“โนบุโยชิ อารากิ” (Nobuyoshi Araki) คือช่างภาพระดับตำนานชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น เริ่มทำงานมาตั้งแต่ยุค 60’s หากจะให้อธิบายอย่างย่อ เขาคือช่างภาพที่ไม่แยแสต่อกฏเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการยืนหยัดใช้กล้องฟิล์ม Leica M7 เพียงอย่างเดียวเท่านั้น การท้าทายต่อศีลธรรม ความเป็นมิตร และกระแสสังคมที่มองภาพเปลือยเป็นเพียงภาพนู้ด ด้วยภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยความอีโรติก ความรุนแรง ภาพถ่ายหญิงเปลือยที่แสดงสัดส่วนอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา และภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นรุนแรงทางอารมณ์ รวมถึงภาพถ่ายหญิงสาวที่ถูกมัดรัดรึง (ชิบาริ) ที่เต็มไปด้วยความพุ่งพล่าน และนี่ยังไม่รวมภาพถ่ายผสมการใช้พู่กันเขียนภาพและตัวอักษรเพื่อผสมผสานให้กลายเป็นงานรูปแบบใหม่ที่ไม่ตายตัวแค่ภาพถ่ายนิ่งๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ArakiAraki Araki Araki

บางส่วนของภาพถ่ายในนิทรรศการ Life by Film by Nobuyoshi Araki
(ภาพโดย Leica Gallery)

แม้ว่าในปีนี้เองเขาจะมีอายุ 79 ปี แต่เขาก็ยังคงใช้ Leica M7 ถ่ายงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ แม้ว่าดวงตาซ้ายของเขาจะมองไม่เห็นแล้ว และมีปัญหาสุขภาพทั้งมะเร็งต่อมลูกหมาก การสูญเสียการมองเห็นของตาขวา และการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ แต่เขาก็ยังคงทำงานถ่ายภาพ และในปีนี้เองถือว่าเป็นปีที่ดี ที่เขาได้อนุญาตให้ทางจำหน่าย Leica Camera Thailand (ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์) จัดงาน นิทรรศการ Life by Film by Nobuyoshi Araki (ไลฟ์ บาย ฟิล์ม บาย โนบุโยชิ อารากิ) ซึ่งจัดแสดงผลงานภาพถ่ายชิ้นใหม่จำนวน 30 ภาพ ผ่านกล้อง Leica M7 เพื่อจัดแสดงในประเทศไทยโดยเฉพาะ

Araki

โดยภายในงานเปิดนิทรรศการเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก ฮิซาโกะ โมะโตะโอะ (Hisako Motoo) คิวเรเตอร์ผู้เปรียบเสมือนมือขวาที่ร่วมงานกับ โนบุโยชิ อารากิ มากว่า 30 ปี ได้ร่วมเล่าเรื่อง “การเดินทางอันแสนซาบซึ้งของชีวิต ความรัก และความตาย” (Sentimental journey Life, Love and Death)

 “ได้เริ่มทำงานกับ โนบุโยชิ อารากิ ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 ซึ่งตอนนั้นเขาได้สูญเสียโยโกะ ภรรยาสุดรัก ผู้ที่เขาจดจำในฐานะ “คนที่ทำให้ผมเป็นช่างภาพ” และในปี 1992 นิทรรศการเดี่ยวของเขาในชื่อ “AKT – TOKYO”ได้ถูกเวียนไปจัดแสดงตามเมืองใหญ่ต่างๆ ในทวีปยุโรป เริ่มต้นที่เมืองกราทซ์ ประเทศออสเตรีย ส่งผลให้ผู้คนเริ่มกล่าวขานถึงเขามากขึ้น รวมทั้งเป็นที่จับตามองในระดับนานาชาติ

Araki

แนวงาน “ชิ – ฉะชิน” (I –Photography) ของอารากิได้รับอิทธิพลจากความปั่นป่วนของสังคมเมืองที่เกิดขึ้นในกรุงโตเกียวหลังการรับมือกับยุคเศรษฐกิจฟองสบู่ ผลงานนี้นอกจากจะเป็นตัวกระตุ้นมุมมองใหม่ในการประเมินค่าประวัติศาสตร์ภาพถ่ายญี่ปุ่นจากทั้งสายตาคนในและนอกประเทศแล้ว ยังเป็นงานที่มีอิทธิพลต่อช่างภาพรุ่นหลังเป็นอย่างมาก เรียกว่าอารากิสามารถคว้าเอาความสนใจของผู้คนทั่วโลกไว้อยู่หมัด ด้วยภาพถ่ายที่สามารถเก็บรายละเอียดความเฉพาะเจาะจงของพลังในการดึงดูดและโน้มน้าวจิตใจผู้ชม อันส่งผลให้ภาพถ่ายของเขามีชีวิตขึ้นมา เขานำช่วงขณะเวลานั้นมาใส่กรอบและผนึกมันไว้ดั่งคำพูดที่ว่า “หากชีวิตไม่น่าสนใจ ภาพถ่ายก็ไม่น่าสนใจ”

Araki

ชีวิตการถ่ายภาพของอารากิได้เผยให้เราเห็นปรัชญาชีวิต สำหรับ นิทรรศการ Life by Film by Nobuyoshi Araki (ไลฟ์ บาย ฟิล์ม บาย โนบุโยชิ อารากิ) เป็นผลงานล่าสุดของอารากิในวัย 79 ปี ในขณะที่ยังคงต่อสู้กับปัญหาสุขภาพทั้งมะเร็งต่อมลูกหมาก การสูญเสียการมองเห็นของตาขวา และการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ ทำให้ภาพถ่ายของเขาแตกต่างจากงานชุดแรกๆ ซึ่งอารากิเคยกล่าวว่า ‘ยิ่งแก่ รูปยิ่งออกมาดีเมื่อเราเริ่มรู้ตัวว่าเข้าใกล้ความตายมากเท่าไหร่ เราจะเรียนรู้ที่จะพอเพียง และละเอียดอ่อนกับความสวยงามในการมีชีวิต’ อย่างไรก็ตาม อารากิก็ยังคงทุ่มเทให้กับความหลงใหลในการถ่ายภาพ เรียกได้ว่า เราค่อยๆ มองเห็นโลกอย่างแท้จริง ผ่านการใช้ชีวิตอยู่บนความเป็นจริง ดังคำกล่าวของอารากิที่ว่า ‘การถ่ายภาพคือการมีชีวิต เช่นเดียวกับการหายใจและการเต้นของชีพจร’ ”

Araki

โดย ฮิซาโกะ โมะโตะโอะ คือ ศิลปิน คิวเรเตอร์ อิดิเตอร์ที่สร้างผลงานมากมายทั้งในและนอกประเทศ โปรเจกต์ของเธอจะมีความแปลกใหม่ที่มาพร้อมกับการขยายกรอบความคิดเพื่อวาทกรรมสร้างสรรค์  นอกจากนี้ ฮิซาโกะได้ก่อตั้ง อาร์ตสเปซ เอเอ็ม (ArtSpace AM) ขึ้นในปี 2014 โดยมุ่งเน้นที่ศิลปะภาพถ่ายทั้งในการจัดนิทรรศการ การพิมพ์หนังสือภาพ และการคัดเลือกภาพเพื่องานต่างๆ และแน่นอนว่าคงไม่มีใครสามารถพูดถึง นิทรรศการ Life by Film by Nobuyoshi Araki (ไลฟ์ บาย ฟิล์ม บายโนบุโยชิ อารากิ) และการทำงานของโนบุโยชิ อารากิได้ดีเท่าเธอ

Araki

“ถึงแม้ว่าเราจะมีนิทรรศการของอารากิมาอย่างต่อเนื่อง จนแทบจะจัดแสดงงานเขาเดือนเว้นเดือน แต่ทุกครั้งที่ฉันได้ชมงานใหม่ของเขา ฉันก็ยังคงรู้สึกประหม่าและใจเต้นตึกตักเกินคาดทุกครั้ง ฉันพยายามปรับใช้มุมมองการทำงานเชิงทดลองไปพร้อมกับอารากิเมื่อเขากล่าวว่า “ผมต้องการท้าทายสิ่งใหม่ๆ เสมอ” และฉันก็ได้พบว่า นอกจากฉันจะได้สัมผัสความรู้สึกของการมีชีวิตอย่างแท้จริงแล้ว ฉันยังได้เติบโตและเกิดความรุ่มรวยในใจอีกด้วย “นับถือ” และ “ขอบคุณ” นี่คือสองคำที่จะสรุปการมีอยู่ของอารากิในชีวิตฉัน เพราะอารากิได้เผยให้ฉันเห็นช่วงเวลา “สวยงามเกินบรรยาย” ที่กระจายไปทั่วโลก และสอนให้ฉันได้รู้ว่าโลกนี้เปี่ยมไปด้วยคุณค่าที่คู่ควรต่อการมีชีวิตอยู่”

Araki

โนบุโยชิ อารากิ สร้างผลงานมากมายผ่านกล้องไลก้าตัวแรกของเขา Leica M6 ซึ่งกลายเป็นกล้องตัวโปรดตั้งแต่ช่วงกลางยุค 90’s  ภายหลังทางไลก้าได้มอบกล้อง Leica M7 สลักชื่ออารากิให้เป็นของขวัญ โดยกล้องตัวนี้เองที่ศิลปินใช้ในการถ่ายทอดผลงานในนิทรรศการ Life by Film ครั้งนี้

“ในโอกาสนี้ ฉันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ฉันได้รับโอกาสจาก Leica ให้แนะนำผลงานล่าสุดของอารากิแก่ทุกท่าน” ซึ่ง โนบุโยชิ อารากิ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์ศิลปินชาวญี่ปุ่น ในวัย 79 ปี ได้รังสรรค์ผลงานชิ้นใหม่จำนวน 30 ภาพ ผ่านกล้อง Leica M7 เพื่อแฟนๆ ไลก้า แกลเลอรี แบงค็อก โดยเฉพาะ

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

Araki

นอกจากนี้ทาง Leica Gallery Bangkok ได้จัดทำสินค้าสำหรับแฟนๆ ของอารากิโดยเฉพาะ โดยมีการนำฝีแปรงของอารากิที่เขียนคำว่า “อะ รา คี” มาออกแบบเป็นเสื้อให้สะสมถึง 3 แบบ นอกจากนี้ยังมีโปสเตอร์นิทรรศการ 2 แบบ และหนังสือรวมภาพจากนิทรรศการ Life by Film กับ 30 ภาพใหม่ที่ศิลปินรังสรรค์เพื่อการแสดงงานที่นี้โดยเฉพาะ เปิดให้ได้จับจองกันในงานด้วย

Araki

Araki

Araki

 


นิทรรศการ Life by Film by Nobuyoshi Araki

จัดแสดงที่ Leica Gallery Bangkok ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษร วิลเลจ
ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม – 27 พฤศจิกายน 2562  (10.00-20.00 น.)
สามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ติดตามรายละเอียดได้ทาง www.facebook.com/leicagallerybangkok

#leicagallerybangkok #lifebyfilm #nobuyoshiaraki #araki #hisakomotoo #obk #photobangkok

[Sassy_Social_Share]
168