ในทุกๆ วันศุกร์ เกรตา ทูนแบร์ก (Greta Thunberg) เด็กหญิง 15 ปีชาวสวีเดน จะสะพายเป้ และถือป้ายที่เขียนข้อความบางอย่างเอาไว้ มานั่งประท้วงอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลในกรุงสต็อกโฮล์ม ข้อความบนป้าย รวมถึงที่เขียนไว้บนใบปลิว เพื่อแจกให้กับคนที่เดินผ่านไปผ่านมานั้นเขียนเป็นภาษาสวีดิชว่า

          ‘Skolstrejk för klimatet’

          ‘School strike for the climate’

          “หยุดเรียนเพื่อประท้วงสภาพอากาศ” 

แน่นอนว่า การที่เธอมาทำอะไรแบบนี้ มันแปลว่าเธอต้องหยุดเรียนทุกๆ วันศุกร์

เธอโดดเรียนเพื่อมานั่งประท้วงรัฐบาลอยู่ถึงสามสัปดาห์ เพื่อทวงถามถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศ และหวังว่ารัฐบาลจะเล็งเห็นถึงปัญหาด้านภูมิอากาศโลกที่มีทิศทางที่เลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าเหล่าคุณครูของเกรตาจะเกลี้ยกล่อมให้เธอล้มเลิกความคิด แต่เธอก็ไม่ยอมล้มเลิก แต่เลือกที่จะแสดงออกให้ผู้คนเห็นและคล้อยตามด้วยการปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงคำพูดสวยหรู

เด็กหญิงอายุ 15 คนนี้หวังว่า เมื่อการเลือกตั้งมาถึง รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามารับมอบหมายหน้าที่จากประชาชน จะได้ยินสิ่งที่เธอพูด และนำเอานโยบายด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมไปเป็นนโยบายหลักต่อไป

แม้ว่าจะมีคนเริ่มคล้อยตามเธอ และเธอจะกลายเป็นนักเคลื่อนไหวด้านภูมิศาสตร์เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นบ้าง แต่เธอก็ต้องเผชิญกับปัญหา ด้วยความที่เธอนั้นพูดจาเหมือนผู้ใหญ่ จึงทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อน และมิหนำซ้ำ ด้วยบุคลิกจริงจัง ขึงขังของเธอ เธอและครอบครัวจึงโดนผู้คนในโลกโซเชียลโจมตี บางคนถึงขั้นตั้งสมญานามเธอว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” หรือไม่ก็เรียกเธอว่า “ทหารเด็ก”

แต่ถึงแม้ว่าพ่อผู้เป็นนักสเก็ตน้ำแข็ง กับแม่ผู้เป็นนักร้องโอเปร่าของเธอจะไม่สนับสนุนสิ่งที่เธอทำ และพยายามจะเกลี้ยกล่อมให้เธอเลิกการหยุดเรียนประท้วง แต่พวกเขาก็ไม่ได้ออกโรงห้าม เพียงแต่ว่า เธอจะต้องเดินหน้าทำเรื่องนี้เพียงลำพัง

ที่น่าสนใจคือ แม้เธอจะขาดเรียนอยู่เนืองๆ แต่การเรียนของเธอก็ไม่ได้ตกต่ำ เพราะทุกครั้งที่เธอประท้วง เธอจะนำหนังสือเรียนไปด้วยทุกครั้ง

ทูนแบร์กรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสถานการณ์สภาพภูมิอากาศโลกที่มีแต่จะเลวร้ายลง หนำซ้ำ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีพลังมากพอในการผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงก็ดูเหมือนยังจะเอาแต่พูด แต่ไม่ยอมลงมือทำให้เกิดเป็นรูปธรรมเสียที สิ่งนี้คือสิ่งที่ทำให้เธอเครียด จนถึงขั้นต้องลงมือประท้วงด้วยการลาเรียนไปประท้วง

ในที่สุด เสียงของเธอก็ดังขึ้นในระดับโลก เมื่อเธอได้รับเชิญเข้าประชุมความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก 2018 (COP24) ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองคาโตวีตเช ในโปแลนด์ เธอจึงใช้โอกาสนี้ในการกล่าวในที่ประชุม หลังจากที่เธอกล่าวในที่ประชุม ถ้อยความเหล่านั้นของเธอนั้นกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งโลกภายในทันที

แม้ว่าเธออาจไม่ใช่คนที่เปลี่ยนโลกได้แบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แต่คำพูดของเด็กหญิงวัย 15 ที่สูงไม่ถึง 150 เซนติเมตรคนนี้ ก็มีพลังและเสียงดังมากพอที่จะทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ได้ตระหนักว่า ภูมิอากาศในโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ กำลังเผชิญกับวิกฤติจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่การประกาศนโยบาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นเลย

YouTube :  Democracy Now!

          “พวกคุณมักพูดถึงการเติบโตของเศรษฐกิจสีเขียวที่ยังยืน เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับความนิยม พูดแต่การก้าวไปข้างหน้าด้วยไอเดียที่แย่ ซึ่งมีแต่จะทำให้วุ่นวาย พวกคุณยังไม่โตพอที่จะบอกเรื่องเหล่านี้ได้”

          “การเรียกร้องความสนใจสำหรับฉัน หมายถึงการเรียกร้องความสนใจในเรื่องสภาพภูมิอากาศ และถ้าจำเป็นต้องมีใครสักคนต้องทำ เพื่อเรียกร้องให้คนหันมาสนใจกับปัญหาเรื่องนี้มากขึ้น ฉันจะทำ”

          “อารยธรรมของเรา ยอมเสียสละเพื่อโอกาสของคนจำนวนน้อยมาก ที่จะสร้างรายได้จำนวนมหาศาล ชีววิทยาของเรายอมเสียสละเพื่อให้คนรวยในประเทศต่างๆ อย่างประเทศของฉันให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างหรูหรา มันกลายเป็นความทุกข์ทรมานของหลายคนที่ต้องจ่าย สำหรับความฟุ่มเฟือยของไม่กี่คน”

           “ในปี 2078 ฉันจะมีอายุครบ 75 ปี ลูกหลานของฉันอาจจะถามถึงพวกคุณว่าทำไมพวกคุณถึงไม่ทำอะไรทั้งๆ ที่ยังมีโอกาส คุณบอกว่าคุณรักลูกหลานของคุณ แต่คุณก็กำลังขโมยอนาคตของพวกเขาอยู่”

          “ในอดีต คุณเพิกเฉยพวกเรา และในอนาคต คุณก็จะไม่สนใจเราอีกนั่นแหละ”

          “ ที่พวกคุณไม่สนใจแก้วิกฤติเพราะคุณไม่เห็นว่ามันเป็นวิกฤติ (ตอนนี้) เราไม่เหลือข้ออ้างใดๆ แล้ว เวลาของเรากำลังจะหมดลง ฉันมาที่นี่เพื่อให้รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ แต่พลังอำนาจที่แท้จริงนั้น เป็นของประชาชนทุกคน”

 

ติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมของ เกรตา ทูนแบร์ก ได้ที่ twitter/GretaThunberg

[Sassy_Social_Share]
28