ปัจจุบันสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่งแข่งกันเปิดหลักสูตรนานาชาติรองรับกับความต้องการของตลาดการศึกษา และความเป็นเออีซีประชาคมอาเซียนในโลกที่เปิดอย่างไร้พรมแดน…

กระนั้น มหาวิทยาลัยของรัฐที่เปิดหลักสูตรนานาชาติ ที่ได้รับการกล่าวขานมาแรงในช่วง 10 ปีหลัง หนึ่งในนั้นต้องยกให้ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล  (Mahidol University International College หรือ MUIC)

ล่าสุด วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศได้รับรางวัลผ่านมาตรฐานการศึกษาระดับโลกของ TedQual เป็นหลักสูตรปริญญาตรีด้านการจัดการการบริการนานาชาติ (International Hospitality Management)

TedQual

จากองค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติและยังถือเป็นที่แรกของประเทศไทย 
หลักสูตรการจัดการการบริการนานาชาติเป็นหลักสูตรต้นๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเนื้อหาหลักๆมีทั้งการบริการ (service quality) การตลาด (marketing) การจัดการทรัพยากรบุคคล (HRM) เรียนเป็นผู้จัดการต้องรู้จักการใช้คน ดังนั้นต้องฝึกตั้งแต่ระดับล่างจนถึงบน เพื่อให้เข้าใจสภาพการทำงานของแต่ละฝ่าย และการเรียนพื้นฐานของสายบริหารด้วย เช่น  บัญชี สถิติ เศรษฐศาสตร์ และจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของสาขานี้ คือต้องเรียนภาษาที่ 3 ด้วย โดยจะมีให้เลือกเช่น  ภาษาเยอรมัน จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และสเปน เป็นต้น

และที่สำคัญของการได้เรียนที่นี่คือการได้ลองฝึกงานจริงจากโรงแรม ศาลายา พาวิลเลี่ยนเทียบเท่าระดับโรงแรม 4 ดาว โดยฝึก 4 แผนกหลัก คือ
1. Front Office 
2. Food and Beverage 
3. Kitchen
4. House Keeping  

นอกจากโรงแรมแล้ว ยังมีการเชื่อมกับหน่วยงานระดับชาติภายนอก และต่างประเทศเพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์จากของจริง เด็กจะต้องเรียนรู้ทักษะหลากหลาย ทั้งการเป็นเจ้าของผู้ประกอบการธุรกิจ การแข่งขันในปัจจุบันแบบองค์รวม ตรงนี้จึงเป็นการบูรณาการทั้งหมด

มากกว่าเรียนการบริการ คือเรียนความเป็นคน

หากจะให้สะท้อนนิยาม ความหมายของการเรียนการบริการที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการจัดการการบริการนานาชาติ (International Hospitality Management) ให้เห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด คงหนีไม่พ้นหัวข้อนี้ คำถามคือทำไม? ทำไมสิ่งที่ได้มากกว่าการเรียนบริการ แต่ได้เรียนความเป็นคน ทุกๆ คำตอบถูกตอบชัดเจนมาเมื่อหลายปีก่อน ที่ศิษย์เก่าค่อยๆ เรียนจบออกไป ไปใช้ชีวิต ประกอบหน้าที่การงานในหลายๆ สายอาชีพ และต่างก็ประสบความสำเร็จในทางของตัวเอง ที่สำคัญหลายๆ ท่าน ได้ออกไปสร้างประโยชน์ ให้สังคมมากมาย เพียงแค่ลองหยิบมาส่วนหนึ่งจากทั้งหมดเพื่อยกตัวอย่าง

หลังจากได้สัมภาษณ์ก็พอจะทราบได้เลยว่าทุกๆ ท่าน ได้ถูกบ่มเพาะ ดึงข้อคิดต่างๆ แม้จะไม่ใช่ความรู้ที่ได้จากในห้องเรียนทั้งหมด บ้างก็ได้แง่คิดในการดำเนินชีวิตระหว่างฝึกงานจริง บ้างได้รู้จักการเรียนรู้คน การตระหนักถึงการตอบแทนและทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง ที่สำคัญทุกคนไม่เคยทิ้งความฝันของตนเอง เพราะไม่ได้หยุดตัวเอง หรือตีกรอบตัวเองจากสิ่งที่ตนเรียนจบออกไป แต่ต่างก็ออกไปเดินตามฝัน เลือกนำความรู้ไปต่อยอดในสายอาชีพที่ตัวเองรัก และถนัด และถึงแม้ทุกคนจะอยู่ในสายงานใดก็ตาม สิ่งที่ทุกคนยังคงมีเหมือนกันคือ การมองเห็นความเป็นคน ซึ่งมุมมองของแต่ละคนนั้นก็ได้ให้แง่คิดที่แตกต่างกันออกไปอย่างน่าสนใจ และน่าจับตามอง ไม่ว่าจะเรื่องในการใช้ชีวิต หรือการเดินตามแง่คิดในชีวิตของตนเองจนประสบความสำเร็จผ่านธุรกิจหลายแบรนด์ดังในประเทศไทยที่คุณเองก็อาจจะคุ้นหู คุ้นตากันมาบ้างในหลายปีหลังนี้

ดวงดาวที่ประสบความสำเร็จจาก สาขาการจัดการการบริการนานาชาติ (International Hospitality Management )

สัมภาษณ์แต่ละบุคคล :

คุณวิสา เบญจพรชัย  (คุณหุ้น) : Pilot / First Officer / NokScoot Airline
นักบินสาวสวยแห่งค่ายนกสกู๊ต ….  กว่าจะมาถึงวันนี้ได้
หลังจากจบ มหิดลอินเตอร์ หลักสูตร การจัดการการบริการนานาชาติ  เธอทำตามความฝัน จนสำเร็จการได้เป็นนักบินหญิง คนที่4 ของสายการบินนกสกู๊ต
“อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้ เพราะหุ้นก็ไม่ได้คิดว่าจะมาถึงได้ขนาดนี้เหมือนกัน เพราะมันไม่มีใครที่บินได้ตั้งแต่เกิด แต่หุ้นจะคิดและถามตัวเองก่อนว่าทำไมอยากเป็น หาคำตอบให้ได้ว่าเราอยากเป็นจริงๆ นะ และทุกครั้งที่เราเจอปัญหา หรืออุปสรรคที่กว่าจะไปถึงจุดๆ นั้น เราต้องอดทนและข้ามผ่านมันไปให้ได้ แต่ที่หุ้นคิดคำเดียวคือห้ามยอมแพ้ และก็ทำให้เต็มที่ค่ะ”

คุณก้องวุฒิ  ชัย วงศ์ขจร  (เชฟก้อง)  Chef and Owner Locus Native Food Lab
เชฟก้องวุฒิ …. ผู้รังสรรค์อาหารในนิยามความยากคือความง่าย
เชฟก้องวุฒิ เลือกโฟกัสร่ำเรียนปริญญาตรี สาขาการจัดการการบริการนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล  และได้พบความชัดเจนของของตัวเองในการเป็นเชฟ ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านอาหาร และเชฟที่ร้าน Locus Native Food Lab จ.เชียงราย เชฟก้องมีหนึ่งจุดหมายหลักในการรังสรรค์อาหารของเค้าคือ การยกระดับให้กับทรัพยากรท้องถิ่นในเชียงราย ทรัพยากรในที่นี้ไม่ใช่เพียงวัตถุดิบ หรือกรรมวิธี แต่รวมไปถึงภูมิปัญญาที่ส่งต่อ และเพื่อไม่ให้ภูมิปัญญาตรงนี้หายไป เชฟก้องเลือกที่เข้าไปเรียนรู้ความเรียบง่ายของชีวิตที่เชียงราย ซึ่งดันเป็นที่ที่คนที่นั่นมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจนที่สุดด้วยประโยคที่ว่า “ถ้าป่าดูแลเค้า เค้ามีหน้าที่ดูแลป่า” นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เชฟก้องเลือกทางเดินด้วยหนึ่งหลักการในชีวิตง่ายๆ คือการตอบแทนแผ่นดิน. . .

คุณพัทธมน เมฆะวรากุล ( คุณโบ ) Managing Director of Instill Agency and Vice President of Cape Dara Resort Pattaya

เราต้องหาจุดที่ดีที่สุด ….. นั้นคือ คือจุดเริ่มต้นของเธอ
ไม่ยากเลยที่จะทำงาน 2 อย่างได้ดีในเวลาเดียวกันและเป็นงานที่เธอรักทั้งคู่
หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยามหิดล  เธอได้บินไปเรียนต่อระดับปริญญาโท ที่อังกฤษ เธอเลือก Marketing & Communication  และเรียนด้าน Advertising and Design
ควบคู่กัน เมื่อเรียนจบได้กลับมาดูแลธุกรกิจโรงแรมของครอบครัวเธอขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารระดับสูง
ด้วยเป้าหมาย การสร้างแบรนด์โรงแรม ไทยให้คนทั่วโลก ได้รู้จักและยอมรับ
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังมีบริษัท Agency ของเธอเองที่คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ออกแบบ การประชาสัมพันธ์แบบครบวงจร

 

คุณสารัช กมลธรไท (แฟลช) Marketing  Director, Sarach Marketing Ltd.

จากเรียนจบวิทยานานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล คือจุดเริ่มต้นของหนุ่มเพชรบูรณ์ผู้ผูกพันกับมะขามตั้งแต่เด็กจนโต สู่การแปรรูปมะขามหลากหลายชนิด เพิ่มมูลค่าสินค้าและส่งขายทั่วประเทศ และส่งออกไปสู่ต่างประเทศ สร้างรายได้กว่าร้อยล้านต่อปี โดยมีความตั้งใจที่จะยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นให้ออกสู่ตลาดโลก และยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนพื้นที่ ให้มีรายได้ เปิดช่องทางทำมาหากินกันได้แบบต่อเนื่องอีกด้วย

คุณคริสโตเฟอร์ ไรท์ เจ้าของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ Chris English School นักแสดงและผู้ดำเนินรายการ English Delivery

คริสโตเฟอร์ ไรท์ ผู้ปลุกกระแสการสอนภาษาอังกฤษ
หลังเรียนจบปริญญาตรีคริสโตเฟอร์ ไรท์ได้เริ่มทำงานในด้านอื่นๆ ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางของการเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษอย่างเต็มตัวในเวลาไม่นาน ชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมาเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษด้วยวิธีที่สนุกสนาน มีสไตล์เป็นของตัวเองนั้นยังคงเป็นที่รู้จักกันเฉพาะในแวดวงการศึกษาเท่านั้น หาได้โดดเด่นเป็นรู้จักในวงกว้างไม่ แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าต้องมีสักวันที่เป็นวันของเขา…

คุณอรพัทย์ ธนากิจปฐมพงศ์ (ออโต้ ) เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า P.MITH

คุณอรพัทย์ ธนากิจปฐมพงศ์ กับการทำให้ผู้ชายในยุคนี้ตื่นตัวในการแต่งตัว การสร้างแบรนด์เสื้อผ้าที่ฉีกสายงานตัวเองจากงานบริการ ไปเป็นงานแฟชั่น และดันไปจนถึงจุดที่ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ด้วย passion ความหลงใหล การเอาใจใส่ในทุกๆ รายละเอียดของงานทำให้แบรนด์ P.MITH ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการแฟชั่นบุรุษซึ่งเป็นแบรนด์ไทยที่น่าจับตามองอีก 1 แบรนด์ นอกจากนั้น P.MITH ยังเป็นหนึ่งใน Fashion Week Project ที่ชื่อว่า Boy of Bangkok ที่รวม 3 แบรนด์สุภาพบุรุษชั้นนำขึ้นรันเวย์ออกสู่สายตาชาวโลกอีกด้วย

[Sassy_Social_Share]
49