กระแสตอบรับดีขึ้นเป็นลำดับสำหรับ Sweat16! (สเวทซิกซ์ทีน) วงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปที่รวมตัวสาวๆ ไว้ถึง 13 คน พร้อมส่งตัวแทน 6 สาว ม่านมุก พิม เอ๋ เพชร แอ๊นท์ และมิ้น มานั่งพูดคุยกับเราในเรื่องราวแบบผู้หญิงๆ

ผู้หญิงมารวมตัวกันเยอะๆ ขนาดนี้ มีเรื่องปวดหัวไหม
พิม : ตอนแรกก็คิดว่าก็น่าจะมีบ้างแหละ แต่ด้วยความที่เราอยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง แล้วนิสัยไม่ค่อยเป็นผู้หญิงจ๋าๆ สักเท่าไร เวลามีเรื่องอะไรก็จะคุยกันง่าย เข้าใจกันง่าย เลยไม่ค่อยมีเรื่องทะเลาะกัน
เอ๋ : ก็จะมีวุ่นวายอย่างเดียวคือตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า (หัวเราะ) พอหลายคนเปลี่ยนที่เดียวกัน เอ๊ย! อันนี้อยู่ไหน ของหายๆ
ม่านมุก : จริงๆ ถ้าเถียงกันก็มีเรื่องอาหารบ้าง (หัวเราะ) สมมุติเราไปเดินสายโปรโมท เวลาสั่งข้าวกับพี่ที่ดูแล บางทีสั่งมาซ้ำกัน อ้าว! ใครกินของฉันไป แต่ก็ขำๆ คุยกันแบบน่ารักๆ มากกว่า
เพชร : ไม่ค่อยมีปัญหาจริงจังเนอะ อย่างเรื่องงาน มีข้อผิดพลาดตรงไหน หรือใครไม่เข้าใจอะไร ก็จะเป็นการพูดคุยกัน ปรึกษากันมากกว่า พอคุยกันตลอดเวลาเราจะเรียนรู้ธรรมชาติของแต่ละคน
แอ๊นท์ : คือถ้าเริ่มเห็นใครคนใดคนหนึ่งเริ่ม มีอาการที่เปลี่ยนไปก็จะถาม มาคุยกัน หรือปัญหาบางอย่างที่อาจจะเป็นปัญหาของคนสองคน เราก็จะให้เขาคุยกันมากขึ้น ค่อยๆ ไกล่เกลี่ยกัน

ชีวิตวัยรุ่นแลกกับการทำงานตรงนี้ เรื่องอะไรที่เสียดาย
มิ้น : มิ้นไม่เสียดายนะ เพราะตัวเราเองรู้อยู่แล้วว่าการที่จะมาเป็นไอดอลแบบนี้ต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งมันคือความสุข คือความฝันของมิ้นที่อยากทำตรงนี้
ม่านมุก : จริงๆ แล้วมุกโชคดีกว่าน้องหลายๆ คน เพราะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว เราได้ใช้ชีวิตในวันเด็กมาประมาณหนึ่งแล้ว พอได้รับโอกาสตรงนี้ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายว่าต้องเสียอะไรบ้าง เพราะได้รับสิ่งที่ตอบแทนกลับมาเยอะมากๆ
เอ๋ : สิ่งที่เสียไปอย่างเดียวก็คือเวลานอน แต่เอ๋ว่าเอ๋ค่อนข้างชินกับการไม่ได้นอนอยู่แล้ว
พิม : ตอนเข้าวงการพิมอยู่ในช่วงที่กำลังจะเรียนจบมหาวิทยาลัย ขอทุนไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น แต่ผ่านออดิชั่นตรงนี้ เลยเป็นความรู้สึกค่อนข้างสับสน ก็เคยมีคิดๆ นะ อาจจะเพราะว่าตอนนี้เพื่อนของพิมส่วนใหญ่เรียนต่ออยู่ที่ญี่ปุ่นกันหมด เราก็คิดว่าถ้าตอนนั้นเลือกไปเรียนจะดีกว่าไหม แต่มันแค่ชั่ววูบ พอมานั่งคิดจริงๆ เราอยู่ตรงนี้ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เราเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างมาก ได้ทำงานหลากหลาย ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น

สิ่งที่คนภายนอกมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Sweat16!
เอ๋ : ที่เจอบ่อยๆ จะเป็นเรื่องชื่อวง เอ๊ะ ทำไมต้องมีเลข 16 วงมี 16 คนหรือเปล่า
แอ๊นท์ : หรืออายุ 16 รึเปล่า ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องชื่อวง เราก็ตอบว่าไม่ใช่ค่ะ พวกเรามี 13 คน เลข 16 เป็นเบสอายุของคนที่เขานับว่าเป็นวัยรุ่น ซึ่งคนทั่วไปส่วนใหญ่จะไม่รู้ที่มานี้ ก็ต้องอธิบายบ่อย แทบทุกที่ที่ไป
มิ้น : จริงๆ อย่าว่าแต่เลข 16 เลย ชื่อก็เรียกยากค่ะ สเว้ท สวีท สเหวท มาหมด
ม่านมุก : เขาก็จะถามว่าแล้วน้องอายุ 16 รึเปล่าคะ เราก็จะบอกว่า ใช่ค่ะ (หัวเราะ)
พิม : จนตอนนี้อยากจะให้พี่ทีมงานปิดป้ายตรงหน้าอกพวกเรา แล้วเขียนว่า Sweat16! (หัวเราะ)
เอ๋ : แต่ก็ดีนะคะ เวลาเจอเขาก็ให้ความสนใจ อาจจะยังเรียกชื่อกันไม่ถูก ถ้าเกิดเขาสนใจก็น่าจะเอาชื่อไปเสิร์ชหาต่อเอง
มิ้น : แล้วอีกเรื่องคือตอนนี้ไอดอลมีค่อนข้างหลายวง ฉะนั้นก็ไม่แปลกค่ะที่คนจะแบบ อ้าว ของเราใช่วงนี้รึเปล่า ก็เป็นหน้าที่เราอธิบายให้เขาเข้าใจ คือพยายามให้คนได้รู้จักเรามากขึ้นค่ะ


ปกติสามคนนี้ เรื่องแฟชั่นคุยกันได้ไหม
แอ๊นท์ มิ้น เพชร : ได้ค่ะ (ประสานเสียง)
มิ้น : อาจจะเป็นเพราะว่าอายุไล่เลี่ยกันด้วย
แอ๊นท์ : จริงๆ พวกเราคุยกันได้ทุกเรื่องเลยค่ะ ทุกคนจะมีความคล้อยตามกันไปในแต่ละเรื่อง

ตู้เสื้อผ้าของแต่ละคนเป็นแบบไหน
แอ๊นท์ : แอ๊นท์เป็นคนชอบแต่งตัว ในตู้เสื้อผ้าก็จะมีเสื้อผ้าเยอะมาก แขวนไม่พอ มีตั้งๆ อีก แล้วก็ลามไปตู้คุณพ่อคุณแม่ มีประมาณ 4 ตู้ ในกล่องอีก คือเราเป็นคนชอบแต่งตัว แล้วสไตล์การแต่งตัวก็จะ..
มิ้น เพชร : เรียกว่าโดดเด่น (หัวเราะ)
แอ๊นท์ : บางทีก็ไม่ค่อยชอบเหมือนคนอื่น อาจจะดูพร๊อพเยอะ มีหมวก เข็มขัด รองเท้าที่ดูมีอะไร จริงๆ ก็ชอบใส่เสื้อยืด เสื้อยืดสีขาวจะเยอะมาก แต่ก็จะมีพร๊อบอย่างอื่นด้วยค่ะ
มิ้น : ของมิ้นจริงๆ มีตู้เดียวค่ะ แต่ใหญ่เกินครึ่งห้อง แบ่งเป็นสองโซน โซนแรกจะเป็นโซนชีวิตประจำวัน ชอบใส่เสื้อผ้าสบายๆ อีกโซนเป็นของที่ชอบแต่หลายคนอาจจะมองว่าแปลก (หัวเราะ) ดูเว่อร์ๆ แดงดำ เป็นชุดแนวเจร็อค โลลิต้า พั๊งค์ โซนนี้ก็จะค่อนข้างใหม่เพราะไม่ค่อยได้ใส่ ใส่บ้าง เป็น My style, You know?
เพชร : เพชรก็คล้ายๆ กัน เป็นคนเสื้อผ้าเยอะมาก มีที่เก็บลงกล่อง แล้วก็จะมีชั้นแยก เป็นชั้นกางเกง ชุดนอน ชุดทำงาน ชุดซ้อม เป็นคนแต่งตัวหลายแนวค่ะ ก็จะมีเสื้อผ้าหลากหลาย แต่ที่ไม่มีก็คือแนวร็อคๆ พั๊งค์ๆ ไม่มีเลย ไม่เคยซื้อด้วย
มิ้น : จริงเหรอ ทำไมล่ะ เพชรต้องมีสักตัวในห้องนะ

ปกติช้อปปิ้งด้วยกันไหม
แอ๊นท์ : มีนะ เวลาไปต่างประเทศจะมีเวลาให้ไปช้อปปิ้งด้วย แต่อยู่ไทยไม่ค่อยได้ไปด้วยกัน บางทีคนโน้นคนนี้ติดงาน เวลาไม่ค่อยตรงกัน แต่พอไปต่างประเทศเราต้องไปด้วยกันหมด ก็จะมีเวลาเลือกด้วยกัน

เล่าเรื่องแฟชั่น การช้อปปิ้งของเพื่อนๆ หน่อย
เพชร : อย่างของแอ๊นท์ เวลาซื้อเราจะงงว่าแมตช์แบบนี้ได้ด้วยเหรอ แอ๊นท์จะเอาไปใส่กับอะไร แบบไหน เรายังคิดไม่ออก แต่พอเขาแต่งออกมาแล้วมันดูดี
แอ๊นท์ : เวลาเราเห็นเราก็สแกนดีๆ ก่อนไง เจอตัวนี้ซื้อไปต้องใส่กับอะไร
มิ้น : เรื่องแฟชั่นนี่อยากเม้าท์น้องอีกคนในวง น้องเฟรมค่ะ ชุดนอนสไตล์ออกงานเสร็จก็นอนต่อได้เลย
แอ๊นท์ : เฟรมเป็นคนที่แต่งตัวชุดไหนก็เหมือนชุดนอน (หัวเราะ) แต่ก็เป็นสไตล์เขาไปแล้วแหละ
มิ้น : ส่วนซอนญาก็จะชอบลายเสือดาว กับเวลาเจอร้านเสื้อผ้า คือทุกคนจะมองร้านผู้หญิง ยกเว้นซอนญา
เพชร : คือน้องชอบช้อปปิ้งเสื้อผ้าผู้ชาย หายากมากที่ซอนญาจะใส่กระโปรง
แอ๊นท์ : มีซิงเกิ้ลที่ผ่านมาค่ะ ซอนญาไม่ได้มาลองชุด เราก็มีการเลือกกันว่าคนนี้จะใส่สีฟ้าหรือสีชมพู แล้วน้องไม่ชอบสีชมพู เราก็เลยแบบ นี่แหละของซอนญา (หัวเราะ) คือพวกเราอยากดูสีหน้าน้อง แต่ปรากฏว่าซอนญาโอเค
เพชร : ชุดมันเป็นชมพูพาสเทล ถ้าชมพูกว่านี้น้องคงร้องไห้

ช้อปปิ้งออนไลน์บ้างไหม
มิ้น : จริงๆ จะเน้นไปตามห้าง ส่วนใหญ่จะเน้นเห็นกับตา จับต้องได้ เพราะเราสั่งในเว็บ บางทีมาส่งให้จริงๆ ไม่เหมือน มีที่สั่งออนไลน์มาบ้างจะเป็นที่ญี่ปุ่น เจร็อคพั๊งค์ร็อค ราคาก็จะโหดมากค่ะ อันนี้ก็ต้องทำใจหน่อย
แอ๊นท์ : แอ๊นท์ก็จะคล้ายๆ พี่มิ้น เป็นคนที่ไม่สั่งของออนไลน์เลย นอกจากของกระจุกกระจิก เพราะกลัว เราเสียดายตังค์ ถ้าซื้อมาแล้วใส่ไม่ได้ หรือใส่แล้วไม่สวย ก็จะชอบไปเลือกหน้าร้าน แล้วก็ต้องลองด้วย ถ้าไม่ให้ลองก็ไม่ซื้อ
เพชร : ออนไลน์ถ้าเป็นเสื้อผ้าก็จะเป็นเสื้อยืดหรืออะไรที่ใส่ง่ายๆ ไม่มีแพทเทิร์นอะไรยาก รองเท้านี่ไม่ได้เลยค่ะ ไม่กล้าเสี่ยง กลัวไซส์ไม่ได้

เกี่ยวกับแคมเปญรณรงค์เรื่องการแต่งตัวของผู้หญิง คิดเห็นอย่างไร
มิ้น : มิ้นจะโดนที่บ้านบ่นประจำเลยค่ะ ด้วยความที่แต่งตัวชิลล์ๆ บางทีก็จะใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น มีเสื้อทับอีกที สำหรับเราไม่ได้ โป๊มาก แต่สำหรับผู้ชายบางทีเขาจะมองว่าคนนี้แต่งตัวโป๊ ต้องเป็นคนอย่างงั้นอย่างงี้แน่เลย ยิ่งผู้ชายอยู่กันเป็นกลุ่ม คิดอะไรก็พูดเลย เจอแซวบ้าง ทำให้เรารู้สึกหมดความมั่นใจ ทั้งๆ ที่ความจริงก็เป็นความชอบของเรา
เพชร : เพชรคิดว่าจริงๆ แล้วการแต่งตัว เราแค่ให้ถูกกาลเทศะก็พอ ไปวัดก็ไม่ควรใส่สั้น หรือวาบหวิว ชีวิตประจำวันทั่วไปก็ให้พอเหมาะพอควร ระมัดระวังตัวเอง เซฟตัวเอง ถ้ากลับดึก ก็ระวังหน่อย แต่งให้มิดชิดหน่อย
แอ๊นท์ : จริงๆ โป๊ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคน Sex Appeal สูง ใส่อะไรก็ดูโป๊ง่าย แล้วอย่างที่เพชรบอก อยู่ที่สถานที่ ด้วยอายุ วัย แต่ก็เป็นสิทธิของเขาที่จะใส่ ก็แล้วแต่คน แต่ว่าทุกคนก็ต้องอย่าเสียความเป็นตัวเอง ใส่ในสิ่งที่เราชอบ แล้วก็ลองคิดพิจารณาดูว่าอันไหนเหมาะ หรือไม่เหมาะ

คุยกันเรื่องอะไรบ่อยที่สุด
พิม : เรื่องกินค่ะ ประมาณว่าดูรีวิว เจอร้านใหม่ ก็ชวนกันไปกิน
ม่านมุก : แต่ละคนจะมีที่ชอบต่างกัน แต่มุกว่าที่น่าจะชอบเหมือนกัน ก็คืออาหารญี่ปุ่น พวกปลาดิบ หรือปิ้งย่าง บุฟเฟ่ต์ พูดเลยว่า Sweat16! ไปนี่คือของหมด (หัวเราะ) บางที ก็นั่งจนร้านปิด
พิม : จะมีการแบ่งหน้าที่กัน หน่วยย่าง หน่วยหยิบ หน่วยยกของเสิร์ฟ เรียกว่ากินกันจนร้านจะพัง ส่วนมากจะเป็นตอนเลิกงาน ก็ไปนั่งกินด้วยกัน
เอ๋ : เลือกร้านแต่ละร้านก็จะเป็นบุฟเฟ่ต์ทั้งนั้น (หัวเราะ)

เคยกินเยอะๆ แล้วรู้สึกผิดไหม
เอ๋ ม่านมุก : ตลอดเวลา (หัวเราะ)
พิม : คือช่วงกินเรารู้สึกมีความสุข แต่หลังจากนั้นเราจะนั่งคิด เอ๊ ทำอะไรลงไปนะ
ม่านมุก : ตอนที่กินจะไม่ค่อยคิด บางวันเหมือนคนหน้ามืดตามัว กินทุกอย่างไม่ว่าจะของหวานของคาว แล้วพอกินเสร็จปุ๊ปเหมือนรู้สึกผิดในใจ แต่ก็ยังกินต่อ (หัวเราะ) แล้วต้องออกกำลังกายเพิ่ม ควบคุมอาหารที่จะกินมื้อต่อไปมากขึ้น
พิม : เพราะการกินยังคือหนึ่งในความสุขของเรา ก็ต้องเลือกช่วง เช่น เรารู้ว่าเย็นนี้มีนัดกับเพื่อนๆ ในวง ฉะนั้นช่วงเช้าเราก็จะกินน้อยๆ ไว้ก่อน แล้ววันต่อไปก็จะทานผัก ออกกำลังกาย

เขาบอกกันว่าผู้หญิงกับการดูดวงเป็นของคู่กัน
ม่านมุก : จริงๆ ก็อยู่ที่แต่ละคนนะ อย่างพี่เอ๋ไม่เชื่อเลย แต่อย่างมุกต้องบอกว่าควบคู่การดูดวงมาตั้งแต่สมัยเด็ก (หัวเราะ)
พิม : ใช่ เหมือนกัน
ม่านมุก : จะมีนิตยสารที่ต้องซื้อตลอด ถึง ไม่ได้ซื้อก็ต้องเปิดหน้าดวงนั่งอ่านที่ร้าน (หัวเราะ) มันอยู่คู่กับเราแบบไม่รู้ตัวจริงๆ อาจจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ แต่ผู้หญิงยังไงก็ต้องเคยมีบ้าง ไม่งั้นนิตยสารที่เกี่ยวกับผู้หญิงคงจะไม่มีเรื่องดวงตลอด
พิม : หนูเพิ่งคิดออกตอนพี่มุกพูด เมื่อก่อนจะมีหลายๆ เว็บ ดูดวงรายวัน เปิดไพ่ เออ คิดไปคิดมาก็เคยทำเหมือนกันนี่นา

แล้วโดยส่วนตัวเชื่อเรื่องดวงกันแค่ไหน
พิม : สำหรับพิมก็เชื่อนะ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง สิ่งไหนที่เขาทักว่าดีเราก็เชื่อ ที่ไม่ดีเราก็มองว่าให้เราระมัดระวังตัวมากขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อ 100% แต่เราก็คอยดูแลตัวเองให้มากขึ้น ไม่ใช่ว่าไม่ไปไหนเลย ก็ไม่ใช่ (หัวเราะ)
ม่านมุก : เจอก็อ่าน ไม่ถึงขั้นเสิร์ชเข้าไปดูตลอดเวลา มุกว่าดวงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจมากขึ้นกับอะไรที่มันดีๆ
เอ๋ : ก็เอาไว้เตือนสติแล้วกัน ถ้าเชื่อมากเกินไปก็เหมือนเอาสมองของคนอื่นมากำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง

ส่วนมากอ่านดวงเรื่องไหนเป็นพิเศษ
ม่านมุก : เมื่อสมัยเด็กๆ จะชอบดูเรื่องการเรียนแล้วก็การเงิน (หัวเราะ)
พิม : ของพิมการเรียนกับความรักนะสมัยก่อน ตอนนี้เหรอ ก็การงาน การเงิน

แต่สำหรับเอ๋ คือไม่เชื่อเลย
เอ๋ : เอ๋คิดว่ามันเป็นหลักความน่าจะเป็นมากกว่า เอ๋มองว่าการที่จะแบ่งคนออกเป็น 12 เดือน ดวงเราจะเหมือนกันหมดเลยเหรอ เอ๋ว่ามันเป็นหลักความน่าจะเป็นแบบกว้างๆ ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้างมงายมากเกินไป คือเอ๋ก็เห็นเพื่อนเอ๋บางคู่เลิกกันเพราะเชื่อเรื่องดวง
พิม : แต่ว่าพิมจะชอบพวกเครื่องรางของขลังนะ
ม่านมุก : ล่าสุดไปกินข้าวด้วยกัน กระเป๋าสตางค์น้องพิมจะเป็นน้องปลา เป็นกระเป๋าผ้าสีชมพูเล็กๆ มุกเคยเห็นนานแล้ว น่ารักดี วันก่อนหันไปดูอีกทีเป็นน้องปลาสักยันต์เต็มตัวเลย (หัวเราะ)
พิม : ไม่ คือหนูไปใส่บาตร แล้วพระท่านบอกว่าให้หยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา สักพักท่านก็ โห ลงยันต์ หนูก็ไม่กล้าเปลี่ยนกระเป๋า น่าจะเป็นเรื่องเงินเข้ามาแล้วก็ไม่ไหลออก

ในฐานะไอดอล มีเรื่องสังคมที่สนใจเป็นพิเศษไหม
เอ๋ : ตอนนี้เรื่องของไอดอลกำลังบูม และเอ๋ก็เห็นว่าช่วงนี้คนต้องการเปิดโอกาสให้ตัวเองในการเข้าวงการบันเทิง บางทีแลกกับการเปลืองตัว ถอดเสื้อผ้าโชว์บ้าง เหมือนการจะเข้ามาอยู่ในสายงานพวกนี้ได้ สามารถทำอะไรก็ได้ทั้งที่สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็กังวลค่ะ
ม่านมุก : มีหลายประเด็นที่มุกสนใจ อย่างเรื่องสิทธิ การล่วงละเมิดต่างๆ สมัยนี้ไม่ใช่ต้องเจอกันแล้วล่วงละเมิดได้ ตอนนี้มีโซเชียลเน็ตเวิร์คที่เร็วมาก Bully หรือ Sexual Harassment ง่ายมาก ก็อยากให้ทุกคน กลับมามองเรื่องของสิทธิของคนอื่นมากขึ้น เราไม่ควรทำให้ใครต้องมาลดคุณค่าของตัวเองเพียงเพราะว่าคำพูดของเรา
พิม : สมัยนี้คนเป็นโรคซึมเศร้าเยอะ แล้ว พิมก็มีคนใกล้ตัวที่เป็น เราก็เลยเข้าใจอาการ แต่บางคนที่ไม่เข้าใจเขาจะคิดว่าทำไมคนนี้ถึงต้องร้องไห้ตลอดเวลา ต้องทำร้ายร่างกายตัวเอง เรียกร้องความสนใจรึเปล่า ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจว่ามันเป็นอาการของโรค อยากให้เป็นกำลังใจและช่วยดูแลเขาอย่างใกล้ชิดมากกว่า

 

จากคอลัมน์ Round Table ในนิตยสารกุลสตรี ฉบับเดือนกันยายน 2561
** เรื่องโดย fiefiez S. สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณาแชร์บทความเท่านั้น **

[Sassy_Social_Share]
381