แอกเนส ชาน (Agnes Chan) คืออดีตนักร้องเชื้อสายฮ่องกง ที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเอเชียในยุค 70’s เธอมีชื่อเสียงในด้านการร้องเพลงแนวโฟล์ค เล่นกีตาร์ และมีผลงานออกสู่แฟนเพลงตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี รวมทั้งแสดงภาพยนตร์ จนกระทั่งเธอได้มีโอกาสออกผลงานเพลงร่วมกับค่ายเพลงญี่ปุ่น เรียกว่าเธอเป็น “ไอดอล” ของยุคนั้นก็ไม่ผิดagnes chan

แอกเนส ชาน สมัยเมื่อยังเป็นศิลปิน

แต่หลังจากที่เธอหยุดงานในวงการ และไปเรียนต่อที่แคนาดา เธอก็กลับเข้ามาในวงการบันเทิงอีกครั้ง ในวัยสาว เธอแต่งงานกับชายหนุ่มผู้ทำงานร่วมกับเธอในฐานะโปรดิวเซอร์รายการทีวีในญี่ปุ่น หลังจากนั้น เขาและเธอก็ให้กำเนิดบุตรคนแรก จากทั้งหมดสามคน

ในช่วงปี 1987 เวลานั้น สังคมญี่ปุ่นมีค่านิยมว่า ผู้หญิงควรเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านเท่านั้น หมายความว่า ถ้าผู้หญิงจะมีลูก เธอควรลาออกจากงาน กลายเป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านแบบเต็มตัว ประเพณีของญี่ปุ่นยึดถือกันว่า ที่ทำงานนั้นไม่ใช่ที่อยู่ของ “แม่” และรวมถึงการให้นมลูกจากเต้า ก็ยังเป็นเรื่องที่ดูน่าอาย เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่ทำงานและที่สาธารณะ

แต่ไม่ใช่กับแอกเนส เธอคลอดลูกชายคนแรกออกมาแล้ว แต่ก็ยังคงทำงาน แต่ด้วยที่เธอทำงานอยู่ในบริษัทผลิตรายการทีวีของสามี ที่ตั้งอยู่ในโตเกียว แต่บ้านที่เธออาศัยตั้งอยู่ในฮิโรชิมา ซึ่งห่างจากโตเกียวถึงสองชั่วโมง ทำให้เธอไม่สะดวกนักในการที่จะกลับบ้านในเวลากลางวัน เพื่อไปให้นมลูกในวัยทารก

เธอจึงปรึกษากับสามีของเธอ และในที่สุด เธอก็อุ้มลูกมายังที่ทำงานด้วย

agnes chan

แม้ว่าการพาลูกมาเลี้ยงที่ออฟฟิศ จะไม่ได้สร้างปัญหาให้กับเธอและเพื่อนร่วมงาน ตรงข้าม เด็กชายวัย 4 เดือนคนนั้นมีอารมณ์แจ่มใส และเป็นที่รักของบรรดาเพื่อนร่วมงาน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นในสังคมคือ เธอกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์และต่อต้านอย่างรุนแรง ในฐานะที่เธอไม่ได้ทำตามค่านิยม ที่ผู้หญิงต้องเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน

ฝ่ายอนุรักษ์นิยมต่างวิพากษ์วิจารณ์เธออย่างหนักหน่วง และแน่นอนว่า เมื่อเธอมีเชื้อสายฮ่องกง เธอย่อมถูกตำหนิในเชิงเชื้อชาติว่า คนญี่ปุ่นนั้นเจริญแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาแบบอย่างจาก “จีน” เป็นคน “จีน” แต่กล้ามาวิพากษ์คนญี่ปุ่นได้อย่างไร

และบางความเห็นถึงขนาดไล่เธอกลับไปบ้านเกิด

ส่วนฝ่ายสนับสนุนก็ออกมาชื่นชมและสนับสนุนเธอ และผลักดันนโยบายนี้อย่างเต็มที่ ก่อให้เกิดข้อโต้แย้ง ถกเถียงเรื่องสิทธิสตรีและความเท่าเทียมในญี่ปุ่นอย่างกว้างขวางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนเหตุการณ์นี้ถูกเรียกกันว่า “ข้อวิพากษ์แอกเนส” (Agnes Controversy)

ด้วยสังคมญี่ปุ่นที่เจริญก้าวหน้าขึ้น และค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมถึงความสามารถของผู้หญิงที่สามารถทำงานได้ไม่แพ้ผู้ชาย ทำให้ข้อวิพากษ์นี้ ไม่ได้มีผลกับแค่ตัวของแอกเนสเอง แต่ทำให้หลายๆ บริษัทเริ่มเล็งเห็นความสามารถของผู้หญิง และอนุญาตที่จะให้ผู้หญิงสามารถพาลูกมาเลี้ยง (และให้นมจากเต้า) ในที่ทำงานได้ ไม่ใช่เท่านั้น บริษัทต้องจัดสวัสดิการในการอำนวยความสะดวกให้กับคุณแม่ ด้วยการจัดให้มีมุมให้นมแม่ ห้องนอนสำหรับเด็ก และอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงเด็กอย่างเพียงพอด้วย

“ข้อวิพากษ์แอกเนส” ดำเนินมาอย่างยาวนานถึงสองปี แม้เธอจะรู้สึกท้อแท้จนร้องไห้บ้าง แต่ด้วยความนิยมของเธอที่ยังไม่ตกลงไป เรตติ้งละครทีวีที่เธอแสดงเพิ่มตัวเลขสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอมั่นใจและยืนยันในหลักการของเธอ จนกระทั่งเดินทางมาถึงจุดที่คุณแม่ สามารถอุ้มลูกน้อยมาเลี้ยงในที่ทำงานได้ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นในทุกองค์กรก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้หญิงก็สามารถทำงานได้ในทุกสภาวะ

และเธอได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การเลี้ยงลูกในออฟฟิศไม่ใช่เรื่องผิด เพราะในยามนี้ เป็นแม่ของลูกชายสามคน ที่ล้วนแต่เรียนจบจาก Stanford University ทั้งสิ้น

[Sassy_Social_Share]
46