คลิกอ่านบทสัมภาษณ์ในซีรีส์ ขายบริการ เป็นงานหรือเปล่า?

ตอนก่อนหน้า ได้ที่นี่ >>>  


สถานการณ์ของ Sex workers ในตอนนี้

คนที่ทำอาชีพขายบริการมีจำนวนเยอะขึ้น แต่ว่าสภาพการณ์วิกฤตที่สุด ตั้งแต่พี่ทำงานประเด็นนี้มาตลอดสามสิบกว่าปี ช่วงนี้ถือว่าวิกฤตที่สุด เป็นช่วงที่ Sex worker ตกงาน ตามปกติก็คือ คนตกงานจากอาชีพอื่นแล้วมาเป็น Sex worker แต่ตอนนี้ Sex worker ตกงาน เพราะสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ การเมืองแบบนี้ นักท่องเที่ยวก็ไม่มี ดังนั้นเราก็ถือว่า Sex worker ตกงาน

ตกงานก็คือ เคยทำงานอยู่ตามบาร์ แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะบาร์ไม่มีเงินที่จะจ้าง ความจริงเขาก็ไม่ได้จ้างแพงอะไรมาก แต่เขาก็คงลดจำนวนให้น้อยที่สุด ที่เหลือก็ตกงานไปเป็น Street Workers ทำงานตามออนไลน์ ไม่ก็เสียสติไปเลย เพราะว่าจากคนที่เคยมีรายได้ พอไม่มีรายได้ บางคนกลายเป็น Homeless ไปเลยก็มี เพราะว่ามันไม่มีงานทำ ไม่มีที่อยู่ ถือว่าเป็นช่วงที่แย่ที่สุด

ถ้าเกิดจะพูดว่าเป็นช่วงที่แย่ที่สุด รัฐบาลหรือคนที่ไม่เห็นด้วยกับการค้าประเวณีก็คงพูดว่า งั้นก็ดีสิจะได้หมดๆ ไป  จริงๆ มันไม่หมดหรอก ยิ่งคนเหล่านี้ลงไปใต้ดินเป็น จะเป็นอะไรที่ยากลำบากมากยิ่งขึ้น มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ มีความเสี่ยงต่อการถูกทำร้าย คนเหล่านี้ถูกตัดขาดคุณค่าของความเป็นคนมากยิ่งขึ้น

น้องๆ หลายคนเข้ามาร้องไห้ เพราะไม่รู้จะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างไร เพราะเหมือนกับว่าตอนนี้เขาถอยหลังไปจนถึงที่สุดแล้ว ชีวิตหลายคนตกงานจากหลายอาชีพแล้ว และคิดว่าอาชีพนี้พอจะมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ แต่พอมาทำแล้วมันไม่ใช่ และไม่รู้จะถอยไปไหนได้อีกแล้ว เมื่อเดือนที่ผ่านมามีน้องหลายคนมาเล่าให้ฟังว่าอยากจะฆ่าตัวตาย ก็ต้องบอกเขาว่า เดี๋ยวมันก็มีวันที่มันดีขึ้นมา ช่วยกันพยายามหาทางออกกันว่ามันจะไปอย่างไรต่อ

ขายบริการ เป็นงานหรือเปล่า

คนขายบริการ : คนชายขอบของรัฐ

ไม่เคยมีความช่วยเหลือจากภาครัฐอะไรเลย เราคิดกันเสมอว่า เราไม่ได้บอกว่าตนเองทำดี หรือองค์กรทำดี แต่ถ้าไม่มีพวกเราหรือองค์กรนี้ น้องๆ เหล่านี้จะเป็นอย่างไร สักครู่นี้เพิ่งได้รับไลน์มาว่า พี่น้องที่เป็น Sex worker ที่พัทยา อายุมากแล้ว เกิดอุบัติเหตุแต่ไม่มีญาติ ทำงานไม่ได้ ต้องนอนอยู่ที่ห้องคนเดียว ไม่มีรายได้ ไม่มีเงินเลย เราก็เพิ่งตัดเงินช่วยเหลือไป

ถามว่าคนเหล่านี้ได้เสียภาษีให้กับรัฐไหม คนเหล่านี้เสียภาษีไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ที่เขาอยู่ในบาร์ ขายเหล้าขายเบียร์ ภาษีที่มันเป็นรายได้หลักของประเทศมากจากไหน ไม่ได้มาจากตามบาร์ที่ขายเหล้าขายเบียร์เหรอ แล้วใครเป็นคนขาย ไม่ใช่น้องเหล่านี้หรอกเหรอที่เป็นคนขาย และเคยนำภาษีเหล่านั้นลงมาดูแลเขาบ้างไหม ไม่เคยเลย รายได้หลักของประเทศดูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็มาจากการท่องเที่ยว

แล้วกล้ายอมรับกันจริงๆ ไหม ว่ารายได้ส่วนหนึ่งที่ได้จากการท่องเที่ยว มาจากเรื่องไหน แล้วคุณได้ดูแลเขาบ้างไหม ไม่ดูแลเลย นอกจากไม่ดูแลคุณยัง จับ ปรับ เก็บเงิน เงินที่ได้จากที่เก็บไปเอาไปทำอะไร ซึ่งการแก้ปัญหาด้วยกลไกทางกฎหมายเพียงอย่างเดียวที่เราใช้กันมายาวนานก็ไม่สามารถที่จะทำให้ปัญหาลดน้อยหรือหมดลงไปได้

ทำไมเราถึงต้องลุกขึ้นมาทำ SWING เพราะเราทำหน้าที่เป็นคนกลาง เราแก้กฎหมายไม่ได้ เราจึงต้องทำอะไรที่ทำให้คุณค่าความเป็นคนของน้องๆ ยังมีอยู่ สิทธิการรักษาพยาบาลที่เขาควรจะได้ ก็ควรได้เทียบเท่ากับคนอื่น แม้ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม

Sex worker’s Disruption            

ตัวเลข Sex worker ที่อยู่ตามบาร์ลดลงเกินกว่า 50% แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มี แต่ที่พี่บอกไปตั้งแต่แรกแล้วว่ามันไม่มีลูกค้าเข้ามา ก็เลยต้องเข้าไปอยู่ในออนไลน์ ใน ขณะที่ออนไลน์ก็มีคนจำนวนมากที่เข้ามาทำงาน ใช้โลกออนไลน์โดยไม่ต้องเปิดเผยตนเองว่าเป็นคนขายบริการ ถ้ามองแบบธุรกิจ การแย่งกันในตลาดมันเยอะมาก

น้องที่เป็น Sex worker แบบรุ่นเก่าๆ ใช้โซเชียลก็ไม่เก่ง พอใช้ไม่เก่งก็หาลูกค้ายากกว่าคนที่ใช้เป็น มันก็เป็นการแย่งลูกค้า ถามว่ามีปัญหาไหม ถ้ามองในมุมของ Sex worker ที่เป็นรุ่นเก่า ที่ใช้โซเชียลไม่เป็น จะมีปัญหากระทบกับชีวิตเขามาก มันทำให้เขาเข้าไม่ถึงลูกค้า เข้าไม่ถึงทรัพยากรที่จะเอามาเลี้ยงตนเองได้

Sex worker บนดิน?

ควรอย่างยิ่ง จริงๆ สิ่งที่เขาทำอยู่ เราจะพูดเสมอว่า Sex work is work. สิ่งที่เขาทำอยู่มันไม่แตกต่าง ถ้าเขาเป็นพนักงาน เราก็จะใช้คำว่าพนักงานบริการ เพราะเขาให้บริการลูกค้าเป็นเพื่อนดื่ม เพื่อนนั่งคุย พาเที่ยว เรื่องเซ็กส์นี่บางทีก็แค่ครึ่งชั่วโมงเอง ถ้าเขาได้ลูกค้า นอกนั้นจะเป็นเรื่องของกินข้าว พูดคุย ขายเครื่องดื่ม นั่นคือเขาทำงานบริการ

เราควรจะมองเขาเป็นพนักงานบริการคนหนึ่ง  สิ่งที่เขาทำอยู่ เงื่อนไขการทำงานมันไม่ได้แตกต่างกับงานทั่วไป มีการกำหนดเวลาเข้างาน ตอกบัตร กำหนดวันหยุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตรงตามเงื่อนไขของแรงงานทั้งหมด

เราต่อสู้เรื่องนี้มาตลอด จะต้องเปลี่ยนคนขายบริการให้ขึ้นไปอยู่ภายใต้กฎหมายแรงงาน และเอากฎหมายที่มีความผิดออกไป เพราะว่ากฎหมายที่เอาความผิดตรงนี้มีตั้งแต่ฉบับแรกคือปี 2503 แล้วก็มีการเปลี่ยนแก้ไขใหม่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ปี 2539 ซึ่งการมีกฎหมายมันไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

มันไม่ได้ทำให้อาชีพ Sex worker หมดไป แต่ทำให้สถานการณ์ปัญหามันมากยิ่งขึ้น เขาเหล่าควรอยู่ภายใต้การดูแลตามกฎหมายแรงงาน ถ้าผิดอาญาก็ใช้กฎหมายอาญา ผิดแพ่งก็ใช้กฎหมายแพ่ง ทำไมจะต้องมีกฎหมายพิเศษกับพวกเขา การมีกฎหมายไม่ได้ช่วย แต่ยิ่งสร้างปัญหามากขึ้น

ขายบริการ เป็นงานหรือเปล่า

ถ้าอยู่บนดิน จะคุมกันเองหรือให้รัฐคุม

ควบคุมกันเองรัฐคงไม่ยอมหรอก เหมือนกับที่ออสเตรเลีย มีสถานบริการที่เขารวมตัวกันและตั้งเป็นกลุ่มใหญ่ ที่สามารถเข้าไปอยู่ในตลาดหุ้นได้ มียอดซื้อหุ้นสูงมาก แต่พี่คิดว่าบ้านเราคงไม่ถึงขนาดนั้น พี่คิดว่ารัฐอยากจะควบคุมอยู่แหละ แต่ไม่ใช่ว่าควบคุมแบบมองเขาเป็นคนผิด ใช้คำว่าคุ้มครองดีกว่า เหมือนกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ใช้วิธิการคุ้มครองดีกว่าควบคุม

พี่คิดว่าเขาคงกลัวคนจะมาทำงานนี้เยอะแยะ คนเราไม่ได้เกิดมาฝันอยากขายบริการหรอก แต่ว่านี้มันเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้คนมีรายได้มีอาชีพ ลองถามน้องๆ สิว่าอยากฝันที่จะมาเป็นคนขายบริการเหรอ เพราฉะนั้น ไม่ต้องกลัวหรอก มันไม่ง่ายนะที่เราจะไปนอนกับคนที่เราไม่รู้จัก มันไม่ง่ายอย่างที่เขาคิดหรอก

เรามักได้ยินเสมอว่า เวลาที่มีสื่อต่างชาติพูดถึงเมืองไทยว่ามีผู้ขายบริการเป็นจำนวนมาก ก็จะมีคนส่วนหนึ่งออกมาตอบโต้ว่าไม่จริง และก็จะตามมาด้วยการปราบปราม จับ ปรับและปิดสถานบริการในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และหลังจากนั้นทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สถานการณ์เดิม

หน้าที่ของ SWING วันนี้

หนึ่งคือ ให้โอกาสทางการศึกษาในที่ๆ เขาควรจะได้รับ เรียนจบแล้วสามารถนำใบวุฒิไปต่อมหาลัยได้ สองคือ โอกาสทางด้านสุขภาพ HIV ไม่ได้เป็นเรื่องของเฉพาะคนขายบริการ แต่เป็นเรื่องของทุกคน แต่เป็นภาระโรคที่อยู่กับพนักงานขายบริการค่อนข้างจะเยอะ โดยอาชีพเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเซ็กส์ จริงๆ ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องหมด แต่เขาเข้าไม่ถึง เราจึงส่งเสริมเรื่องนี้ น้องๆ หลายคนก็ได้รับการพัฒนา สามารถที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ ให้บริการในจุดอื่นๆ ได้ เป็นคลีนิคที่ได้รับการกล่าวขานไปทั่วโลก

สาม ทำงานส่งเสริมด้านสิทธิ เราทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง เป็นสะพานที่เชื่อมความถูกต้องที่เชื่อมสิทธิจากพนักงานบริการไปสู่สังคม และสุดท้าย ทำให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี ให้ทุกคนยอมรับ ให้น้องๆ ยอมรับตนเอง ยอมรับหน้าที่ของตัวเอง เคารพตนเอง แล้วก็บอกกับสังคมว่า พวกเขาก็คือคนๆ หนึ่ง ต้องได้รับการดูแลเหมือนคนอื่น อาชีพนี้มันเป็นแค่อาชีพชั่วคราวของเขา เขาควรที่จะได้รับโอกาส

เราไม่ได้ทำงานแค่กับน้องคนไทยนะคะ มีทั้งน้องๆ ที่เป็นเพื่อนเรา ลาว กัมพูชา พม่า เป็นจำนวนมากที่มาทำงานอยู่ในเมืองไทย ทำงานเป็นคนขายบริการ บางคนติด HIV น้องเหล่านี้ยิ่งอยู่ต่างบ้านต่างแดนมาเจอปัญหา แล้วเขาไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ที่นี่จะเป็นที่พึ่งของเขา สิ่งที่เราต้องทำคือพาน้องกลับบ้านให้ได้ อันนี้คือสิ่งที่เราทำ ไม่ใช่เพียงแค่คนไทย เรามีความรู้สึกว่าคนทุกคนคือมนุษย์ คนทุกคนมีชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าเขาไม่ใช่คนไทย เขาพลัดบ้านพลัดเมืองมา เราคงนิ่งดูดายไม่ได้

เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งหนึ่งที่บอกว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลย เราเลยรู้สึกว่าถ้าไม่มีองค์พวกเราแล้ว น้องๆ เหล่านี้จะเกิดอะไรขึ้น เราไม่ได้บอกว่าเราเป็นคนดีนะ แต่เรารู้สึกว่าชีวิตหนึ่งมันมีค่า แล้วเราได้ช่วยทำอะไรให้ชีวิตหนึ่งได้ มันเลยทำให้เราต้องทำต่อ เราไม่ได้รู้สึกว่ารัฐบาลเป็นเจ้าของประเทศหรือของประชาชน แต่ว่าเราเป็นคนหนึ่งในประเทศนี้ เป็นคนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบเพื่อนพี่น้องเรา ถ้าสามารถทำได้

เราจะทำหน้าที่พูดแทนน้อง สู้แทนน้อง ขับเคลื่อนแทนน้อง อันสุดท้ายเป็นองค์รวม คือว่าจะยังไงให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี เป้าหมายของสวิงไม่ได้จะบอกว่าส่งเสริมให้ทุกคนเข้ามาทำอาชีพนี้ บทบาทของสวิงมีสองส่วนก็คือ ทำให้น้องๆ ยอมรับตัวเอง ยอมรับความเป็นจริงที่อยู่ข้างหน้า ไม่ดูถูกตัวเอง รักตัวเอง เคารพตัวเอง แล้วก็บอกกับสังคมว่า พวกเขาเหล่านี้คือมนุษย์คนหนึ่ง เขาต้องได้รับการดูแลเหมือนคนอื่น การเป็นคนขายบริการมันเป็นแค่อาชีพช่วงหนึ่งของเขา เพราะฉะนั้นเขาควรจะต้องได้รับโอกาสเหมือนคนอื่นๆ

คลิกอ่านตอนต่อไป ได้ที่นี่ >>> ขายบริการ เป็นงานหรือเปล่า? (3) ความเจ็บปวด ความตาย ของคนขายบริการ

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของมูลนิธิ SWING ได้ที่ Fanpage SWING Thailand


คลิกเพื่ออ่านทุกตอนของซีรีส์ ขายบริการ เป็นงานหรือเปล่า? ได้ที่นี่ >>>

[Sassy_Social_Share]
151