จะเรียกว่าเป็นความโชคดีก็ได้ ที่ “จักรพงศ์ พุ่มไพจิตร” หรือที่เธอเรียกตัวเองว่า “ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” ที่ปัจจุบันทำงานเป็น IT Support ให้กับสถานีโทรทัศน์ Voice TV  หยิบชุดนักเรียนหญิงญี่ปุ่นออกมาถ่ารูป และถ่ายทอดเรื่องราวของคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี ผ่านทางเพจ “ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” แล้วไม่มีใครออกมาบุลลี่

มีแต่คนต่างบอกต่อๆ กันว่า ภาพลักษณ์และการนำเสนอของเธอมีความน่ารักสดใส ทำให้เรื่องไอทีที่ซับซ้อน กลายเป็นเรื่องบ้านๆ ที่เข้าใจได้ง่ายๆ  

อย่างเต็มที่ก็แค่มีคนตั้งกระทู้สงสัยในพันทิปว่า “ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอมเป็นตุ๊ดจริงๆ หรือเปล่า?”

ใช่ ยังมีคนสงสัยว่าเธอนั้นไม่ได้เป็นตุ๊ดจริงๆ อาจเพราะรู้สึกว่าหนวดที่เธอตั้งใจไว้เพราะว่า “ดูน่ารักดี” นั้นอาจดูไม่เข้ากันกับความเป็นตุ๊ดของคนส่วนใหญ่ที่มักคิดว่า ไหนๆ ถ้าจะเป็นตุ๊ดทั้งที ก็ต้องขจัดภาพลักษณ์แห่งความเป็นชายแท้ออกไปให้ได้มากที่สุด

แต่ก็อย่างที่เห็น เธอเลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น

เธอเลือกที่จะใส่ชุดยูนิฟอร์ม และเลือกที่จะไม่โกนหนวดเพื่อให้คนเชื่อว่าเป็นตุ๊ดในแบบที่คนส่วนใหญ่คิด

แต่เธอเลือกที่จะไว้หนวด เพียงเพราะว่า “มันดูน่ารักดี”

จนทุกวันนี้ ที่เธอได้รับการยอมรับในฐานะนางฟ้าไอทีคนหนึ่งของไทย มีผลงานโฟโต้บุ๊คแนวสาวญี่ปุ่นเป็นของตัวเอง มีแบรนด์ไอทีจ้างไปเป็นพรีเซนเตอร์และทำงานเป็นพริตตี้ในงานแฟร์ต่างๆ อยู่ไม่ขาดสาย

หรือจริงๆ แล้ว การที่มีคนรักเธอ และมีคนติดตามเพจมาตลอด 5 ปีโดยที่แทบไม่มีกระแสบุลลี่ และยังไม่มีใครกล้าวิจารณ์เธอในเรื่องของหนวดนั้น

อาจไม่ใช่เพราะความโชคดี

แต่อาจเป็นเพราะความน่ารัก ในแบบที่เธอเลือกเป็น ด้วยตัวเธอเองต่างหาก


ก่อนที่คุณจะมาเป็น ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม พอจะเล่าได้ไหมว่าอาชีพ IT Support ที่คุณทำก่อนหน้านี้คืออะไร แล้วต้องทำอะไรบ้าง

ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ (หัวเราะ) IT Support ก็จะมีหน้าที่แก้ปัญหาให้กับ User ภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคอมฯ เปิดไม่ติด อินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้ พรินท์ไม่ออก หรือเวลามีพนักงานใหม่เข้ามาก็ต้องคอย Setup ให้กับเขา หรือคอยแก้ปัญหาอีเมลที่ส่งไม่ไป ส่งไม่ผ่าน ไม่ได้รับเมล เป็นปัญหาเบื้องต้น หรือปัญหาจุกจิกที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

สนใจด้านไอทีหรือคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่เมื่อไหร่

ที่สนใจคอมพิวเตอร์เพราะว่าเป็นเด็กติดเกม จริงๆ เราไม่ได้ชอบเรื่องคอมพิวเตอร์เลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่ว่าเราเป็นเด็กติดเกม เล่นมาตั้งแต่ Super Famicom PlayStation จนมาถึงยุคคอมพิวเตอร์ก็ติดเกมแบบ Ragnarök เวลาไปร้านเกมก็จะไปเล่นแต่แร็คนาร็อคกับเพื่อนๆ มันก็เลยเป็นจุดที่ทำให้คลุกคลีกับคอมพิวเตอร์มากขึ้น พอถึงช่วง ม. ปลาย ก็จะเป็นช่วงที่จะต้องเลือกว่าจะไปเรียนต่อที่ไหน เราก็เลยเลือกที่จะไปเรียนในคณะคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะเป็นข้ออ้างกับแม่ว่า เรียนคอมพิวเตอร์จะได้ขอเงินซื้อคอมฯ อันนั้นคือจุดเริ่มต้นจริงๆ

ก็เลยกลายเป็นว่าทำให้คุณสนใจด้านคอมพิวเตอร์มาเรื่อยๆ

ใช่ จริงๆ ไม่เชิงว่าสนใจ แต่ว่าด้วยสถานการณ์มันบังคับให้เราสนใจ พอเราเรียนคณะคอมพิวเตอร์แล้วไม่ใช่แค่เรียนให้จบๆ ก็ต้องเอาตัวรอด ทำกิจกรรม ทำโปรเจ็กท์จบที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็เลยทำให้ต้องสนใจด้านคอมพิวเตอร์

ภาพลักษณ์ที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเรื่องของคอมพิวเตอร์ก็คือมักจะนึกถึงภาพของผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ ตัวคุณเองรู้สึกแตกต่างหรือแปลกไปจากผู้ชายส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับวงการนี้บ้างไหม หรือว่ามีคนมาพูดถึงไหมว่าตัวคุณเองจะเหมาะกับวงการนี้จริงๆ หรือ

บ่อย บ่อยมาก ด้วยความที่เราเป็นตุ๊ดคนเดียวในรุ่น อย่างในรุ่นเราเนี่ยมีสักประมาณ 50 คน ผู้หญิงก็จะสักประมาณ 15 คน ที่เหลือก็จะเป็นผู้ชายล้วน แล้วก็มีเราคนเดียวที่เป็นตุ๊ดในรุ่น เราก็จะรู้สึกว่ามีแต่เพื่อนผู้ชาย แล้วก็จะมีความโดดเด่นขึ้นมากว่าเพื่อน เพื่อนก็จะสงสัยกันว่า เฮ้ย ทำไมมึงมาเรียนคณะนี้วะ จริงๆ เราก็ไม่ได้ชอบหรอก แค่ที่เราเลือกเรียนคอมพิวเตอร์เพราะว่าอยากที่จะเล่นเกมมากขึ้นเท่านั้นเอง
ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม

การที่คุณเป็นตุ๊ด พ่อแม่หรือคนรอบข้างในตอนนั้นรู้สึกอย่างไรบ้าง

พ่อแม่เนี่ยไม่เคยพูด คือเขาอาจจะรู้แหละ แต่เขาไม่พูด บรรยากาศที่บ้านค่อนไปในทางบวก ส่วนคนรอบข้างก็ไม่ได้อะไร ตัวเราค่อนข้างที่จะโชคดีว่าเจอกับสังคมที่อนุญาตให้เราเป็นตัวของตัวเอง แต่เราก็ไม่ได้ประเจิดประเจ้อนะ เพิ่งจะมาเป็นตอนที่มีชื่อเสียงนี่แหละ (หัวเราะ) ตอนที่อยู่มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ขนาดนี้

พ่อแม่ของคุณเคยสนทนากับคุณเรื่องของเพศสภาพของคุณเองบ้างไหม

เคย เขาก็จะพูดประโยคเบสิคที่ทุกคนได้ยินก็คือ เป็นอะไรก็เป็นไปเถอะ แต่ขอให้เป็นคนดีก็พอ ไม่ไปสร้างปัญหาหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน ซึ่งก็เป็นประโยคนี้แหละที่พูดเกี่ยวกับเราเรื่องเพศสภาพ หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ยุ่งอะไรกับเราเรื่องเพศสภาพอีกเลย

เขาเชียร์หรือสนับสนุนไหม หรือว่าก็เฉยๆ

เชียร์ไหม ไม่รู้ แต่สนับสนุนไหม สนับสนุน ถ้าเป็นพาร์ทในปัจจุบันนี้นะ คือเมื่อก่อนเขาจะรู้สึกว่า เฮ้ย จริงเหรอ ต้องเป็นขนาดนี้เลยเหรอ คืออาจจะตกใจเฉยๆ แต่พอไปๆ มาๆ เขาก็เริ่มที่จะชินแล้วก็พอจะรู้ว่าเรามาเส้นทางนี้ แล้วก็จะสนับสนุนเรา

ในบ้านคุณสนับสนุนเต็มที่ แล้วภายนอกล่ะ มีกระแสอย่างไรบ้าง มีคำพูดแง่ลบเข้ามาบ้างไหม

ตั้งแต่ทำเพจมาเข้าปีที่ห้าไม่เคยเจอกระแสด้านลบหรือดราม่าบนโซเชียลเน็ตเวิร์คเลย แต่จะมีบ้างเวลาเราทำแคมเปญหรือทำคอนเทนต์เกี่ยวกับพวกลิขสิทธิ์เถื่อน หรืออะไรที่เกี่ยวกับการเปิดโปงธุรกิจมืด ก็มักจะโดนกระแสจากคนที่อยู่ในธุรกิจมืดๆ พวกนี้มากกว่า แต่ก็ไม่ได้มีผลต่อชีวิตมาก

เวลาคุณทำคอนเทนต์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เคยมีคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของคุณบ้างไหม

มีคนตั้งข้อสงสัยว่าไม่ใช่ตุ๊ดจริงๆ มากกว่า

คุณหมายถึงกระทู้นั้นในพันทิปใช่ไหม (ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอมเป็นตุ๊ดจริงๆหรือเปล่า) 

ใช่ จะเป็นอย่างนั้นซะมากกว่า ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนมาพูดว่า รู้จริงหรือเปล่า เพราะว่าคอนเทนต์ส่วนใหญ่ของเราจะเป็นแนวปูพื้นฐานกับคนทั่วไปมากกว่า แล้วเราก็ไม่เคยเคลมตัวเองว่าเป็นผู้รู้ หรือว่ารู้ที่สุด เพราะเราเองก็รู้พอๆ กับพวกเธอนั่นแหละ แต่แค่เอามาแปลให้ทุกคนเข้าใจง่ายมากขึ้น

แล้วคุณรู้สึกอย่างไรกับกระทู้นั้น

รู้สึกตลก (หัวเราะ) รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เราเจอบ่อย ทุกวันนี้ก็ยังเจอ ล่าสุดก็มีทีมงานทีวีช่องหนึ่งโทรมาถามว่า “พี่ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดจริงๆ ใช่มั้ยคะ” ขอสอบถามข้อมูลหน่อย เดี๋ยวติดต่อกลับไปนะคะ อะไรแบบนี้

แล้วคุณตอบคำถามนี้ หรือกับคนที่ถามทำนองนี้ว่ายังไง

ก็มีบางทีที่อยากจะกวนๆ ก็ตอบไปว่า เป็นงานอดิเรก หรือไม่ก็บอกว่า (ทำเสียงเข้ม) เปล่าครับ แกล้งเป็นครับ (หัวเราะ) ก็แล้วแต่สถานที่ที่เราอยากจะตอบแบบกวนๆ แต่ว่าเป็นจริงๆ นะ เป็นจริงๆ (หัวเราะ)

มีความเบื่อหรือรำคาญบ้างไหมที่คุณจะต้องอธิบายกับคนทั่วๆ ไปว่าตัวตนของคุณเป็นแบบนี้

ไม่เคยรู้สึกรำคาญ แต่บางทีก็อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าการเป็นเพศทางเลือก ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะต้องรักสวยรักงาม หรือบางคนจะต้องหน้าเกลี้ยงเกลา แต่ละคนก็มีสไตล์เป็นของตัวเองแตกต่างกันออกไป อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าคนที่เป็นเพศทางเลือกเขาก็มีสไตล์ของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ไม่จำเป็นจะต้องหล่อเกลี้ยง สะอาดสะอ้านเสมอไป

ภาพลักษณ์ของตุ๊ดสำหรับคนส่วนใหญ่มักจะทำงานอยู่แค่ไม่กี่อย่าง คุณเองรู้สึกว่าแตกต่างจากพวกเขา หรือทำงานในอาชีพที่คนอื่นๆ ไม่ได้คาดหวังว่าตุ๊ดจะทำได้บ้างไหม

ตอนที่ทำตอนแรกๆ รู้สึกแตกต่าง แต่พอทำไปนานๆ พอเราเริ่มมีชื่อเสียง ก็เริ่มทำให้เรารู้สึกว่ามีคนที่อยู่สายงานเดียวกับเราเปิดตัวออกมามากขึ้น เหมือนใช้เราเป็นสื่อนำทาง หรือเป็นตัวแทนของคนที่ทำงานสายไอทีที่กลัวว่าที่บ้านหรือที่ทำงานจะไม่เข้าใจ ซึ่งหลายๆ คนในสายงานนี้ที่เก่งมากๆ ก็เป็นเพศทางเลือก เพียงแต่ว่าเขาอยู่ในบทบาทที่เขาไม่สามารถที่จะเปิดเผยตัวเองได้ เขาก็จะ Inbox เข้ามาว่า ท็อฟฟี่ ช่วยโพสต์อันนี้ให้หน่อย เป็นการแบ่งปันความรู้หรือช่วยให้ข้อมูลให้เราช่วยเผยแพร่ต่อ

ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม

อยากให้คุณเล่าถึงจุดกำเนิดของเพจ ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม หน่อยว่ามาจากไหน

คือเราทำงาน IT Support แล้วตำแหน่งนี้มันเป็นตำแหน่งสายงานด้านการบริการ ซึ่งจะเจอปัญหาเรื่องของคอมพิวเตอร์กับคนในองค์กรทุกวันๆ ไม่ว่าเราจะย้ายไปทำงานที่ไหนๆ ก็จะเจอปัญหาแบบเดิมๆ เราก็เลยเอาปัญหาที่เจอแบบเดิมๆ เอามาทำเป็นคอนเทนต์ เอามาเล่าให้ฟัง แล้วก็เป็นฟีลแบบว่าเวลาคอมฯ มีปัญหา ไม่อยากให้เอะอะๆ ก็ยกไปร้าน อยากให้ช่วยเหลือตัวเองก่อนที่จะยกไปให้ที่ร้านเช็ค ไม่ว่าจะเช็คไฟ ฮาร์ดดิสก์ ฯลฯ เช็คด้วยตัวเองก่อน เหมือนเป็นการสอนพื้นฐานเบื้องต้น

ในปัญหาเดิมๆ ของการทำงาน IT Support คุณเคยเจอประสบการณ์ปัญหาแบบไหนที่คุณรู้สึกเจอแล้วจี๊ดมากที่สุด

ที่กรี๊ดมากเลยคือเจ้านายให้โน้ตบุ๊คมาฟอร์แมท แต่ว่าด้วยความที่ประสบการณ์ยังน้อยอยู่ ก็ฟอร์แมทเครื่องเจ้านายไปเลย โดยที่ไม่ได้ Backup ข้อมูล ไฟล์งานต่างๆ คือมลายหายไป เราก็เพิ่งรู้ว่า อ๋อเหรอ ก่อนจะฟอร์แมท ต้องแบ็คอัพข้อมูลก่อนด้วยเหรอ คือซื่อไง ก็ล้างเครื่องแม่งไปหมดเลย ไปหมดเลยจ้า (หัวเราะ) หัวหน้าก็ถามว่า อ้าว แล้วงานผมอยู่ไหน ก็บอกไปว่าไม่ได้ให้ล้างเครื่องเหรอคะ หัวหน้าก็บอกว่า ไม่! ปกติ Common Sense ของสายไอทีต้องแบ็คอัพข้อมูลก่อนแล้วค่อยฟอร์แมท แล้วตอนนั้นเพิ่งจบใหม่ ทำงานที่แรกด้วยไง ก็เลยได้ประสบการณ์ใหญ่หลวง แล้วก็จำมาจนตายว่าจะทำอะไรต้องแบ็คอัพข้อมูลก่อน

คนส่วนใหญ่จะรู้จักเพจนี้ก็คือเห็นคุณแต่งหญิง จุดกำเนิดเริ่มมาจากอะไร

จริงๆ เราเป็นคนที่แต่งแบบนี้แล้วถ่ายรูปเล่นใน Facebook ส่วนตัว แต่เรายังไม่กล้าทำเพจ เพราะกลัวคนไม่เก็ตว่าทำไมเป็นตุ๊ดแล้วต้องไว้หนวด ตอนที่ทำเพจแรกๆ ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการทำภาพเป็นคำคม แล้วก็ให้เพื่อนวาดภาพการ์ตูนให้ เพราะตอนนั้น 4-5 ปีที่แล้วเพจคอนเทนต์แนวการ์ตูนได้รับความนิยม เช่นเพจสัตว์โลกอมตีน อีเจี๊ยบเลียบด่วน ฯลฯ ตอนแรกไม่กล้าเอารูปตัวเองขึ้นเพราะว่ากลัวจะโดนบุลลี่ แต่ทำไปสักพักหนึ่งรู้สึกขี้เกียจ เลยลงรูปเราเองดีกว่า ลองดูซักคอนเทนต์หนี่ง ปรากฏว่ามีคนติดตามเพจมากขึ้น กดไลค์กดแชร์มากขึ้น ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมาถูกทางแล้วแหละ ตอนแรกคิดไว้ว่าต้องมีคนคอมเมนต์ด่า ปรากฏว่าไม่มีเลย 3-4 เดือนก็ไม่มี ก็เลยรู้สึกกล้าที่จะเสนอหน้าเรามากขึ้น

พอจะเล่าได้ไหมว่าคุณแต่งหญิงมาตั้งแต่เมื่อไหร่

เริ่มมาจากงานกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย ด้วยความที่มหาวิทยาลัยที่เราเรียนมีแต่ผู้ชาย แล้วผู้หญิงเป็นชนกลุ่มน้อย ซึ่งเวลาจะมีการแข่งลีดก็ต้องรีดเค้นกันสุดฤทธิ์ ด้วยความที่เราเป็นตุ๊ดแค่คนเดียว ก็ต้องเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำกิจกรรม ต้องไปหาคน คัดลีด หรืองานอื่นๆ ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราต้องแต่งหญิงแบบนี้ เริ่มต้นครั้งแรกเลยคืองานบายเนียร์รุ่นพี่ ต้องแสดงโชว์ให้รุ่นพี่ที่เรียนจบดู ก็เลยเล่นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ถึงขั้นกลายมาเป็นความชอบเลยไหม

เรารู้สึกว่าการที่ได้เอ็นเตอร์เทนเพื่อนๆ หรือในคณะเรา เข้าใจฟีลมั้ยว่าจะมีแต่พวกเนิร์ดๆ เราไม่ใช่เด็กเนิร์ดไง เราก็เลยจะต้องทำอะไรให้มีสีสัน ตลก สนุกๆ หน่อย ก็คิดว่าน่าจะเป็นความชอบนะ ชอบเอ็นเตอร์เทนเพื่อน

แต่เท่าที่ทราบมาว่า ชีวิตในยามปกติของคุณก็ไม่ได้แต่งหญิง

ตอนใช้ชีวิตปกติก็ไม่ได้แต่งหญิง เวลาแต่งหญิงเราจะรู้สึกเหมือนว่าเป็นอีกคนหนึ่ง จะไม่มีใครจำเราอีกคนหนึ่งได้ ก็จะบ้าบอได้เต็มที่

โอกาสไหนที่คุณจะได้มีโอกาสแต่งหญิง

ได้ตังค์ (หัวเราะ) ออกอีเวนท์ เปิดตัวมือถือ ออกงานอะไรต่างๆ แบบนี้ ก็จะแต่งไป แต่ถ้าอยู่ปกติก็จะไม่แต่ง เพราะว่ามันต้องใช้พลังงานเยอะมาก

มีอาการเบื่อการแต่งหญิงบ้างไหม

เบื่อไหม ไม่เบื่อ แต่เบื่อชุดตัวเองมากกว่าว่า ฉันจะตัดชุดอะไรต่อไปดี บางทีก็หมดมุกว่าจะเอาชุดอะไรต่อไปดีวะ อะไรแบบนี้มากกว่า แต่ว่าถ้าถามว่าเบื่อไหม ไม่เบื่อ เพราะว่าเวลาเราไปออกงาน ออกอีเวนท์ เราได้เจอกับลูกค้า เจอกับแฟนคลับ แล้วเขาให้พลังบวกกับเรา แล้วเราจะลืมเรื่องที่เหนื่อยล้าไป

ทำไมต้องเป็นชุดยูนิฟอร์มนักเรียนหญิงญี่ปุ่น

เราชอบยูนิฟอร์ม การที่เป็นชุดยูนิฟอร์มเพราะว่ามันชัดเจนเลยว่าเป็นชุดนักเรียน จะดัดแปลงเป็นอะไรก็ได้ แล้วก็กลายเป็นภาพจำไปแล้วว่า ท็อฟฟี่ต้องมากับชุดนักเรียนแน่นอน

เคยคิดจะเปลี่ยนเป็นชุดอย่างอื่นบ้างไหม

เคยมีโอกาสเปลี่ยนเป็นชุดอย่างอื่นแล้วไม่อินเท่าชุดนักเรียน เอาจริงๆ คือ ชุดอื่นดูไม่ตอแหลเท่ากับชุดนักเรียน (หัวเราะ)

จากนั้นคุณก็มีโอกาสได้ไปถ่าย Photobook ด้วย เล่าให้ฟังถึงตอนนั้นหน่อย

ใช่ แนวเซ็กซี่ (หัวเราะ) จริงๆ โฟโต้บุ๊คเป็นจุดเริ่มต้นของการแต่งชุดนักเรียนญี่ปุ่นนะ เพราะตอนที่เราแต่งหญิงโพสต์ลงเฟสบุ๊คครั้งแรกเราไมได้แต่งชุดนักเรียนญี่ปุ่น เป็นชุดเดรส ชุดอะไรก็ตาม ก็จะมีคนถามว่า ขโมยชุดแม่ ชุดเมียมาใส่หรือเปล่า แล้วตากล้องของนิตยสาร a day เขาสนใจ เขามีโปรเจ็กท์ชื่อว่า a girl like him เขาอยากให้เราแต่งตัวตามคอนเซปท์ที่เขาวางไว้ ซึ่งก็มีคอนเซปท์นักเรียนญี่ปุ่นด้วย เราก็เลยไปหาซื้อชุดนักเรียนญี่ปุ่นมาใส่ แล้วปรากฏว่ามันเป็นไวรัลในช่วง 3-4 ปีก่อน ก็เลยเป็นภาพจำว่านางแบบคนนี้เป็นคนไทยหรือญี่ปุ่น เราก็เลยเอาคอนเซ็ปท์นี้ที่คนจำเราได้มาเป็นคาแรคเตอร์

แล้วหลังจากนั้นคุณก็รับงานพริตตี้ด้วย

(หัวเราะ) จริงๆ งานที่เป็นเทศกาลประจำของเราเลยคืองาน Commart พวกงานคอมพิวเตอร์ แต่ก็มีที่แหวกแนวไปเลยก็คือมีปีหนึ่งที่ไปรับงานเป็นพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ แหวกมาก (หัวเราะ) เพราะตอนนั้นเราไปเล่นโฆษณาเครื่องเสียงรถ เป็นแนวเพื่อสังคม แล้วก็เป็นไวรัลเลย แล้วทางแบรนด์ก็จ้างต่อให้เราไปอยู่ที่บูธในมอเตอร์โชว์ ให้เราไปเป็นพริตตี้ให้กับเขา กระแสดีมาก (หัวเราะ) พอดีเป็นช่วงที่ ร.9 สวรรคต งานมอเตอร์โชว์ก็ห้ามแต่งตัวโป๊ ซึ่งพริตตี้ในงานก็แต่งตัวโป๊หมด มีแต่เราคนเดียวที่ใส่ชุดไทย เขาก็เลยสั่งเก็บพริตตี้ที่แต่งตัวโป๊ออกจากงานให้หมด กลายเป็นว่าเหลือเราที่เป็นพริตตี้แต่งชุดไทยอยู่คนเดียว กลายเป็นไวรัลไปอีก (หัวเราะ)

ถือว่าเป็นอาชีพแบบจริงจังเลยไหม

ก็ไม่ได้จริงจังขนาดนั้น แต่ว่าเขาจะเชิญไปเป็นแนวให้ความรู้ ให้ประสบการณ์มากกว่า ถ้าเขาจ้างก็ทำ (หัวเราะ)

ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม

ขออนุญาตถามเรื่องหนวดของคุณหน่อยว่าไว้หนวดมาตั้งแต่เมื่อไหร่

จริงๆ แล้วไว้หนวดตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยเลย คือเราเป็นคนขี้อาย เรารู้สึกว่าการไว้หนวดเหมือนเป็นเกราะป้องกัน เราจะรู้สึกปลอดภัยเมื่อเราไว้หนวด ช่วงไหนที่ต้องโกนหนวดเราจะไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าถ่ายรูปลงโซเชียล ไม่ออกสื่อเลย เพราะเรารู้สึกว่าหน้าเราติ๋มมาก ตอนไม่มีหนวดคือหน้าติ๋มมาก

แม้แต่ตอนที่แต่งหญิง คุณก็เลือกที่จะไม่โกนหนวด

ใช่ การแต่งหญิงแล้วไว้หนวดเรารู้สึกว่าน่ารัก (หัวเราะ)

สำหรับคุณถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นรสนิยมไหม

ถ้าแต่งหญิงน่ะเป็นรสนิยม แต่ถ้าเราชอบใครสักคน เราก็ไม่ได้ชอบคนที่มีหนวด

คุณพอใจตัวเองตอนไว้หนวดมากกว่าตอนที่ตัวเองไม่มีหนวด

ใช่ๆๆ

คุณคิดว่าคุณคิดว่าหนวดของตัวคุณเองคืออะไร

สำหรับเราหนวดคือ การอย่าตัดสินคนที่คาแร็คเตอร์ อย่าไปสร้างภาพจำให้คนนั้นคนนี้ว่า คนนี้เป็นตุ๊ดต้องไม่มีหนวด ต้องเกลี้ยงเกลา ซึ่งจริงๆ แล้วเราไว้หนวดก็เพราะว่าเรารู้สึกว่า เราเป็นตุ๊ดก็จริง แต่ก็ไว้หนวดได้ มันเป็นซิกเนเจอร์ของเรา

มีคนถามถึงหรือวิพากษ์วิจารณ์ หรือต่อต้านบ้างไหมว่า คุณเป็นตุ๊ดก็จริงแต่ทำไมไม่โกนหนวด

ไม่เชิงต่อต้าน แต่เป็นในเชิงสงสัยมากกว่า สงสัยว่าทำไมถึงไม่โกนหนวด เหมือนเขาถามเพราะเขาไม่รู้ หรือเขาสงสัยว่าทำไมต้องไว้หนวด อะไรแบบนี้มากกว่า ถ้าเป็นเชิงต่อต้านก็จะเป็นแบบว่า คือจะมีคนที่เรียกร้องสิทธิ์เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ แล้วก็จะมีนักวิชาการด้าน LGBT สงสัยว่า สิ่งที่เราทำเป็นการเอามาทำให้ตลกหรือเปล่า สร้างคาแร็คเตอร์ให้คนที่มีความหลากหลายทางเพศดูตลกหรือเปล่า เขาก็แค่สงสัย แต่เราก็ไม่ได้ไปฟาดฟันกับเขา เราก็เป็นของเราแบบนี้ คือตุ๊ดด้วยกันเองยังไม่เชื่อว่าเราเป็นตุ๊ดเลย

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะหนวดของคุณ

อาจจะเป็นไปได้ ด้วยความที่ชีวิตจริงของเราไม่ได้ตะแล๊ดแต๊ดแต๋ เราเป็นคนเรียบร้อย นิ่งๆ

อาจจะเป็นเพราะว่าหนวดมันดูมีความเป็นสัญลักษณ์ของเพศชาย

เป็นสัญลักษณ์ของโจร (หัวเราะ) คนจะชอบบอกว่าไว้หนวดเหมือนโจรเลย

คุณเองเชื่อแบบนั้นไหม

ไม่

หนวดไม่มีเพศ

หนวดไม่มีเพศนะ ผู้หญิงก็มีหนวดได้ถ้าหนวดขึ้น (หัวเราะ)

มีคนที่สงสัยกับหนวดของคุณ แล้วมีคนที่ชื่นชมในการที่คุณไว้หนวดบ้างไหม

มีๆๆ จำได้ว่าไปเล่นโฆษณาไวรัลทุกอัน จะมีคอมเมนต์ทุกอัน เราเป็นเคสที่แปลกนะ คือถ้าคนอื่นเป็นผู้ชาย แต่งหญิง ไว้หนวด คนจะรู้สึกว่าเป็นผู้ชายเก้ง ดูพยายามจะมีความเป็นกะเทย แต่ถ้าเราแต่ง จะดูมีความหวานแหวว ดูสมูธไปเลย จะไม่เกิดอคติเวลาที่มอง นี่คือสิ่งที่คนดูบอกกับเราอย่างนี้

ก่อนหน้านี้เราไปสัมภาษณ์ ฟลุ๊ก กะล่อน ที่มีคาแร็คเตอร์ไว้หนวดคล้ายๆ คุณ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะรู้ว่าฟลุ๊กเองโดนบุลลี่มาเยอะมาก

ใช่ๆ น้องโดนมาเยอะ อันนี้มันกลายเป็นข้อยกเว้นของเราไปเลย ว่าทำไมฟลุ๊คแต่งหญิง ไว้หนวด แล้วโดนด่า แต่ทำไมท็อฟฟี่แต่งหญิง ไว้หนวด แล้วไม่โดนด่า

ซึ่งมีคนตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยเหมือนกัน

ใช่ๆๆ เราว่าพฤติกรรมส่วนตัวมีส่วน Activity ส่วนตัว มันก็มีผลที่ทำให้คนตัดสินเรา ก็คืออยู่ที่การวางตัวนั่นแหละ

ก่อนหน้านี้ที่คนยังไม่รู้จักคุณมากนัก คนรอบๆ ข้างคุณเขาพูดถึงคุณว่าอย่างไร เขายอมรับในตัวตนของคุณได้มากแค่ไหน

เราเป็นคนที่เพื่อนค่อนข้างจะรักอยู่แล้ว ก็เลยไม่เคยเจอเคสที่เพื่อนห้ามหรือไม่สนับสนุน จะมีบ้างที่บางสเตตัสที่เราตั้งตามอารมณ์ เพื่อนๆ ก็จะเข้ามาบอกว่า เฮ้ยมึง… ก็ถือว่าโชคดีที่มีเพื่อนคอยห้าม คอยเตือน ส่วนครอบครัว ไม่เคยพูดกับครอบครัวเลย มีแต่แม่พูดว่าภูมิใจที่มีลูกดีเฉยๆ (หัวเราะ)

คุณเป็นคนที่สนใจกระแสสังคมที่พูดถึงตัวตนของคุณเองมากแค่ไหน

ต้องถามว่าเขาพูดถึงกันในด้านไหน ถ้าวิจารณ์แบบว่าด่าๆๆๆ กันอย่างเดียวแต่ไม่บอกเหตุผล ไม่บอกคำตอบ อันนี้เราไม่สน แต่ว่าถ้าเป็นการวิจารณ์ที่ให้คำแนะนำ ให้เราไปปรับปรุงต่อ อันนี้เราสน อยู่ๆ จะมาด่าว่า อีตุ๊ด ทำไมไม่โกนหนวด คือถ้าเราอ่านแล้วไม่ได้อะไรจากมัน เราก็จะไม่สนใจเลย แต่ถ้าแนะนำว่า เออ ถ้าโกนหนวดให้สั้นกว่านี้นิดหนึ่งก็จะดูเรียบร้อยขึ้นนะ อันนี้เราก็จะรับฟัง

คุณเองเคยมีช่วงที่โดนวิจารณ์จนท้อไปเลยไหม

คือเราไม่เคยท้อ เรารู้สึกว่าถ้าเราทำอะไรในโซเชียลเน็ตเวิร์คแล้วเราเป็นคนผิดจริงๆ สิ่งที่ควรจะทำคือออกมาขอโทษ และยอมรับผลตรงนั้น แต่ถ้าเราไม่ได้ทำผิดอะไร อยู่เฉยๆ เราก็ต้องป้องกันตัวเองในระดับหนึ่ง แต่เราก็คงไม่ลงไปต่อสู้อะไร

เคยมีคนมาบอกกับคุณตรงๆ ไหมว่า เป็นตุ๊ดทั้งทีทำไมไม่โกนหนวด หรือแปลงเพศไปเลยให้มันจบๆ

บ่อยๆๆ  ไม่คิดจะแปลงเพศแล้วเหรอ แต่งหญิงขนาดนี้ ซึ่งเราอยากแปลงเพศเหรอ เปล่า เราแค่อยากเป็นแค่นี้ (หัวเราะ)

คุณคิดว่า ในเวลานี้มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างที่เกิดขึ้นระหว่างวงการไอทีกับ LGBT

เอาจริงๆ นอกจากผู้ชาย LGBT นี่แหละที่อัพเดตข่าวสารเร็วมากๆๆๆ เผลอๆ เร็วกว่าผู้ชายอีก คนพวกนี้เวลาสนใจเรื่องๆ หนึ่ง ก็จะไปค้นหาข้อมูล แล้วก็คลั่ง ประหนึ่งเหมือนเป็นแฟนนางงาม LGBT หลายคนก็เป็นติ่งเทคโนโลยี เขาก็เลยเลือกสื่อที่เขาอยากจะเสพ แล้วยิ่งมี LGBT ที่เป็นไอคอนด้านไอทีที่แบ่งปันความรู้ ก็จะเหมือนว่ามีเพื่อน อะไรแบบนี้

ถ้าจะให้อธิบายตัวคุณเองสั้นๆ ว่าเป็นใคร คุณจะอธิบายว่าอย่างไร

น่ารัก (หัวเราะดัง) อืม…ไม่เคยคิดเลยว่าจะอธิบายตัวเองยังไง ก็คงอธิบายว่าเป็น “ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” นี่แหละ (หัวเราะ)

ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม

คุณคิดว่าตัวเองเหมือนหรือแตกต่างจากคนอื่นๆ ทั่วๆ ไป

คิดว่าเหมือนกับคนอื่นทั่วไป ถ้ามีตรรกะเดียวกันนะ (หัวเราะ) เราคิดว่าเรามีความผิดชอบชั่วดีเหมือนกันกับทุกคน

ในการเป็นตุ๊ดของคุณ มีอะไรที่รู้สึกว่าเป็นเรื่องยากที่สุดบ้าง

มีแค่การที่จะทำให้คนบางกลุ่มยอมรับ อย่างเช่นว่าการที่เราทำงานสายไอที ก็เข้าใจแหละว่าเดี๋ยวนี้โลกเปิดกว้างมากขึ้นเรื่องเพศสภาพ แต่ก็ยังมีจุดเล็กๆ ที่เขายังเอ๊ะกับเราอยู่ว่า จะทำได้เหรอ หรือบางทีก็แอบเหยียดเล็กๆ เราก็แค่อยากให้คนพวกนี้ยอมรับเราได้ในสักวันหนึ่ง

ถึงขั้นที่ต้องพิสูจน์ตัวเองไหม

เราคิดว่ามันต้องใช้ผลงาน ต้องใช้เวลา มันไม่ใช่ว่าจะต้องทำให้คนยอมรับฉันได้ภายในวันนี้

คุณคิดจะแต่งหญิง ไว้หนวดไปตลอดชีวิตเลยไหม

คิดว่าไม่ตลอด มันจะต้องถึงจุดที่ว่าควรพอได้แล้ว แต่ว่าเราจะต้องยืนหนึ่งให้ได้ก่อน

คุณในปัจจุบันรู้สึกรักตัวเองบ้างไหม

รักตัวเองมากขึ้นตั้งแต่อายุ 30 (หัวเราะ) เรารู้สึกว่ามันเป็นครึ่งชีวิตแล้ว เพราะเราเองเป็นคนที่สำมะเลเทเมา ไปปาร์ตี้กับเพื่อน พออายุ 30 เรามานั่งคิดว่า เชี่ย อีกสิบปีก็ 40 แล้ว มันต้องทำอะไรบ้างแล้วล่ะ ก็เลยเริ่มที่จะกินเหล้าน้อยลง ปาร์ตี้น้อยลง ออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส ดูแลตัวเองมากขึ้น

คุณคิดว่าการรักตัวเองคืออะไร

ทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตทีดีขึ้น


Call Me Your Mommy!

คุณเคยถูกเรียกว่า “ตัวแม่” บ้างไหม แล้วรู้สึกอย่างไรที่ถูกเรียกว่าเป็นตัวแม่

หลังๆ ตั้งแต่คำว่าแม่เป็นคำพ่วงท้ายของคน LGBT แบบว่า “เลิศมากแม่” อะไรอย่างนี้ ก็เริ่มรู้สึกว่าจะมีคนเรียกเราว่าแม่มากขึ้น เวลาเรียกเราในวงการไอทีว่าเป็นเจ้าแม่ เราก็รู้สึกว่า อย่ามาเรียกฉันแบบนี้เลย (หัวเราะ) รู้สึกไม่ดี คือรู้สึกว่าตัวเราเองยังไม่ถึงขนาดนั้น

คำว่าตัวแม่คืออะไรในความคิดของคุณ

เป็นไอดอล เป็นคนที่เป็นตัวอย่าง เป็นตัวอย่างที่ทำให้คนเคารพและยอมรับในความสามารถหรืออะไรบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่า นี่แหละแม่

[Sassy_Social_Share]
16