งานขายบริการ เป็นงานของคนรักสบายจริงไหม? งานขายบริการเป็นงานของผู้หญิงไม่ดีเท่านั้นใช่ไหม? งานขายบริการ สมควรได้รับสิทธิและการดูแล รวมถึงความเท่าเทียม ให้เทียบเท่ากับอาชีพอื่นๆ ทั่วไปไหม? แล้ว ขายบริการ เป็นงานหรือเปล่า ?

เพื่อหาคำตอบให้กับคำถามคาใจ เกี่ยวกับอาชีพที่คนส่วนใหญ่มองแบบเหยียดๆ ว่าไม่ดี หรือเป็นงานรักสบาย ซีรีส์ งานขายบริการ เป็นงานหรือเปล่า? ทั้ง 4 ตอนนี้ เราจึงต้องเดินทางเข้าไปยังซอยพัฒน์พงศ์ เพื่อไปหาคำตอบจาก “สุรางค์ จันทร์แย้ม” หรือ “พี่รางค์” ของเหล่าน้องๆ ผู้มีอาชีพขายบริการ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ มูลนิธิ SWING (Service Workers in Group Foundation)

ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือคนขายบริการคนขายบริการทั้งผู้ชายและผู้หญิงในหลายมิติ เช่น เป็นโรงเรียนที่ให้ความรู้ต่างๆ กับคนขายบริการ เพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อต้องเปลี่ยนไปทำงานอื่น รวมถึงก่อตั้งคลีนิคสำหรับการตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์ บริการยาต้านไวรัส HIV หรือยาเพร็พ (PrEP) และถุงยางอนามัย

รวมถึงเป็นบ้านหลังที่สองที่คนขายบริการจะเข้ามาปรึกษาพูดคุย ระบายปัญหาต่างๆ อีกทั้งมูลนิธิยังมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น ในการสร้างความเข้าใจใหม่แก่สังคมว่า งานขายบริการ ก็เป็นงานงานหนึ่งเหมือนกัน

จุดเริ่มต้นของพี่รางค์

พี่เป็นเด็กนาฏศิลป์ จบจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ อยากเป็นนางรำ แต่ว่าสิ่งที่ตัวเองชอบมากๆ ตั้งแต่เด็กเลยคืออยากเป็นนักพัฒนา เนื่องจากพี่สาวเป็น NGO เห็นเขาใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ ลงไปช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนแออัด แล้วได้ฟังเรื่องราวความยากลำบากของพี่น้อง ก็เลยรู้สึกว่าอยากเป็นนักพัฒนามาก

พี่สาวบอกว่ามีองค์กรหนึ่งที่ทำงานกับพนักงานบริการ เขาต้องการทำละครเพื่อรณรงค์เรื่อง HIV เขากำลังหาคนมาช่วยกันทำละคร ก็เลยมาสมัครงาน วันที่มาสมัครวันแรกหินมากเลย เนื่องจากพี่ที่เป็นผู้อำนวยการองค์กรนัดเจอกันในบาร์ที่พัฒน์พงศ์ แล้วภาพของคนขายบริการที่อยู่ในหัวเราหล่อหลอมว่า เป็นสถานที่ที่น่ากลัว คนในนั้นเป็นคนไม่ดี เป็นสถานที่เราเป็นผู้หญิงดีๆ อย่างเราไม่ควรที่จะเข้ามา

แล้ววันที่นัดเจอพัฒน์พงศ์ มันยากมาก ไม่กล้าบอกกับแท็กซี่ว่าจะมาที่นี่ เพราะกลัวที่จะโดนมองว่าเราเป็นคนขายบริการ มันยากมากที่จะเข้าไปนั่งในบาร์แล้วจะดื่มเครื่องดื่ม ซึ่งมันยากมากที่จะดื่มเพราะเรารู้สึกว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมเชื้อโรค ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ต้องสู้กับตัวเองเยอะเลย พอเสร็จแล้วก็คุยกับพี่เขา เขาก็นัดให้เข้ามาทำงานเป็นอาสาสมัคร

ขายบริการ เป็นงานหรือเปล่า

ครั้งแรกกับคนขายบริการ

พอเริ่มงาน NGO แรกๆ ไม่มีใครบอกเราต้องทำอะไร แล้วทุกๆวันก็จะมีน้องๆ พี่ๆ ที่เป็นคนขายบริการเข้ามาที่องค์กร เข้ามาเรียนหนังสือเข้ามาทำนู้นทำนี้ สิ่งที่ตัวเองเจอก็ก็คือยังรับไม่ได้ ไม่ยอมรับคนขายบริการ

สิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์แรกในการทำงานคือ ตัวเราเองไม่ยอมกินน้ำ เพราะรู้สึกว่าไม่อยากใช้แก้วใบเดียวกัน กลัวมันจะมีเชื้อโรค และเราก็ไม่กล้าคุยกับพวกพี่ๆ เพราะว่าเราคิดว่าเขาจะต้องพูดจาหยาบคาย เราไม่รู้จะกับเขาคุยยังไง แล้วก็ไม่ยอมกินข้าวในออฟฟิศ เวลาหิวต้องออกไปหาข้าวกินข้างนอก เป็นแบบนี้ประมาณเกือบสองอาทิตย์

แต่หลังจากนั้นก็พบว่า พี่ๆ เขาน่ารักมากเลย เขาเอ็นดูเรา ไม่เหมือนที่เคยได้ยินมาเลย มันเลยทำให้ภาพในหัวเราเปลี่ยนจนสิ่งที่เราได้ยินมามันหายไป สิ่งที่เราเห็นคือเขาเป็นพี่ เป็นน้อง เราก็เลยพอจะมองเห็นว่าจะทำอะไรได้ ตอนนั้นพี่ๆ บอกว่าอยากเรียนภาษาไทย เราก็นึกไม่ออกว่า พี่ๆ เขาอายุตั้ง 20-30 แล้วทำไมยังเขียนภาษาไทยไม่ได้ เขาก็บอกว่าอยากเรียนภาษาไทย เพราะว่าตอนนี้กระทั่ง ชื่อ นามสกุล ตัวเองก็ยังเขียนไม่ได้ เราก็เลยเริ่มจากการสอนหนังสือ สอนเขียนภาษาไทย สอนเขียนชื่อ นามสกุล สอนเขียนจดหมาย

มันทำให้เรารู้สึกว่ายิ่งใหญ่มาก เพราะเขาเรียกเราว่าครู ว่าอาจารย์ เราก็เลยคิดว่านี่แหละคือทางที่ใช่ เพราะเราเรียนจบทางด้านการศึกษา ถ้าอย่างนั้น เราจะทำหน้าที่เป็นครูให้กับพี่น้องเรา

คนขายบริการที่แท้จริง

ตอนแรกพี่มีแค่ความอยาก ไม่ใช่แค่ว่าอยากทำงานเฉพาะกับคนกลุ่มนี้ รู้แค่ว่าอยากทำงานพัฒนา แต่ว่าพออยู่ไปมันก็หาคำตอบได้ สิ่งที่ทำให้พี่เลือกที่จะอยู่ทำงานตรงนี้ เพราะพี่เห็นคือพวกเขามีจิตใจ มีความอดทน มีความเสียสละที่ยิ่งใหญ่มาก

พวกเขาไม่ได้ทำงานเพื่อตัวเองเลย แต่ทำเพื่อคนข้างหลัง คนทำงานหนึ่งคน ต้องดูแลคนข้างหลังไม่น้อยกว่าสี่ห้าคน ตัวเราเองตั้งแต่เกิดมา เราไม่เคยทำเพื่อคนอื่นได้เท่าเขาเลย เพราะเราเกิดมาก็มีพ่อแม่ที่ปูทางไว้ให้หมดแล้ว

เราได้เรียนรู้ความเข้มแข็ง ความแข็งแกร่ง ความสามารถจากเขาเยอะมาก อ่านเขียนไม่ได้ แต่เขาเลี้ยงดูลูกได้ มีชีวิตอยู่ได้ยังไง ฉะนั้นเราเลยทึ่ง เราเคารพในการที่เขาอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยที่กฎหมายก็ไม่เอาเขา สังคมก็ไม่เอาเขา ศาสนาก็ไม่เอาเขา ไม่มีใครเอาเขาเลย บางคนครอบครัวก็ไม่เอาด้วย แต่เขาก็ยืนอยู่ได้ ตรงนี้เลยเป็นตัวหล่อหลอมที่ทำให้พี่เลือกที่จะอยู่ตรงนี้ต่อ

พี่รู้สึกว่า ถ้าพี่เป็นแค่คนตัวเล็กๆ มันอาจจะไม่ได้แก้ปัญหาเขาหมด แต่ช่วยส่งเสียงแทนพวกเขาได้ เพราะเสียงของเขาอาจะดังไม่พอ พี่ก็เลยเลือกจะอยู่ตรงนี้

จุดกำเนิดมูลนิธิ SWING

ปี 2545 ตอนนั้นพี่ทำงานเป็นครูให้พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นพนักงานบริการผู้หญิง มีคนมาเรียนทุกวัน วันหนึ่งก็มีน้องที่เป็นผู้ชายขอมาเรียนหนังสือด้วย เขาเห็นพี่ไปออกรายการเจาะใจ เขาก็มาขอเรียน แต่เขาเป็นผู้ชาย แต่พี่ตอบเขาไปว่าไม่ได้ การที่เราปฏิเสธว่าไม่ได้มันเจ็บปวดมาก แต่พ่อแม่พี่สอนว่า พ่อแม่พี่ไม่ได้รวยมาก แต่สิ่งที่พ่อแม่ให้ได้คือการศึกษา การศึกษาจะเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้มีพื้นที่ มีโอกาสทางสังคม ที่เราปฎิเสธเพราะมันเป็นองค์กรสำหรับพนักงานบริการผู้หญิง มีงบประมาณจำกัด

สิ่งที่เห็นคือ แววตาน้องเศร้าและเสียใจมาก เขาก็เดินออกไป แต่เขามีความพยายาม เขาก็มาอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง คิดว่าพี่จะเปลี่ยนใจ แต่พี่ก็ยืนยันคำเดิมว่าให้เรียนไม่ได้ ครั้งที่สามเขาให้เพื่อนที่เป็นผู้หญิงมาคุย พี่ก็เลยให้เรียน แต่ถ้าเกิดผู้หญิงเรียนเยอะจนคลาสเต็ม เขาก็อาจะไม่ได้เรียนนะ เขาก็ตอบว่าได้ครับ พอเขามาเรียน เขาก็ไม่ได้มาเรียนคนเดียว เขาก็พาเพื่อนผู้ชายมาอีก

จากที่ได้คุยกันตรงนั้น ก็เลยได้รู้ว่าจริงๆ ภาพของ Sex worker ที่เคยเห็นมาตลอดมักจะเป็นผู้หญิงแต่จริงๆ แล้ว มีน้องที่เพศสภาพเป็นผู้ชาย แต่เป็นเกย์ที่ขายบริการด้วย เวลาเขาเจอปัญหา เราพบว่าปัญหาของเขามันสลับซับซ้อน อย่างผู้หญิง เราจะรู้ว่ามีผู้หญิงมาขายบริการ

แต่กับผู้ชาย สังคมยังไม่ยอมรับ เพราะว่าคุณเป็นผู้ชาย คุณจะมานอนขายตัวทำไม ซึ่งสิ่งนี้เขาบอกใครไม่ได้ แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือ เขาติดเชื้อ HIV หรือโรคติดต่อที่มาจากเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก แล้วเขาไม่กล้าไปหาหมอ

ณ ตอนนั้นทางการแพทย์ ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย เวลาที่พวกเขามีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักแล้วติดเชื้อ เขาไม่กล้าจะไปหาหมอ เพราะไม่รู้ว่าจะบอกหมออย่างไร สิ่งที่เขากลัวมากที่สุดก็คือ หมอจะถามว่า ทำไมถึงติดเชื้อที่ก้น ที่ไม่ใช่ช่องทางที่จะมีเพศสัมพันธ์ เขาจึงไม่กล้าไปหาหมอ

เวลาที่เขาเจอปัญหา สิ่งที่เขาเจ็บปวดมากคือเขาร้องไห้ไม่ได้  คุณเป็นผู้ชายด้วยสรีระคุณจึงร้องไห้ไม่ได้ พอคุยกับน้องๆ เรื่องปัญหามากมายที่เขาต้องเจอ มันไม่มีรัฐหรือองค์กร ไม่มีใครพูดถึงผู้ชายหรือสาวประเภทสองที่เป็น Sex worker เลย พี่ก็เลยคิดว่าเราคงอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องทำอะไรสักอย่าง ก็เลยถามน้องๆ ไปว่า พวกเขาอยากมีหน่วยงานหรือองค์กรที่ช่วยเหลือเหมือนน้องผู้หญิงบ้างไหม  พวกเขาบอกพร้อมกันเลยว่าอยากมี

ขายบริการ เป็นงานหรือเปล่า

ร่วมด้วยช่วย SWING

พี่เป็นเหมือนคนข้างนอก แต่ว่าน้องๆ เขาเป็นคนข้างใน พี่เลยไม่อยากเห็นคนที่มาจากข้างนอกเข้ามาคิดและทำ เลยตกลงว่า ถ้าน้องพร้อมจะทำด้วย เราก็จะทำด้วยกัน น้องๆ บอกว่าอยากทำ ก็โอเค มาตั้งต้นกันว่าเราจะทำอะไร

สิ่งที่เราตั้งต้นทำกันคือ เราต้องทำให้รัฐบาลเห็นว่าพวกเราไม่ได้มีกันแค่คนเดียว หรือ คนสองคน แต่ต้องทำให้เห็นว่ามีพวกเรากันเท่าไร ต้องเริ่มจากการสำรวจข้อมูล เพราะเราจะไปบอกคนอื่นด้วยเรื่องเล่าอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำข้อมูลออกมาให้รัฐ ให้สังคมเห็น จากข้อมูลทำให้เรารู้ว่ามี Sex worker ที่ไหนบ้าง แล้วแต่ละที่นั่นมันมีจำนวนเท่าไร มีบาร์ประเภทไหนบ้าง

พอเราเริ่มมีข้อมูล น้องก็บอกว่า อยากมีองค์กรเป็นของตัวเอง ก็เลยก่อตั้งกัน แต่ว่าตอนนั้นเราไม่มีเงินเลย ตอนนั้นพี่ก็ออกมาจากองค์กรเก่า แล้วก็ก่อตั้ง SWING แต่ไม่มีทุนเลย สิ่งที่พี่ทำคือ พี่ใช้เวลา หนึ่งเดือน เขียนอีเมล เขียนจดหมายส่งไปให้น้องๆที่เคยเป็นลูกศิษย์พี่ตอนที่พี่ทำงานอยู่องค์กรเก่า แล้วหลายคนได้แฟนเป็นคนต่างชาติไปอยู่ต่างประเทศ พี่ก็เลยเขียนอีเมลไปบอกพี่ๆ น้องๆ เหล่านั้นรู้ว่าตอนนี้พี่กำลังอยากจะทำบ้านที่ให้น้องๆ ที่เป็นผู้ชายและสาวประเภทสองให้เขาได้มีโอกาส ได้เรียนหนังสือ มีโอกาสได้ดูแลตนเอง เหมือนกับพวกเราที่เป็นพี่ผู้หญิงมาก่อน

ภายในเวลาหนึ่งเดือน ได้มีเงินบริจาคเข้ามาที่ได้จากพี่ที่เป็น Sex worker เข้ามาแสนกว่าบาท เงินก้อนนี้เป็นเงินที่เราภูมิใจมากเลย เป็นเงินก้อนแรกที่ทำให้เรามาจ่ายค่ามัดจำสำนักงาน ด้วยเงินแค่แสนกว่าบาท เราก็ทำกันเองทุกอย่าง ทาสีก็ทาเอง บางวันหลายคนก็หิ้วข้าวมาให้ หิ้วผลไม้มาให้ เพราะรู้ว่าเราไม่มีเงินจะทำงาน จนถึงวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2547 เราได้เซ็นสัญญากับ USAID (องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา) ครั้งแรก SWING ก็เลยเกิดขึ้น แล้วก็ขยายพื้นที่ไปทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา

คลิกอ่านตอนต่อไป ได้ที่นี่ >>> ขายบริการ เป็นงานหรือเปล่า? (2) งานขายบริการคือ “งาน” อย่างหนึ่ง?

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของมูลนิธิ SWING ได้ที่ Fanpage SWING Thailand


คลิกเพื่ออ่านทุกตอนของซีรีส์ ขายบริการ เป็นงานหรือเปล่า? ได้ที่นี่ >>>

[Sassy_Social_Share]
482