หลังจากประกาศจบการศึกษาจากวงไอดอลชื่อดังได้ไม่นาน ชาวทรูปเปอร์* ที่เพิ่งหายจากอาการตกใจมาหมาดๆ ก็ได้ทราบข่าวดีว่า คนคูลๆ อย่าง “แคน—นายิกา ศรีเนียน” กลับมาพร้อมกับภาพลักษณ์ใหม่ กลายศิลปินเดี่ยวในนาม “Can Nayika” พร้อมกับการเปิดตัวซิงเกิลแรกที่แคนลงมือแต่งเนื้อเพลงด้วยตัวเองอย่าง “กลับมานะ” ที่มีกลิ่นอายเพลงป็อปยุค 90 ในแบบที่ชื่นชอบ และผูกพันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

เมื่อมาถ่ายแฟชั่นกับกุลสตรีทั้งที มีหรือจะพลาด เราเลยสัมภาษณ์แคนเกี่ยวกับความอยากเป็นศิลปิน ความหลงใหลในการท่องเที่ยว คนที่คนคูลๆ อย่างแคนยกให้เป็น “คนคูล” (ด้วยความที่แคนมักจะมีไลฟ์สไตล์เท่ๆ เลยมักจะถูกเรียกว่าเป็น “แคนแคนคนคูล”)

อีกทั้งยังมีเรื่องของคอนเสิร์ตเปิดตัวซิงเกิลแรกที่บัตรขายหมดเร็วมาก เรื่องสตาร์ วอร์ส เรื่องที่ทำให้ #แคนแคนเสียใจ รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่สามารถลงในเล่มได้ทั้งหมด เนื่องด้วยว่าในหน้านิตยสารนั้นมีเนื้อที่จำกัด จึงต้องตัดทอนเนื้อหาบางส่วนออกไปเพื่อความกระชับ

ด้วยโอกาสอันดีที่ไม่ได้มีมาบ่อยๆ เราจึงเลือกที่จะปล่อยเวอร์ชั่นอันคัท ในแบบที่ยาวกว่าในเล่ม ลงในเว็บไซต์ เพื่อให้เหล่าชาวทรูปฯ ได้อ่านเรื่องราวต่างๆ ของแคนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก

แม้ว่าตอนที่สัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์ในฐานะชาวทรูปฯ ยอมรับว่าอาจจะมีความ “เสียอาการ” เช่น ถามไปมือสั่นไปบ้าง พูดผิดบ้าง เดดแอร์บ้าง จนรู้สึกเกรงใจ แถมยังถามเสียเยอะแยะ แต่แคนกลับให้ความร่วมมือในการตอบเป็นอย่างดี จนในที่สุดก็กลายมาเป็นบทสัมภาษณ์ขนาดยาวราวๆ 7 หน้าเอสี่บทนี้ ที่ขนาดผู้สัมภาษณ์อ่านเอง ก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้น ปนกับความปลาบปลื้มดีใจเป็นระยะๆ ไม่ต่างจากวันถ่ายแฟชั่นจริงๆ ที่ได้เห็นแคนได้มาขึ้นปกและถ่ายแฟชั่น สมกับที่ชาวทรูปฯ คนหนึ่งรอคอยมานานแสนนาน

และหวังว่าชาวทรูปเปอร์ทุกท่านก็น่าจะรู้สึกอย่างนั้นเช่นเดียวกัน

*ทรูปเปอร์/ชาวทรูปฯ คือชื่อแฟนคลับของ แคน – นายิกา มีที่มาจากชื่อของ Stormtroopers เหล่าทหารจากภาพยนตร์เรื่อง Star Wars โดยแฟนคลับยกให้แคนเป็นลอร์ด เวเดอร์ (ดาร์ท เวเดอร์) และเรียกตัวเองเป็นชาวทรูปเปอร์ เสมือนเป็นทหารภายใต้การควบคุมของท่านลอร์ด

ความรู้สึกในการถ่ายแฟชั่นในวันนี้
น่าจะเป็นครั้งแรกที่ถ่ายแฟชั่นคนเดียว ถ้าเป็นการถ่ายแฟชั่นอะไรอย่างนี้ ปกติตอนที่อยู่วงเดิมก็จะมีเพื่อนๆ ด้วย

ตั้งแต่จบการศึกษามาจนถึงตอนนี้ รู้สึกยังไงบ้าง
รู้สึกว่าตารางงานมันค่อนข้างที่จะขยับเขยื้อนได้ เพราะว่าอย่างตอนที่อยู่วงเดิม ตารางงานจะชนกับการเรียน แล้วเราก็ต้องเลือกเรียน มันก็จะทำให้เราเสียโอกาสไปค่อนข้างเยอะ แต่ตอนนี้มันเหมือนกับว่าเราเลือกเรียนได้โดยที่ไม่เสียโอกาสด้วย อย่างบางครั้งเวลาพอออกมาทำคนเดียวเนี่ยมันจะมีการคิดอะไรค่อนข้างเยอะ ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็มีคิดถึงเพื่อนๆ บ้าง เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ (หัวเราะ)

ได้ยินว่าการที่เข้าไปเป็นไอดอล เพราะอยากสานฝันในการเป็นศิลปิน ทำไมถึงอยากเป็นศิลปิน
ใช่ เพราะว่าตอนที่เรารู้จักกับตัวออริจินอลที่ญี่ปุ่น เรารู้จักมาจากการ์ตูน (AKB0048) แล้วก็ตามมาด้วยซีรีส์ ไม่ได้รู้จักผ่านผลงานเพลงเท่าไหร่ แต่พอไปฟังก็เพราะดี ค่อนข้างที่จะติดหูสำหรับเรา ก็เลยอยากทำบ้าง

ชีวิตในการเป็นไอดอลกับการเป็นศิลปินเดี่ยวมันต่างกันอย่างไรบ้าง
มันต่างกันตรงที่เราต้องทำเองค่อนข้างเยอะเลยค่ะ สมมติว่าอย่างการพีอาร์ หนูจะต้องคิดเลยว่า หนูจะต้องไปสื่อไหน หนูจะต้องพูดอะไร ทำอะไรบ้างให้ตัวเองเขยิบขึ้นมาได้ ในขณะที่สมัยก่อนคือจะมีคนมาบอกว่าต้องทำอย่างนี้สิ หรือมีคนมาบอกว่า ควรจะต้องไปออกสื่อนี้ ก็พาเราไปเลย โดยที่เราไม่ต้องคิด ไม่ต้องวางแผนอะไร มันเลยมีความแตกต่างกัน แล้วมันก็เหมือนกับว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย เข้าสู่วัยทำงานจริงๆ อันนั้นมันเหมือนโรงเรียนสำหรับแคน

พอออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว รู้สึกแข็งแกร่งขึ้นบ้างไหม
แข็งแกร่งขึ้นบ้างไหม หนูว่าแข็งแกร่งขึ้นนะ (ยิ้ม) เพราะว่าตอนนั้นคือง้องแง้งเลยน่ะ สมัยก่อนจะแบบว่า เขาให้ทำอะไรก็ทำ เหมือนเด็กที่แบบพ่อแม่ไปฝากที่เนอร์สเซอรี่อะไรแบบนี้ (หัวเราะ) แต่มันก็สนุกนะ เพราะว่ามันก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เหมือนเป็นโรงเรียนจริงๆ

กลัวการเปลี่ยนผ่านระหว่างจากการเป็นไอดอลมาเป็นศิลปินบ้างไหม
ก่อนที่เราจะออกมาเราคิดเยอะระดับหนึ่งแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้กลัว เราใช้เวลาทบทวน คิดเลยว่าถ้าเราออกไปเราจะไปทำอะไร วางแผนเป็นสเต็ปๆ เลย พอออกมาปุ๊บหนูก็ปล่อยผลงานออกมาเลย คือหนูวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว เลยไม่กลัวค่ะ

อยากให้พูดถึงเพลง “กลับมานะ” หน่อย ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน
เพลง “กลับมานะ” ได้แรงบันดาลใจมาจากมีครั้งหนึ่งที่หนูเจอเรื่องหนักๆ ในระดับที่ไม่กล้าออกจากหอเลย อะไรอย่างนี้ แล้วก็มีคนที่พูดกับเราว่า ผิดหวัง ทำไมเราถึงเป็นคนอย่างนี้ ทำไมถึงทำตัวอย่างนี้ เราก็เลยรู้สึกว่าแบบ อ้าว! คุณตามเรามาตั้งนาน ทำไมอยู่ๆ คุณก็หายไปเพราะเรื่องอะไรอย่างนี้ ก็เลยทำเพลงเพื่ออยากจะบอกว่าเราขอโทษเขา อยากให้กลับมาเถอะนะ จริงๆ แล้วนอกจากเรื่องนี้ มันก็รวมถึงเรื่องทุกเรื่องในชีวิตของหนูด้วย เพราะหนูเป็นคนที่รู้สึกแย่เวลาที่ใครก็ตามหายไปจากชีวิต หนูเป็นคนที่ไม่ชอบการสูญเสีย ก็เลยออกมาเป็นเพลงนี้ค่ะ (ยิ้ม)

ทำไมเพลง “กลับมานะ” ถึงมีกลิ่นอายแบบเพลงยุค 90’s
จริงๆ กลิ่นอายของเพลงนี้มันออกมาตั้งแต่หนูแต่งเดโมเลย ตั้งแต่คอร์ดกีตาร์ มันเหมือนวิธีการร้องของหนูมักจะมีการเอื้อนออกมาโดยปริยาย คงเป็นเพราะว่าตอนเด็กๆ หนูฟังเพลงยุค 90’s มาค่อนข้างเยอะ ทำให้เวลาพอเราคิดหรือแต่งออกมา จะมีความผสมผสานกันระหว่างยุค 90’s จนถึงยุค 2000 รวมๆ กัน อยู่ในเพลงๆ เดียว มันคงเกิดจากการที่หนูซึมซับกับเพลงยุคนี้ พอลงมือแต่งจริงๆ มันเลยออกมาโดยที่เราไม่ต้องไปแต่งเติมอะไรมันมาก นอกจากพาร์ทของดนตรีที่ว่าขอเพิ่มอีกนิดหน่อยดีกว่า

พอจะเล่าได้มั้ยว่ามีความผูกพันกับยุค 90’s ยังไงบ้าง
แคนคิดว่าทุกคนก็น่าจะมีเพลงแรกของชีวิตใช่มั้ยคะ คือตอนที่หนูเกิดมาเนี่ย หนูฟังเพลง ร้องเพลงมาตั้งแต่อนุบาล ซึ่งถ้านับปีเนี่ย ตอนที่หนูอยู่อนุบาลหรือพรีเนอร์สเซอรี่เนี่ย มันก็จะตรงกับเพลงยุคนั้น เหมือนเด็กที่อยู่ในท้องแม่ แม่เคยให้ฟังอะไร ก็จะได้ยินเพลงนั้นบ่อยๆ แม่หนูก็ฟังตั้งแต่หนูอยู่ในท้อง เพราะทุกครั้งเวลาเราหลับหรือเราฝัน เราก็มักจะย้อนกลับไปถึงโมเมนต์ที่มันอยู่ในหัวเรา ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ทำมัน แต่มันก็จะยังอยู่ งงไหมคะ (หัวเราะ) มันอยู่ในหัวหนูอ่ะ ก็เลยผูกพันเพราะว่าฟังมาตั้งแต่เด็กเลย

มีเพลงยุคนั้นที่ผูกพันบ้างไหม ลองยกตัวอย่างมาสักเพลง
เพลง “ก็หมวยนี่คะ” (China Dolls) อันนี้จริงๆ หนูยกตัวอย่างทุกที่ (ที่ไปสัมภาษณ์) เลยนะคะ แต่ว่ามันก็เป็นเพลงนั้นจริงๆ ที่ที่เราเต้นแล้วใส่ชุดอาหมวยจริงๆ แล้วอยู่หน้าทีวี หนูยังจำภาพที่หนูเปิดทีวีที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ อ่ะ แล้วใส่เทปเข้าไป แล้วก็นั่งดู (ยิ้ม)

ฟีดแบ็กหลังจากออกซิงเกิล
ดีนะคะ หนูไม่คิดว่ามันจะได้รับผลตอบรับกลับมาดี แต่ว่าหนูก็ยังคิดว่ามันจะต้องมีจุดที่ต้องพัฒนาได้มากกว่านี้อีกในซิงเกิลต่อๆ ไป เพลงนี้เป็นเหมือนการเริ่มต้นที่ดีมากกว่า

ทำไมถึงเลือกที่จะทำเพลงด้วยตัวเอง ทำไมไม่ให้คนอื่นแต่งเพลง ทำเพลงให้
เพราะว่าจุดแรกเราไม่ได้มีความฝันว่าอยากจะเป็นนักร้อง ถ้าคนที่มีความฝันว่าอยากเป็นนักร้องก็คงต้องเข้าสังกัด ต้องเข้าค่ายนั้นค่ายนี้เพื่อจะได้มีคนทำเพลงให้เขา แล้วเขาก็จะได้ร้องเพลง แต่ของหนูมันเริ่มจากการที่หนูทำเพลงขึ้นมา แล้วหนูอยากเป็นส่วนหนึ่งของเพลงเฉยๆ มันก็เลยทำให้รู้สึกว่าอันนี้เป็นผลงานของเราจริงๆ แต่ในอนาคตถ้าเกิดว่าได้โอกาสมีคนอื่นมาช่วยทำหรือว่ามีคนคิด คนแต่งให้ก็อยากจะลองบ้าง แต่ก็อยากจะมีเพลงที่แต่งเองด้วยผสมกันไปเรื่อยๆ หลายๆ แนวค่ะ

มาถึงตอนนี้แล้ว มีผลงานของตัวเอง มีตัวตนชัดเจน รู้สึกอย่างไรบ้าง
รู้สึกภูมิใจที่พาตัวเองมาถึงจุดจุดนี้ได้ แต่ว่าก็ยังรู้สึกว่า จะต้องไปให้ได้มากกว่านี้ ก็รู้สึกภูมิใจในตัวเอง ก็คงจะแบบ…ตบหลังตัวเองว่าทำดีแล้ว ทำต่อไปนะ

อยากให้เล่าบรรยากาศคอนเสิร์ตเปิดตัวซิงเกิลหน่อย
มันเกิดจากว่าตอนที่เราฟังพวกศิลปินอินดี้ แล้วเราอยู่ในวงการอินดี้ระดับหนึ่งที่รู้จักพี่ๆ เขา เวลาที่เขาปล่อยเพลง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นศิลปินใหญ่ แต่เขาก็จะมีคอนเสิร์ตเล็กๆ ที่เหมือนการเปิดซิงเกิลเพื่อที่จะเอาพาพี่น้อง พาเพื่อน พาคนมาฟัง มาคอยวิจารณ์ มาสนุกด้วยกัน คือ certified ตัวเองว่าแบบ ฉันมีความสุขกับมันนะ อะไรอย่างนี้ ไม่ต้องไปเล่นเพื่อ pleased ใคร ก็เลยในเมื่อเราเดินทางนี้แล้วก็เลยอยากลองทำบ้าง ก็เลยลองมาทำครั้งนึงแล้วก็ได้รับผลตอบรับที่น่ารักมากๆ ทั้งจากแฟนคลับและพี่ๆ ในวงการบันเทิงที่เขามาดู แล้วก็ทำให้มีโอกาสในการทำงานมากขึ้นหลังจากคอนเสิร์ตนั้น

ได้ยินว่าในคอนเสิร์ตมีการนำเอาเพลง “กระแซะเข้ามาซิ” ของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ มาร้องด้วย
ใช่ เพราะเพลงของพุ่มพวงมันมีดนตรีที่แบบ (ฮัมอินโทรเพลง) มันก็จะเป็นยุคที่ใกล้เคียง อาจจะเก่ากว่า 90 นิดนึง แต่มันก็เป็นช่วง Average ของดนตรีที่ฟังแล้วมันอธิบายไม่ถูก หนูชอบ ชอบเมโลดี้ที่แบบ (ฮัมอินโทรเพลงอีกครั้ง) หนูก็เลยเอามาเล่น แล้วมันมีความเก่า ในยุคที่แบบ…ไม่ใช่ลูกทุ่งนะพี่ แต่มันมีความเท่ (หัวเราะ) เขาเป็นตำนาน

ไม่ได้ไป แต่ได้ดูผ่าน Facebook live อยากจะบอกว่า แคนทำ Headbang (โยกหัวแบบชาวร็อคในเพลง “กระแซะเข้ามาซิ”) แรงมากกกก!
(หัวเราะร่วน) ก็อย่างที่หนูบอกไง หนูทำเพราะว่าแค่ให้ตัวเองสนุกกับดนตรี อะไรประมาณนั้น โอเค มันอาจจะมีสิ่งที่ต้องพัฒนาอีกเยอะ แต่วันนั้นแค่เรามีความสุขในวันนั้นก็พอแล้วเนอะ (หัวเราะ)

มีความคิดหรือโอกาสที่จะเอาเพลงที่เคยแต่งไว้ เช่น “เพลงของเธอ” “เพลงที่ไม้ยมก” หรือ “โชคดีมีชัย โชคชัยมีวัว” มาทำเป็นเพลงแบบจริงๆ บ้างไหม
โชคดีมีชัย โชคชัยมีวัว หนูไม่คิดจะเอามาทำใหม่อีกแล้ว อย่างเพลงที่ไม้ยมก อาจจะเอามาทำใหม่ ซึ่งในอนาคตอาจจะมีอัลบั้มออกมา ก็จะเอาเพลงนั้นมาใส่ในอัลบั้มด้วย ส่วนเพลงของเธอก็อาจจะมีเล่นสด แต่เพลงโชคดีมีชัยฯ เนี่ย มันเป็นเพลงที่คนหลายคนอยากฟัง แต่เป็นเพลงที่หนูไม่ค่อยอยากเล่น เพราะหนูรู้สึกว่าการเรียงคำหรือดนตรีของเพลงนี้มันแปลกสำหรับหนู หนูชอบเนื้อหาที่มันสื่อถึงคน แต่เพลงนี้จังหวะของเพลงหรือความลงตัวมันไม่เข้ากัน มันเป็นเหมือนตอนช่วงทดลอง ก็เลยคิดว่าอาจจะอีกสัก 10 ปีแล้วค่อยกลับมาเล่นใหม่ เก็บไว้ในกล่องก่อน แล้วค่อยว่ากัน

จะรอนะครับ
(หัวเราะ)

ปัญหาหรืออุปสรรคในการเป็นไอดอล หรือการที่ออกมาเป็นศิลปินเดี่ยวแบบเต็มตัวมีอะไรบ้าง
เยอะนะ (คิดนาน) “การเปรียบเทียบ” ค่อนข้างสูง เผลอๆ สูงกว่าตอนอยู่ในวงอีก หนูเจอปัญหาของการเปรียบเทียบที่ว่า หนูจะถูกเปรียบเทียบกับคนที่จบการศึกษามาก่อนหน้าหนู ตอนอยู่ในวงเนี่ย หนูจะเป็นคนที่ร้องเพี้ยนจนถูกตีตราว่าไม่ใช่เป็นคนที่ร้องเพลงเพราะ แต่คนที่จบก่อนหน้าหนูทุกคนจะเป็นสายร้องทั้งนั้น แล้วพอเขาทำเพลงออกมาเหมือนกัน คนก็จะบอกว่าหนูไม่ใช่ศิลปิน เพียงแค่เพราะว่าหนูร้องเพลงไม่เพราะ แต่ดนตรีทั้งหมดหนูเป็นคนทำเองนะเนี่ย หนูเจอแล้วหนูจุกกับคำนี้มาก เพราะว่าเราเป็นคนทำเพลงเองทั้งหมดนะ เพียงแค่เราด้อยกว่า เหมือนว่าเราเอาความพยายามไปสู้กับคนที่มีพรสวรรค์ อันนี้คือสิ่งที่เจอแล้วร้องไห้ไปหลายวันเลย แต่สุดท้ายแล้วก็ทำในสิ่งที่เรารัก หลักๆ ก็มักจะเจอกับการเปรียบเทียบที่ว่าเรายังดีไม่พอ
แต่ว่ามันก็เป็นไฟที่ทำให้หนูรู้สึกว่า โอเค หนูต้องทำให้มันดี ให้วันหนึ่งเขาเห็นว่าเราพัฒนา (ยิ้ม)

เป็นศิลปินเดี่ยว รู้สึกโดดเดี่ยวบ้างไหม
ไม่ค่ะ หนูมีแฟมิลี่ที่น่ารักมาก แฟมิลี่คือมีทั้งครอบครัวหนู แล้วก็แฟมิลี่ที่เป็นพี่ๆ นักดนตรี คนที่เล่นดนตรีกับหนู เพราะว่าอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เกือบ 24 ชั่วโมงเลย มันมีความสุข เหมือนว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว เดี๋ยวก็มีพี่อีกคนตามมาดูแล (พี่ที่เป็นเออาร์ของแคนที่ตามมาในภายหลัง) ไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยว

หลังจากซิงเกิลนี้ จะมีผลงานอะไรอีกในอนาคต และอยากทำอะไรต่อไปในฐานะ Can Nayika
จริงๆ ก็จะมีซิงเกิลต่อไป อันนี้ต้องรอติดตาม แล้วก็กำลังจะมีละคร แต่ว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการพูดคุยกันอยู่ เพิ่งจะติดต่อกับหนูเสร็จไป รอติดตามกันได้ แล้วก็มีแพลนจะถ่ายโฟโต้บุ๊คในต้นปีหน้าด้วยค่ะ แต่จะเหมือนไปเป็นแขกรับเชิญ

อยากให้เล่าเรื่องการไปเที่ยวหน่อย ทำไมถึงชอบไปเที่ยว
คือหนูเป็นคนที่ชอบหาความรู้จากประสบการณ์ มากกว่าอ่านหนังสือ หนูชอบวิชาจิตวิทยา แล้วการที่ได้เจอคนมันทำให้หนูได้เรียนรู้ว่าคนนี้เป็นแบบนี้ เพราะอะไร ทำไม แล้วการไปเที่ยวทำให้เราได้เจอผู้คนหลากหลายแบบ ก็เลยชอบพบปะประชาชน (หัวเราะ) การเที่ยวมันมีหลายแบบ อย่างเช่นสมมติว่าเราเหนื่อย เราก็ไปนอนพักธรรมดาๆ ที่ริมทะเลก็ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวเหมือนกัน บางครั้งเราอยากหาแรงบันดาลใจก็ไปนั่งรถไฟไปเที่ยว แล้วเราก็จะได้เจอคนบนรถไฟก็เป็นการท่องเที่ยวอีกแบบหนึ่ง มันก็มีความหลากหลาย

มีทริปที่ประทับใจบ้างไหม
ตอบยาก แต่ที่จริงมีหลายทริป มีทริปที่เชียงใหม่ที่ไปคนเดียวเป็นครั้งแรก ประทับใจเพราะว่าไปเราไปคนเดียว แล้วได้ไปเจอเพื่อนที่ดีมากๆ ที่โน่นที่เป็นชาวม้ง ที่ทุกวันนี้คือเขาก็กลายเป็นอาจารย์ เรียนจบด้านครูแล้ว แล้วก็มีทริปที่ไปนอนเต็นท์กับเพื่อนที่ต้องพิชิตภูเขายากๆ เช่นภูกระดีง เขาสันคมมีด แต่จะไปกับแก๊งเพื่อนแก๊งเดิมตลอด แล้วก็จะมีเรื่องราวเกิดขึ้นในแต่ละวัน ก็เลยชอบ

เล่าถึงทริปที่ไปตุรกีหน่อย
อันนั้นไปเพราะพักผ่อน แต่ว่าเหนื่อยมาก (ลากเสียง) เพราะว่าเราไปทั้งหมด 9 วัน แต่ว่าต้องเปลี่ยนเมืองตลอด เปลี่ยนโรงแรมทุกคืน เป็นการไปกับทัวร์ ซึ่งก็จะมีเรื่องราวเกิดขึ้นในแก๊งทัวร์ อย่างเช่นหนูจะทานอะไรไม่ค่อยได้ ทำให้ทัวร์ไกด์ต้องเอาน้ำพริกตาแดง ไข่ต้มกับข้าวเปล่ามาให้ กินอย่างนั้นเกือบทุกวันเลย (หัวเราะ) แต่ว่าตุรกีเป็นเมืองที่มีอารยธรรมที่สวยงามมากๆ ต้องลองไปซักครั้งหนึ่งในชีวิต อย่างที่ Cappadocia ก็เป็นที่ที่มีบอลลูนที่สวยที่สุดในโลกแล้วตอนนี้

ปกติแคนจะถ่ายรูปด้วยฟิล์มแล้วติดแฮชแท็ก #2pongfilm อยากรู้ว่าตอนนี้หายไปไหน จะยังมีอีกไหม
จริงๆ มันจะมีมาก็ต่อเมื่อหนูไปเที่ยว แต่จริงๆ ตอนไปตุรกี หนูก็ถ่ายด้วยกล้องฟิล์มแล้วหนูก็โพสต์นะ แต่ว่าหนูอยากจะคิดแฮชแท็กใหม่ เพราะว่าหนูไม่ใช่ Can BNK48 แล้ว ก็กำลังคิดอยู่ว่าจะเอาชื่ออะไรดี ยังคิดไม่ออก ใครคิดได้ก็ช่วยบอกด้วย (หัวเราะ)

ชอบใช้ฟิล์มยี่ห้ออะไร
โกดัก จริงๆ ความสวยมันเป็นที่รุ่นของกล้อง ประเภทของกล้อง ที่ใช้เพราะว่ามันถูก (หัวเราะ)

อยากให้แนะนำหนังเรื่องล่าสุดที่ดูแล้วอิน
ถ้าเป็นหนัง อาจจะไม่ล่าสุดแต่ภายในปีนี้ที่หนูให้เป็นหนังโปรดของหนูคือ…หนูจำชื่อไม่ได้ ขอเสิร์ชหาก่อน (หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ชหาชื่อหนัง) …ที่เบลก ไลฟ์ลี่แสดง…
A Simple Flavor ประทับใจการเล่นมุกตลกร้ายของหนัง ประทับใจดนตรีประกอบที่มาได้แบบให้อารมณ์ หนูชอบ แล้วก็ชอบแฟชั่นของตัวละครหลัก อย่างชุดของเบลกนี่เท่มาก ถ้าเป็นผู้หญิงหนูจะชอบฉากที่เป็นตู้เสื้อผ้าแบบ…เต็ม พี่เข้าใจใช่ป่ะ แล้วเราก็ตามหนังไม่ค่อยทัน หนูชอบ

เพลงล่าสุดที่ฟังแล้วอิน
ขอนึกก่อน…ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ฟังเพลงเลย ดูแต่วีดิโอที่เค้าเล่นกีตาร์ แป๊บนึงนะ…
โอเค หนูเพิ่งคุยกับ Kai (Kai Takahashi) ที่เป็นนักร้องวง LUCKY TAPES เค้าก็มาชวนว่าทำเพลงด้วยกันมั้ย หนูก็เลยไปฟังเพลงของเขา ก็เลยไปอินกับเพลง “22”

ทำไมถึงชอบดู Star Wars
เพราะว่าตอนเราเด็กๆ เรารู้สึกว่ามันเจ๋งมากกับการที่มีอารยธรรมใหม่ มีการที่คนเราเดินทางจากอีกโลกหนึ่งไปอีกโลกหนึ่งได้เหมือนเดินทางไปต่างประเทศ รวมทั้งดนตรี ทุกอย่างมันเป็นอะไรที่เปิดโลกมากๆ อยากให้มันมีขึ้นมาจริงๆ (หัวเราะ)

ชอบเอพิโสดไหน หรือไตรภาคไหนเป็นพิเศษ
(คิดนาน) กำลังคิดอยู่ (หัวเราะ) …มันจะไม่เหมือนกัน อย่างช่วงภาค 4-5-6 (ไตรภาคเดิม) มันจะไม่ได้เห็นความศิวิไลซ์เท่าไหร่ ในขณะที่ภาค 1-2-3 (ไตรภาคต้น) ความศิวิไลซ์มันจะเยอะ มันจะต่างกันหมดเลย มู้ดแอนด์โทนก็จะต่าง แต่ถ้าจะถามว่าชอบอันไหนจริงๆ ก็คงชอบภาค 4-5-6 เพราะว่ามันเป็นครั้งแรกที่ทำให้เราได้รู้จักสตาร์วอร์ส
แต่ถ้าความศิวิไลซ์หรือว่าความทันสมัยก็จะชอบประมาณภาคที่ดาร์ท เวเดอร์ (อนาคิน สกายวอล์คเกอร์) รักกับแม่ของลุค (เพดเม่ อมิดาล่า) แล้ว (Star Wars: Episode II – Attack of the Clones) เพราะว่ามันจะมีช่วงที่แบบ…ที่หนูประทับใจเพราะว่ามันแปลกมากคือยานขนส่งระหว่างดาว ที่เหมือนว่าเราจะไปอีกดาวหนึ่งเหมือนขึ้นรถเมล์ แต่นี่เป็นยานขนส่งแล้วย้ายดาว หนูชอบ (หัวเราะ) มันไม่มีอะไรเมกเซนส์เลยนะ แต่หนูชอบอะไรแบบนั้น เหมือนเราอยู่ในชีวิตประจำวัน ถ้าความศิวิไลซ์จะชอบภาคนั้น ความคลาสสิคจะชอบภาค 4-5-6

คิดว่าตัวเองอยู่ฝ่ายกบฏหรือฝ่ายจักรวรรดิ
จริงๆ คนยกให้หนูเป็นท่านลอร์ดซึ่งเป็นจักรวรรดินะ คงเป็นเหมือนเพราะว่าเราเป็นผู้นำของกลุ่มแฟนคลับ แต่ถ้าถามตัวหนูจริงๆ อยากเป็นฝ่ายกบฏ แต่หนูจะไม่ได้เป็นลุค สกายวอล์คเกอร์ หนูจะเป็นฮาน โซโล หนูจะอยู่กับชิวบัคก้า เป็นพวกตัวเสริมที่มีคุณค่าอะไรแบบนี้ (หัวเราะ) ขับยานเล่นๆ โง่ๆ อยากไปที่ไหนก็ไป ยังไม่ถึงพาร์ทสำคัญของเรา (หัวเราะ)

คิดว่าความอินดี้กับความแมสมันมีจริงไหมในความคิดของแคน
มันตอบยาก ขอนึกก่อน จริงๆ มันมีให้เห็นชัดจากการที่มีคนไปกำหนดไว้ แต่ถ้าถามลงไปลึกถึงเหตุและผลว่าทำไม มันก็จะแบบ…ดูทำให้รู้สึกเหมือนว่าไม่มีจริง มันมีคนไปกำหนดไว้ว่าอันนี้แมส อันนี้อินดี้ มันเป็นที่รสนิยมของคนมากกว่า อย่างเช่นบางคนเขาเลือกแต่จะฟังเพลงที่มีแต่คนแนะนำ Recommended ขึ้นมาเป็น Top 100 คนก็จะมองว่าเป็นแมสอยู่แล้ว แต่ถ้าวันหนึ่งเขาเลือกที่จะฟังเพลงที่ไม่ได้ขึ้น Top 100 มันก็ไม่ได้เรียกว่าอินดี้อยู่ดี มันเป็นแค่การเลือกของเราว่าเราจะเสพอะไรแบบไหน เพราะบางครั้งแพลงที่เรามองว่าแมส มันก็ยังมีดนตรีที่แอบซ่อนความแปลก ความอินดี้อยู่นะ
ความอินดี้อาจจะหมายถึงเพลงที่ไมได้มี Structure แบบเพลงป็อปที่เขาเซ็ตมา

แคนคิดว่าเราควรทำอย่างไร ถ้ามีคนมาบอกเราว่า ฟังเพลงดูหนังอะไรไม่รู้เรื่อง
ไม่ผิด เหมือนว่าเราเรียนในห้องเรียน มีนักเรียนอยู่ห้าคน อาจารย์สอนอยู่เรื่องเดียว คนหนึ่งเข้าใจ อีกคนหนึ่งไม่เข้าใจ เป็นเรื่องปกติ คนเรามันคิดอะไรไม่เหมือนกัน ตามอะไรไม่เหมือนกันอยู่แล้ว หนูเลยไม่ว่าอะไร

3 สิ่งในโลกที่แคนอยากให้ “กลับมานะ”
อย่างแรก เงิน (หัวเราะ) อะไรที่จ่ายออกไป เอากลับมาให้หมด สมมติซื้อของไปห้าพัน เราก็อยากได้งานเพื่อที่จะได้กลับมาอีกห้าพัน อะไรที่ทำให้เราไม่ถังแตกเป็นศูนย์เลย ก็คงเป็นเงิน (ถ้าสมมติให้เอาของที่ซื้อมาไปเทรดกับเงินที่เสียไปจะยอมไหม) หนูรู้สึกว่าสิ่งที่จะ “กลับมานะ” จะต้องไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่หนูเดินไปขอแลก อยากให้อยู่ๆ ก็บินกลับมาเลยดีกว่า เพราะว่าเราคงไม่มีเวลาไปคุยแชตกับเขาว่า “ส่งของวันนี้เท่านี้นะคะ” หนูไม่ค่อยมีเวลาตรงนั้น ก็เลยขอให้มันบินกลับมา (หัวเราะ)
เหลืออีกสองอย่างใช่มั้ยคะ หนูอยากให้พวกคอนเสิร์ตดนตรีในยุคสมัยคล้ายๆ กับ “โลกดนตรี” หรือว่าความใจดีของคนในยุคพ่อยุคแม่กลับมา อยากให้บรรยากาศในยุคสมัยคล้ายๆ โลกดนตรีกลับมา (หัวเราะ) แล้วก็ข้อที่สามก็คือหนูจะลงเรียนวิชา Food Science (วิทยาศาสตร์ด้านอาหาร) เทอมหน้า แต่เทอมนี้อาจารย์บอกว่าจะเปิดเป็นเทอมสุดท้าย ซึ่งหนูยังไม่ได้ลงเรียน หนูก็อยากให้เขากลับมาเปิดนะ (หัวเราะร่วน)

กุลสตรีคนไหนที่แคนรู้สึกว่า คนนี้นี่แหละ “คนคูล”
ที่เป็นไอดอลของแคนได้ไหม… ต้องคนไทยหรือเปล่า (ได้หมดๆ) ถ้าคนไทยหนูชอบ “ปู ไปรยา” ถ้าเป็นฝรั่งหนูชอบ “เอ็มมา วัตสัน” เพราะว่าเขาทำงานเพื่อสังคม อย่าง ปู ไปรยา หนูไปรู้ว่าเขาส่งเงินให้เด็กเรียนหนังสือจากน้ำพักน้ำแรงที่เขาหามาด้วย เอ็มมาก็เหมือนกัน เขาทำงานเพื่อสิทธิสตรี แล้วเขาก็สามารถแบ่งพาร์ทการทำงานได้อย่างชัดเจนทั้งคู่

คำถามสุดท้าย อยากบอกอะไรกับชาวทรูปฯ ที่ติดตามมาโดยตลอดบ้าง
(หัวเราะ) อยากบอกว่า ไม่ได้มีแค่แก้มแคนอย่างเดียวนะที่ดี ทุกอย่างที่เป็นแคนมันก็ดีนะเว้ย…(หัวเราะร่วน)

0