ในยุคที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ภาระหน้าที่ซึ่งต้องรับผิดชอบ และไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ อาจทำให้หลายคนละเลยที่จะใส่ใจดูแลตัวเอง ขาดความสมดุลในการใช้ชีวิต และมองข้ามปัญหาเรื่องสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง เราเลยเอาเคล็ดลับดีๆ จากคุณ มุ่ย สลิลาพร มาบอกให้ฟังค่ะ

            แล้วเราจะมีวิธีในการบริหารชีวิตให้สมดุลได้อย่างไร วันนี้ คุณ มุ่ย สลิลาพร กองทองมณีโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มบี ฟู้ดแอนด์เบฟเวอเรจ จำกัด ในฐานะกูรูด้านสุขภาพและสมุนไพร  มีคำตอบดีๆ มาฝากค่ะ

มุ่ย สลิลาพร

 

จากก้าวแรกที่มุ่งมั่น สู่ก้าวสำคัญที่ท้าทาย

            “ต้องบอกเลยว่า ความสำเร็จของมุ่ยในวันนี้ เริ่มต้นจากคุณพ่อ (อาจารย์ศรเทพศรทอง กองทองมณีโรจน์) ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร จึงได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับมุ่ย จนในที่สุดก็นำมาต่อยอดทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพร่วมกับสามี (คุณณฐภัทร สุวรรณโน)

         …อย่างเครื่องดื่มสมุนไพรตรีผลา ‘มีบุญ’ ก็เป็นอะไรที่มุ่ยรู้สึกภูมิใจมากๆ ค่ะ เรียกว่ามุ่ยลงมือทำเองทั้งหมดตั้งแต่เริ่มแรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสูตรผสม การเลือกแหล่งวัตถุดิบ ออกแบบแพคเกจจิ้ง วางกลยุทธ์การตลาด ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ ซึ่งล่าสุดเราก็ได้ น้องแพนเค้ก (เขมนิจ จามิกรณ์) มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ ‘มีบุญ‘ ด้วย

 

มุ่ย สลิลาพร

            …นอกจากนี้มุ่ยกำลังมีโปรเจกต์ใหญ่ก็คือ เตรียมเปิดโรงงาน 2 แห่ง โรงงานแรกจะเป็นโรงงานที่รับผลิตเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และน้ำดื่มบรรจุขวด สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสร้าง    แบรนด์เป็นของตัวเอง ส่วนโรงงานแห่งที่ 2 จะมีขนาดใหญ่กว่า รับผลิตเครื่องดื่มบรรจุกระป๋อง สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศ และเพื่อส่งออกต่างประเทศ ซึ่งทั้ง 2 โรงงาน เราจะให้บริการแบบ One Stop Service ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ควบคุมคุณภาพในการผลิต ตลอดจนระบบโลจิสติกส์ด้วยทีมงานระดับมืออาชีพ”

 

เคล็ดลับการบริหารชีวิตให้สมดุล

            “มุ่ยเองจะให้สมดุลกับเรื่องงานและครอบครัวเท่าๆ กัน อย่างเรื่องงานมุ่ยค่อนข้างโชคดี ที่ได้ทำงานด้วยกันกับสามี จึงมีเวลาได้อยู่ใกล้ชิด ได้พูดคุยปรึกษากันเรื่องโปรเจกต์ใหม่ๆ  ถามว่าเหนื่อยมั๊ย ค่อนข้างเหนื่อยค่ะ แต่ก็เป็นความเหนื่อยที่มีความสุข

มุ่ย สลิลาพร

 

…ส่วนเรื่องครอบครัว มุ่ยเองก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ก่อนไปทำงานมุ่ยกับสามีก็จะส่งลูก (ด.ช.มีบุญ สุวรรณโน) ไปโรงเรียนทุกๆ เช้า และรับกลับบ้านประมาณเที่ยงๆ จะไปรับ-ส่งเองทำแบบนี้แทบจะทุกวัน ถ้าเป็นช่วงเย็นหลังเลิกงาน ก็จะพยายามใช้เวลาอยู่กับลูกให้มากที่สุด คอยพูดคุยกับเขา ทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน ให้เขาได้ฝึกทักษะ และเสริมสร้างพัฒนาการเรียนรู้”

มุ่ย สลิลาพร

 

อย่ามองข้ามเรื่องการดูแลสุขภาพ

            “มุ่ยว่า การทุ่มเทให้กับเรื่องงานและชีวิตครอบครัว ก็เป็นสิ่งที่สำคัญนะคะ แต่เราก็ต้องไม่ลืมที่จะใส่ใจดูแลตัวเองด้วย อย่างมุ่ยเองจะหมั่นตรวจสุขภาพปีละ 1-2 ครั้ง เนื่องจากเราอายุเข้าเลข 4 แล้ว อาจมีความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น ก็ต้องคอยเช็คอัพไว้ก่อน

            …ส่วนเรื่องการรับประทานอาหาร มุ่ยจะพยายามบาลานซ์ ไม่อยากให้ตัวเองซีเรียสเกินไป คือ เราไม่จำเป็นต้องทานอาหารคลีนทุกมื้อ แต่ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เสพความสุขในการทานให้อยู่ในระดับพอดี เช่น มื้อนี้ทานอาหารที่มีแป้งหรือไขมันค่อนข้างเยอะ มื้อต่อไปก็เลือกพวกสลัด ผักผลไม้ หรือเลือกอาหารที่มีแคลอรี่ไม่สูงมากนัก

            …อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การออกกำลังกาย อาจเริ่มต้นจากท่าบริหารร่างกายแบบง่ายๆ อย่าหักโหม เช่น การแกว่งแขน แกว่งข้อมือ วันละ 10-15 นาที ถ้ามีเวลาเพิ่มขึ้น ก็อาจจะฝึกโยคะ พิลาทิส เต้นแอโรบิค หรือปั่นจักรยาน ก็จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบหัวใจและ   หลอดเลือดให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

            ที่สำคัญต้องนอนหลับให้เพียงพอ ถ้ามีเวลาว่างก้อหาเวลาพักผ่อนบ้าง อย่างมุ่ยเองช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จะชอบไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัว บางครั้งไปแค่อยุธยาหรือพัทยาใกล้ๆ ระหว่างนั่งรถก็เปิดเพลงฟังไปด้วย ก็รู้สึกได้ผ่อนคลาย เป็นวิธีพักสมองที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งแล้วค่ะ”

 

ใจเป็นสุข ชีวิตเป็นสุข

            “มุ่ยมองว่า ในชีวิตจริงเราไม่สามารถทำทุกอย่างให้สมดุลได้หมด ต้องมีอะไรที่ยืดหยุ่นบ้าง ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องถามตัวเองด้วยว่า ทำแล้วเรามีความสุขหรือเปล่า ถ้าใจเรามีความสุข ชีวิตเรามีความสุข ก็เหมือนเราได้ส่งพลังดีๆ ให้กับครอบครัวและคนรอบข้างไปด้วย ก็นับว่าประสบความสำเร็จในการสร้างสมดุลในชีวิตเราแล้วค่ะ

 

อย่าลืมเอาเคล็ดลับดีๆ ในการปรับ Work-life balance ให้ลงตัวตามสไตล์ของคุณ มุ่ย สลิลาพร ด้วยนะคะ 🙂

[Sassy_Social_Share]
1