคลได้ โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ประมวลรัษฎากรกำหนด

                                                                                                   

FYI: ใบเสร็จที่จะเอาไปยื่นขอภาษีได้ จะต้องเป็นแบบไหน?

          คำตอบคือ ต้องแยกเป็น 2 กรณี

          หนึ่ง ถ้าผู้ประกอบการไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องออกใบเสร็จรับเงิน

ที่ต้องมีชื่อ-นามสกุลของผู้ซื้อ และต้องมีรายละเอียดอื่นๆ เช่น ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ประกอบการ เลขลำดับของเล่ม (สำหรับใบเสร็จที่เป็นเล่ม) หรือใบรับ วัน เดือน ปีที่ออกใบรับ จำนวนเงินที่รับ และชนิด ชื่อ จำนวน ราคาของสินค้า

          สอง ถ้าผู้ประกอบการอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

          ที่ต้องระบุคำว่า “ใบกำกับภาษี” ให้เห็นชัดเจน ระบุ ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการ ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ หมายเลขลำดับและหมายเลขเล่มของใบกำกับภาษี ชื่อ ชนิด ปริมาณ ราคาของสินค้า (ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องระบุค่าซื้อหนังสือเป็นรายการที่ได้รับการยกเว้นภาษีด้วย) ในใบกำกับภาษีต้องระบุภาษีมูลค่าเพิ่มแยกออกมาจากมูลค่าของหนังสือทั้งหมด วัน เดือนปีที่ออกใบกำกับภาษี และข้อความอื่นๆ เช่น “เอกสารออกเป็นชุด” และ “สำเนาใบกำกับภาษีฯ”

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.pubat.or.th

 

[Sassy_Social_Share]
116