เพราะรู้จักและเข้าใจในความฝันของตัวเองดี บวกกับการเรียนรู้และมุ่งมั่นเพื่อไปสู่คำว่ามืออาชีพในหน้าที่การงานที่หลงรัก รวมถึงการเลือกไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับที่เป็นตัวของตัวเอง วันนี้ของฟาง - นิชานันท์ ปัญญา   จึงเปล่งประกายโดดเด่นเจิดจรัสประหนึ่ง คริสตัสน้ำงามของสวารอฟสกี้

หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ฟางก็เริ่มสานฝันเดินหน้าสู่เส้นทาง สายประชาสัมพันธ์ตามความใฝ่ฝันของเธออย่างเอาจริงเอาจัง และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

   ก้าวแรกในฐานะพีอาร์ไฟแรงที่บริษัทคูโบต้าร่วมสี่ปีเต็ม ก่อนตัดสินใจบินลัดฟ้าไปศึกษาเพิ่มเติมระดับปริญญาโท ในสาขาการสื่อสาร การตลาด ที่มหาวิทยาลัยฮัดเดอร์ส์ฟีลด์ (The University of Huddersfield) เมืองฮัดเดอร์ฟีลด์ ประเทศอังกฤษ สามปีให้หลังฟางสำเร็จการศึกษากลับมาเมืองไทยพร้อมเริ่มงานใหม่ในฐานะประชาสัมพันธ์อีกครั้งกับบริษัทในเครือเชฟรอน กระทั่งมีโอกาสในแง่มุมใหม่ในสายงานประชาสัมพันธ์เข้ามาอีกครั้ง ในที่สุดฟางจึงได้ ร่วมงานกับแบรนด์เครื่องประดับคริสตัลชื่อดังระดับโลกอย่างสวารอฟสกี้ (Swarovski) ประเทศไทย กระทั่งปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด ธุรกิจสินค้าสำหรับผู้บริโภค

   “แน่นอนเป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงทุกคน คือเป็นงานแฟชั่นด้วย เครื่องประดับด้วย โชคดีที่ทางสวารอฟกี้เปิดโอกาสให้ฟางได้มาดูแลตำแหน่งนี้ค่ะ” เธอเอ่ยถึงหน้าที่การงานที่เธอหลงรัก

   หากแต่เมื่อถามถึงความแตกต่างในรายละเอียดของการทำงาน ฟางกลับตอบว่าความแตกต่างไม่สำคัญเท่ากับการเรียนรู้และปรับตัว “จริงๆ แล้วพื้นฐานไม่ต่างกันเลยเรื่องธุรกิจ แต่ว่าสิ่งที่แตกต่างกันก็คือสินค้าและบริการของแต่ละธุรกิจนั้นๆ

   “สำหรับฟาง ฟางว่าทุกอย่างเราอยู่ได้อยู่แล้ว เราเป็นมนุษย์นะคะ เราเรียนรู้ได้อยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ฟางใช้ในการปรับตัวคือเรื่องของคน เพราะฟางมั่นใจว่าคนเราเก่งเหมือนกัน ยิ่งอยู่ในองค์กรที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก คนที่เขามาทำงานร่วมกับเราเก่งอยู่แล้ว แต่ว่าเราจะทำยังไงที่จะให้ทุกคนเชื่อใจเรา ทำงานร่วมกับเราได้ ซึ่งโดย ส่วนใหญ่ฟางจะทำงานโดยที่พูดตรงๆ ด้วยนิสัยและบุคลิกของตัวเองเราเป็นคนที่พูดตรงอยู่แล้ว แต่ว่าต้องอ่อนน้อมถ่อมตน คือเราอยากได้อะไรเราพูดเลย แต่ว่าเราพูดด้วยความสุภาพ แล้วก็บางทีเรารู้ว่าเขาอยากได้อะไร ซึ่งบางทีในการทำงานมันก็ต้องให้ทั้งเราได้ประโยชน์แล้วก็เพื่อนร่วมงานได้ประโยชน์ด้วย อันนี้เป็นหลักในทุกๆ การทำงานที่ฟางใช้มาตลอด

   “งานพีอาร์ในมุมของฟางเป็นเรื่องของคนล้วนๆ นอกจากตรงไปตรงมาอย่างสุภาพอ่อนน้อมแล้ว เราต้องซื่อสัตย์กับคนที่เราทำงานด้วย   มีความติดดินไม่ทำให้คนที่เราอยู่ด้วยอึดอัด และสิ่งสำคัญคือว่าต้องศึกษาคนที่เราจะไปเจอก่อน คือเราอาจจะไม่รู้จักเขา แต่เราควรจะทำการบ้านไปว่าเขามีบุคลิกยังไง อันนี้ฟางว่ามันเป็นสกิลเฉพาะตัว ซึ่งมันสอนกันไม่ได้

   “สำหรับคนที่จะมาทำงานประเภทนี้นะคะ ฟางมองว่ามันเป็นเรื่องของการเอาใจเขามาใส่ใจเรา และเวลาทำงานฟางจะไม่พูดว่าไม่ ฟางพูดว่าได้ ถ้าไม่ชัวร์ก็จะบอกว่าขอทำก่อน เรามีความรู้สึกว่าทุกคนไม่อยากถูกปฏิเสธ เวลาที่เราทำงานกับ ทีมงานหรือว่ากับใครที่มาติดต่อ ส่วนใหญ่ฟางก็จะลองดูก่อน ถ้าเราทำให้ได้แค่ไหนเราก็จะพูดกับเขาตรงๆ”

   คำถามที่เชื่อว่าผู้หญิงส่วนมากก็คงอยากจะถามเช่นกัน นั่นคือ ความรู้สึกที่ได้มาทำงานกับสวารอฟสกี้ แบรนด์เครื่องประดับในฝันของ      ผู้หญิงทั้งโลก? “ในฐานะผู้หญิงก็มีความสุขมากเลย เพราะว่าสวารอฟกี้เป็นแบรนด์ที่ไม่ใช่เฉพาะสำหรับผู้หญิง เป็นแบรนด์ที่เปิดโอกาสให้กับทุกคนได้แสดงความเป็นตัวของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น

คอลเล็กชั่นวาเลนไทน์ซึ่งเราสนับสนุนความรักทุกรูปแบบ ทุกวันนี้เพศสภาพหลากหลายและสังคมเปิดกว้างมาก เพราะฉะนั้นสวารอฟกี้ก็จะมีเครื่องประดับสำหรับคนที่หลากหลายบุคลิก เพื่อนสาว ให้กัน เพื่อนผู้ชายให้กัน คู่รักทุกแบบให้กัน เพราะฉะนั้นการทำงานกับสวารอฟกี้ ซึ่งเป็นเครื่องประดับ ที่เปิดโอกาสให้กับทุกๆ คน ถือว่าเป็นสิ่งที่เราชอบ ที่เราตั้งใจเพราะว่าเราเป็นคนที่ชอบอะไรที่เปิดรับมากขึ้น เราไม่ใช่มองแค่ด้านเดียว”

   ส่วนในมุมของผู้หญิงคนหนึ่ง ฟางยอมรับว่าสิ่งแรกที่เธอหลงใหลในความเป็นสวารอฟสกี้ นั่นก็คือความวิ้งวับ “อย่างแรกก็คือความวิ้ง เพราะแน่นอนว่าคนเราถ้าพูดถึงคริสตัลก็ต้องพูดถึงอะไรที่วิบวับใช่ไหมคะ อันที่สองก็จะเป็นเรื่องของดีไซน์ เพราะว่าดีไซน์จะมีหลากหลายแบบ มันจะไม่ถึงขั้นโมเดิร์นจนจับต้องไม่ได้ มันจะเป็นอะไรที่อยู่ระหว่างกลาง ไม่ว่าเทรนด์แฟชั่นจะเป็นแบบไหน เราอาจจะไม่ได้ก้าวล้ำไปก่อน แต่ว่าเราก็มีชิ้นที่เทรนด์แฟชั่นนั้นมี รวมถึงมีชิ้นคลาสสิก   ใส่ได้เรื่อยๆ ด้วย

   “นอกจากความวิ้งวับแล้ว จุดมุ่งหมายที่ แท้จริงของคุณแดเนียล สวารอฟกี้ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ก็คือเขามีแนวคิดที่ว่าอยากจะสร้างเพชรสำหรับ ผู้หญิงทุกคน เพราะฉะนั้นคำว่าเพชรสำหรับผู้หญิงทุกคนก็ต้องแปลว่าทุกคนเข้าถึงได้ ความหมายของคริสตัลของฟางก็คือว่า เป็นเพชรที่ใครก็สามารถเป็นเจ้าของได้ แล้วก็อยู่กับเราไปได้นานๆ

   “คริสตัลเปรียบเป็นการเติมประกายเจิดจรัสให้กับเราทุกๆ วัน อย่างน้อยถ้าพูดถึงเรื่องความเชื่อ ถ้าเรามีประกายเจิดจรัสก็เสริมดวง เสริมฮวงจุ้ย เราให้ดีขึ้น แต่ฟางว่าสำหรับผู้หญิงนะคะ ถ้ามีอะไรที่วิบวับก็จะเป็นการสร้างเสน่ห์ได้ ฟางว่าประกายเจิดจรัสสามารถเติมความมั่นใจ และความสดใสในเรื่องของอารมณ์ให้กับคนที่สวมใส่”

   และในฐานะผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาพลักษณ์ของแบรนด์ ฟางบอกว่าเธอสวมใส่เครื่องประดับของสวารอฟสกี้แทบจะตลอดเวลา อย่างน้อยก็ต้องมีชิ้นเล็กๆ สักหนึ่งชิ้นในแต่ละวัน

   “เพราะสวารอฟกี้มีหลากหลายดีไซน์ ก็สามารถเนรมิตลุคให้ได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ตั้งแต่น้อยไปจนมากดูเวอร์วัง อลังการก็มีหมด มันสามารถเทิร์นอารมณ์ไปได้เหมือนเวลาที่เราหมุนเพลงฟังตั้งแต่เบาไปจนดัง อยู่ที่เราจะมิกซ์แอนด์แมตช์ ที่สำคัญเป็นเรื่องของโอกาสและกาลเทศะที่เราเลือกใส่ รวมถึงจะต้องเป็นตัวของตัวเองด้วยค่ะ”

   “โดยส่วนตัวฟางเป็นคนที่ชอบอะไรที่น้อยแต่มาก จะไม่เลือกชิ้นใหญ่มาก แต่ว่าจะเลือกชิ้นที่ฟางสามารถปรับการใช้งานได้เรื่อยๆ ในหลายโอกาส เช่น สร้อยข้อมือบางเส้น บางวันพันเป็นสร้อยข้อมือ แต่อีกวันปรับเป็น โชคเกอร์อย่างงี้ค่ะ”

   “ถ้าชิ้นที่ชอบมากที่สุดจะเป็นนาฬิกา เพราะว่าฟางเป็นคนที่ชอบใส่นาฬิกาตลอด ถัดมาก็จะเป็นดีไซน์ที่เป็นสัญลักษณ์ของสวารอฟกี้ คือ Swan Collection รูปหงส์ต่างๆ”

 

ในขณะที่หลงใหลในประกายวับวาวของเครื่องประดับคริสตัลในทางคู่ขนานกันในเรื่องของสไตล์การเลือกเสื้อผ้าฟางบอกว่าเธอชอบความน้อยแต่มากและเน้นแต่งกายตามกาลเทศะ

   “ฟางเป็นคนที่แต่งตัวตามกาลเทศะมากกว่า ถ้าไปทำงานก็จะอีกลุคหนึ่ง ดูทะมัดทะแมงหน่อย ถ้าไปออกงานก็อาจจะมีเปรี้ยวได้นิดหนึ่ง แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องไปเจอผู้ใหญ่ก็จะต้องสุภาพเรียบร้อยหน่อย หัวหน้าฟางจะพูดว่า ฟางแต่งตัวออกแนวฟังก์กี้มากกว่า คือดูสบายๆ แต่มีรายละเอียดบางอย่างที่โดดเด่น”

   ความโดดเด่นที่พูดถึงนั้น บ่อยครั้งหมายรวมไปถึงการแต่งหน้า ซึ่งฟางจะมีเอกลักษณ์ประจำตัว นั่นคือ ลิปสติก “ชอบลิปสติกมาก ฟางจะพกลิปสติกสองสีในหนึ่งวัน มันต้องมีสองสีเผื่อตอนเย็นฟางไม่รู้ว่าฟางต้องไปเจออะไร บางทีหน้าเรายังเฉดสีเดิม แต่ว่าถ้าเราเปลี่ยนลิปสติก ทั้งลุคก็เปลี่ยนไปแล้ว ฟางว่าลิปสติกเป็นเครื่องสำอางที่สามารถเปลี่ยนบุคลิกเราได้เลย

   “โดยปกติฟางจะไม่แต่งหน้าเยอะ แต่ฟางชอบเฉดดิ้ง ชอบคอนทัวร์มาก เพราะว่าอยากให้เห็น โครงหน้ามีมิติชัดเจน ส่วนเรื่องผิวฟางเป็นคนผิว แพ้ง่าย แต่ได้ค้นพบสกินแคร์ที่เหมาะกับตัวเองโดยบังเอิญจากการเดินทางไปต่างประเทศแล้วหน้าฟางเหือดแห้งมาก คันและลอกเป็นขุยๆ ฟางไม่รู้ว่าจะไปหาหมอที่ไหน ก็เลยไปที่ไบโอเธิร์ม (Biotherm) แล้วก็บอกพนักงานว่าหน้าฉันเป็นอย่างนี้ ช่วยกู้หน้าฉันในสามวันได้ไหม เพราะว่ามีงานต่อ เขาแนะนำ plankton ผลิตภัณฑ์ตัวที่ขายดีของเขา ฟางซื้อมาทั้งเซ็ตเลย สามวันหน้าฟางกลับมาเหมือนเดิม กู้หน้าศพขึ้นมาได้ ฟางก็เลยใช้มาตลอด ไม่เคยเปลี่ยนเลยค่ะ”

   แต่งตัวสวย ใส่คริสตัลวับวาว และผิวใสแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกและความสวยมั่นใจสไตล์หญิงสาวยุคใหม่ให้กับฟางอีกด้วย

 

   “ฟางว่าการออกกำลังกายช่วยเรื่องจิตใจมาก เรื่องร่างกายมันเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว แต่เรื่องจิตใจทำให้ฟางมั่นใจขึ้น ทำให้ฟางโฟกัสตัวเอง ซึ่งจะช่วยได้มากตอนที่เราอกหัก ฟางค้นพบว่ามันสามารถช่วยทำให้ฟางรอดชีวิตมาได้ เวลาที่เราอกหักเราก็จะโฟกัสแต่เรื่องเศร้า แต่พอไปออกกำลังกายมันทำให้รู้สึกว่า    เราให้ความสำคัญกับตัวเอง ก็เหมือนเราต้องมีสมาธิในการทำแต่ละอย่าง พอหลังจากนั้นร่างกายมันคงจะหลั่งสารอะไรมาทำให้เรามีความสุข แล้วก็นอนหลับสบายขึ้น ฟางอยากบอกว่าถ้าคนไหนอกหักรักคุด ให้เข้ายิม เพราะถ้าเราสวยเดี๋ยวใครๆ   ก็เข้ามา (หัวเราะ) อีกอย่างมันทำให้เราสบายใจด้วยค่ะ”

   เมื่อฟางเอ่ยถึงเรื่องความรัก เราจึงสบโอกาสถามเธอถึงมุมมองความรักในฐานะกุลสตรียุคใหม่ ซึ่งเธอก็ให้ความเห็นไว้อย่างงดงามราวกับประกายแห่งแสงคริสตัล

 “ฟางว่าความรักสำคัญกับทุกคนนะคะ แต่อย่างแรกเราก็ต้องรักตัวเองให้เป็นก่อน ถ้าเรารักตัวเองเราก็จะดึงดูดคนที่น่ารักเข้ามา ผู้หญิงยุคใหม่หลายๆ คนอาจจะบอกว่าฉันอยู่คนเดียวได้ แต่ฟางว่ามนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม เราอยู่ในยุคที่ผู้หญิงสามารถไปท่องเที่ยวคนเดียวได้บ่อยๆ แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าเรามีคนพิเศษมาแชร์โมเมนต์พิเศษกับเรา สำหรับฟางการมีคู่คิดถือว่าเป็นโบนัส แต่ถ้าไม่มีจริงๆ มันก็ไม่เป็นไร ฟางก็เลยอยากจะบอกว่าให้ทุกคนมีความสุขและเป็นตัวของตัวเอง แล้วสิ่งดีๆ ก็จะเข้ามา ฟางคิดว่าผู้หญิงผู้ชายทุกคนเท่าเทียมกัน แล้วก็การอยู่เป็นคู่กัน เป็นเพื่อนก็เป็นเรื่องที่ดี”

0