ห่างหายจากการขึ้นปกกุลสตรีไปพักใหญ่ กลับมาร่วมงานกันคราวนี้กับเวลาที่มีไม่มากนัก เราเลยชวนนางเอกสาวไซส์มินิ “ ออม - สุชาร์ มานะยิ่ง” มานั่งคุยกันแบบสบายๆ รวมถึงอัพเดทเรื่องงาน เพราะนอกจากละครไทย 2 เรื่องของเธอที่กำลังจะได้ชมกันเร็วๆ นี้ ออมยังมีละครยาวเรื่องแรกที่กำลังจะออนแอร์ที่ประเทศจีนในเดือนสิงหาคมนี้ อย่าง 哪里有彩虹告诉你 Rainbow Town ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกใจหลายๆ คน เพราะนอกจากจะเป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ ยังมีฉากหลังสวยๆ เป็นเมืองจีนในมุมมองที่ไม่ค่อยได้เห็นกัน 

เรื่อง : Korntip S. ภาพ : Thanut Tre.

กว่า 10 ปีในวงการบันเทิงกับออมในวันนี้

    “เปลี่ยนไปเยอะนะ เราโตขึ้นทุกๆ ปี  มุมมอง ความคิด ออมว่าคนเรามันก็โตขึ้นเรื่อยๆ อย่างย้อนกลับไปมองตอนเด็กๆ บางปีเรารับงานเยอะมาก แต่ตอนนี้ก็คิดว่าชีวิตมันคือการบาลานซ์ มันไม่ใช่การทำงานอย่างเดียว มันยังมีด้านความสัมพันธ์กับครอบครัว กับเพื่อนด้วย เราก็พยายามจะบริหารให้มันดี แล้วเราก็คิดว่าทำได้ดีขึ้น ตอนนี้ชีวิตก็บาลานซ์ขึ้น มีเวลาดูแลสุขภาพ มีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น ไม่โลภ อะไรที่ ไม่จำเป็นก็ตัดๆ ออกบ้าง มองหาสิ่งที่จำเป็น  ให้กับชีวิตเราจริงๆ ที่ไม่ใช่เรื่องงานอย่างเดียว”

การทำงานที่ไทยกับจีนมากน้อยต่างกันไหม

    “พอๆ กันค่ะ คือเวลารับงานออมดูเป็นโปรเจ็กต์ ไม่ใช่ว่าต้องไปทำงานที่โน่นเลยหรืออะไร เราดูแต่ละงานว่าน่าสนใจไหมบวกกับเวลา ที่เรามี อย่างที่จีนโปรเจ็กต์หนึ่งเขาทำงานทุกวัน คือกองละครไทยอาจจะไม่ทุกวัน แต่ที่โน่นคือ 45-60 วันต่อกันไม่มีวันหยุด เราก็ตื่นตี 5 แต่งหน้า จนถ่ายเสร็จ 4 ทุ่ม บางวันเที่ยงคืน วนลูปแบบนี้ทุกวัน โดยเฉพาะพระเอกนางเอกจะมีเกือบทุกซีน ก็เลยต้องค่อนข้างอึด แล้วเรื่องซีนที่ถ่าย ช่วงซีนจะเป็น Long Shot ซะส่วนใหญ่ ละครไทยอาจจะมีซีนที่สั้นๆ แต่ของจีนจะยาวมาก”

วันว่างกับการดูแลตัวเอง

    “ช่วงนี้ดูแลสุขภาพเหมือนชดเชย คือออมไม่เคยออกกำลังกายเลยตลอดชีวิต แล้วช่วงที่เรากลับมาจากประเทศจีน เกือบ 60 วันที่เราทำงานแบบนอนน้อยมาก รู้สึกเลยว่าร่างกายไม่แข็งแรงแล้ว อยู่ดีๆ ก็เป็นภูมิแพ้แดงทั้งตัว เหมือนการที่เราทำงานหนักเกินไปมากๆ ร่างกายจะมีอะไรที่ฟ้องเรา หาหมอบ่อยตั้งแต่กลับมา ติดเชื้อไวรัสเพราะว่าห้องน้ำไม่สะอาดบ้าง อะไรหลายๆ อย่าง คือกลับมาร่างพัง ก็เลยรู้สึกว่า เออ สุขภาพเรา ก็สำคัญนะ เลยเริ่มออกกำลังกาย เพื่อที่จะฟิต   ถ้าเราอยากทำงานที่เรารัก เราก็ต้องดูแลสุขภาพควบคู่ไปด้วยแบบจริงจัง ไม่ใช่ว่าหักโหม แต่ทำให้มันสม่ำเสมอ สัปดาห์ละสองถึงสามครั้ง  วันหนึ่งถ้าเราแข็งแรงขึ้น มันก็คือผลกำไรที่เงิน  ซื้อไม่ได้ แล้วก็หันมาคิดเรื่องกินด้วย แต่ก่อน ไม่คิดเลย กินแหลก แต่ตอนนี้คือโรคเกี่ยวกับลำไส้ อะไรมาหมด แล้วออมเป็นคนกินเยอะ ตอนนี้ก็ลดลง เมื่อก่อนเคยกินเยอะจนแน่นหน้าอกต้องไปโรงพยาบาล เราคิดว่าเราตัวเล็ก เราประมาท คนก็ไม่เคยทักว่าเราอ้วนเลย แต่มันคือเรื่องสุขภาพ พออายุมากขึ้นก็ต้องดูแลมากขึ้น”

เรื่องความรักตอนนี้

    “ตอนนี้โอเคค่ะ สบายใจ เป็นตัวของ  ตัวเอง สบายๆ เหมือนมีอะไรเราก็ปรึกษาเขาได้ จริงๆ เราไม่ได้ต้องการการดูแลมาก การดูแล มันมีหลายรูปแบบ อย่างทางความรู้สึก เราคิดว่าเราคุยกับเขาได้ในแบบผู้ใหญ่ๆ”

ออมเป็นคนรักแบบไหน

    “ไม่โรแมนติก ไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงที่จะต้องหวานอะไรมาก แต่ก่อนออมเป็นคนไม่น่ารัก เรามองตัวเองแล้วรู้สึกว่าเราไม่ชอบคนแบบนี้  นี่คือวิธีคิดของออมเองนะ คือถ้าเรามองตัวเองแล้วเรายังไม่ชอบ เราจะหวังให้ใครมาชอบเรา เราต้องถอดตัวเองแล้วมองเข้ามาว่า เราเป็นคนที่น่ารักหรือยัง เราชอบตัวเองหรือยัง ที่ผ่านมาออมเอาแต่ใจ งี่เง่า เราไม่ชอบตัวเองแบบนั้นก็เลยปรับปรุงตัวเองใหม่ ค่อยๆ เป็นคนที่มีเหตุผลมากขึ้น ไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ให้อิสระกับความสัมพันธ์ ไม่บังคับ ชีวิตคุณก็เป็นของคุณ ชีวิตเราก็ของเรา แต่เรามีจุดร่วมกัน เราไม่ต้องเป็นเจ้าของกันขนาดนั้น”

เรื่องที่คุยปรึกษากับแม่บ่อยๆ

    “จริงๆ เรื่องความสัมพันธ์ ความรักก็คุยได้ รู้สึกว่าแต่ก่อนคุยไม่ได้ เราคิดอย่างนั้นว่าเราไม่เคยคุยเรื่องนี้กับพ่อกับแม่ แต่พอโตขึ้นเรารู้สึกว่า เราพูดได้ ปรึกษาได้ แล้วแม่จะคอยสอนเราในมุมมองแบบคนที่เขาผ่านมาก่อน ความสัมพันธ์มันต้องเป็นแบบนี้นะลูก อะไรที่ยอมได้ อย่าใส่ใจอะไรที่เล็กๆ น้อยๆ เขาจะมีแง่คิดที่คุยกับเราได้”

คำสอนของแม่ที่นำมาใช้อยู่ตลอด

    “เรื่องการอ่อนน้อมถ่อมตน การไหว้ อัธยาศัย แม่จะพูดตลอดว่าการไหว้ การยิ้ม   เป็นของฟรี แล้วมันทำให้คนรักเรา ยิ่งทำอาชีพตรงนี้ เรายิ่งต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ทำให้คนเขาอยากร่วมงานด้วย มันเป็นสิ่งที่ไม่ว่าอาชีพไหน ก็ทำได้หมด”

ออมกับแม่เหมือนกันที่สุดตรงไหน

    “แม่ออมลำบากมากๆ มาก่อนแต่ก็สู้ เป็นข้อที่เด่นชัดของแม่ คือความพยายามให้บรรลุ เป้าหมาย เราก็เหมือนแม่ คือการทำงานในวงการเราก็ต้องสู้นะ ต้องขยัน ต้องทำให้เต็มที่ใน ทุกครั้งที่เรามีโอกาส คือเราไม่มีสังกัดมาโดยตลอด ถ้าเราไม่พยายามที่จะเป็นคนเก่งหรือเป็นคนที่มีความสามารถ ก็ไม่มีใครผลักดันเรา แล้วออมคิดมาตลอดว่าออมไม่ใช่คนสวยโดดเด่น ตัวก็เล็ก แต่บางทีที่เราได้มีโอกาสเป็นนางเอกหรือได้เล่นละครที่มันสำคัญ ออมเชื่อว่าเพราะความตั้งใจในการทำงานของเรา อันนี้คือสิ่งที่ออมคิดว่าเราต้องสู้ คนอื่นในเรื่องนี้ให้ได้เพื่อที่เราจะได้มีพี้นที่ในวงการ”

คุณแม่ในแบบฉบับของออม

    “ออมว่าออมคงเป็นแม่ที่ชิลล์ ออมเชื่อในธรรมชาติของการเติบโต เราล้อมกรอบเขาอยู่แล้วประมาณหนึ่ง แต่เราจะมีพื้นที่ให้เขาวิ่งเล่นโดยที่ไม่ต้องกลัว ล้มก็ล้ม เลอะก็เลอะ แต่เรายืนดูเขานะ ถ้าอยู่ในจุดที่อันตรายเราก็คงไปโอบอุ้ม แต่ถ้า   ยังอยู่ในจุดที่เรามองเห็น เราก็ให้อิสระกับเขา  เต็มที่ ซึ่งจริงๆ ก็คล้ายกับสิ่งที่พ่อแม่เลี้ยงออมมา   เขาค่อนข้างให้อิสระทางความคิดและความเชื่อใจ ซึ่งเขาอาจจะกังวลบ้าง เข้าใจหรือไม่เข้าใจ แต่เขาแสดงออกให้เราเห็นว่าเขาเชื่อใจเรา”

0