ก่อนอื่นต้องแสดงความยินดีด้วยกับตำแหน่งเซ็นเตอร์ และอันดับที่ 1 จากงาน Senbatsu General Election

(ยกมือไหว้) ขอบคุณค่ะ

อยากให้เล่าความรู้สึกหลังจากผ่านพ้นงาน BNK48 6th Single Senbatsu General Election หน่อย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง โล่งใจไหม หรือยังมีอะไรที่ยังกังวลอยู่

รู้สึกสบายขึ้น โล่งขึ้นไหม ก็คงเป็นแบบนั้นมั้งคะ รู้สึกว่าแฟนคลับเราได้พิสูจน์อะไรหลายๆ อย่าง ค่อนข้างสบายใจ ไม่ว่าจะผ่านเรื่องอะไรมา เขาก็ยังอยู่กับเรา รู้สึกว่าเราผ่านอะไรมาหลายๆ เรื่อง ผ่านช่วงที่ระดมโหวตกันเยอะๆ ตอนช่วง World Senbatsu (AKB48 53 Single World Senbatsu Sousenkyo) แต่เขาก็ยังโหวต ยังทุ่มเต็มที่กับงานนี้ให้เฌออีก ก็ดีใจมากๆ แล้วก็รู้สึกว่ามีกำลังใจ พร้อมที่จะลุยต่อ

ความรู้สึกระหว่างงาน General Election ครั้งนี้ กับงาน World Senbatsu มันต่างกันอย่างไรบ้าง

หนูรู้สึกว่ามันต่างกันตรงที่งาน World Senbatsu หนูรู้สึกว่าไปในฐานะของวง BNK48 มากกว่าในนามของตัวเอง รู้สึกว่าตอนนั้นรู้สึกดีใจมาก แล้วก็เป็นครั้งแรกที่วงน้องสาวได้ทำอะไรแบบนี้ แล้วมันเกิดขึ้นในช่วงของเรา ที่เราได้โอกาสนั้นพอดี ซึ่งตอนที่เข้ามาในวง เราก็ดีใจว่าเราได้ใช้ชื่อภายใต้วงที่เราชื่นชอบ เพราะไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสร่วมงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เฌอดูงานเลือกตั้งมาเกือบทุกครั้งเลย ประมาณ 5-6 ครั้ง ก็ดีใจที่มีชื่อเราปรากฏในนั้น ได้รับความสนใจค่อนข้างมากทีเดียว

ส่วนงาน General Election ที่ผ่านมา หนูรู้สึกว่ามันเป็นตัวของเราเพียวๆ จริงๆ ได้อยู่กับเพื่อนๆ ที่ก่อตั้งมาด้วยกัน ก็เลยค่อนข้างหนักใจ ใช้คำว่าหนักใจ เพราะหนูก็รู้สึกว่าตัวเองยังมีหลายจุดที่ต้องพัฒนา มีจุดที่ยังทำได้ไม่ดี ยังมีจุดที่อ่อนแออยู่ หนูก็เลยมีความรู้สึกว่า เฮ้ย เราเหมาะกับตรงนี้จริงๆ ใช่ไหม แต่เราก็รู้นะว่ามันมาจากความรักของแฟนคลับ แต่อีกใจก็รู้สึกว่าทุกๆ คนก็เป็นเพื่อนเราด้วยกันมา โตมาด้วยกัน แต่พอมีตัวนี้มาวัดระดับ มันก็เลยมีความรู้สึก เอ๊… ลังเลขึ้นมา

ก็ทั้งดีใจ ทั้งรู้สึกผิดแหละ แต่เราก็จะทำให้เต็มที่ อย่างน้อยก็ต้องคิดว่าเราก็ยังมีด้านอื่นที่มองเห็น และก็ยังชื่นชอบในตัวเรา เราก็จะพยายามทำทุกอย่างที่เราทำได้ ให้สมกับที่เขาเลือกเรา

Cherprang BNK48

รู้สึกอย่างไรกับอันดับที่ 1 ที่ได้มา

ดีใจค่ะ (หัวเราะ) รู้สึกว่า โห… สองปีที่ผ่านมา ไม่คิดว่าสิ่งที่เราคาดหวังไว้มันจะกลายเป็นจริง เพราะตอนที่เข้าวงมาแรกๆ หนูคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นกลุ่มคนระดับกลางๆ หรือท้ายๆ ของวง เพราะเราไม่ได้มีทักษะในวงการบันเทิง หรือทักษะที่ไอดอลพึงจะมี อาจจะมีต้นทุนบางอย่างคือคาแร็คเตอร์ คือมีคาแร็กเตอร์ที่ค่อนข้างแปลกแหวกแนวกว่าคนอื่น ซึ่งอันนี้เฌอรู้สึกว่า เฌอก็เป็นของเฌออย่างนี้แหละ เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว มันดูแปลกเหรอ มันน่าภูมิใจขนาดนั้นเลยเหรอ

เฌอเติบโตมาเป็นคนที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์ แล้วก็ไปแต่งคอสเพลย์อยู่หลายปีแล้วก่อนที่เฌอจะเข้าวง ก็เลยรู้ว่ามีคนสนใจในความเป็นตัวเราขนาดนี้ ก็แปลกใจ (หัวเราะ) แล้วก็ดีใจที่ได้เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ลองอะไรใหม่ๆ เพราะว่าตัวเองรู้สึกว่าออกมาจาก Comfort Zone ของตัวเองแบบสุดขั้วเลย เริ่มจากติดลบ เริ่มจากร้องเพลงไม่เป็นเลย เสียงแย่มาก (เน้นเสียง)

เวลาที่ได้กลับไปร้องเพลงที่เคยร้องแต่แรกๆ ก็จะรู้สึกดีใจมากที่มันพัฒนาขึ้น มันเปลี่ยนแปลง ไม่เหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะใช้เวลานานหน่อย แต่ก็รู้สึกดีที่มันเปลี่ยนแปลง แล้วมันก็แสดงให้คนอื่นได้เห็นแล้วชื่นชอบเรา เป็นแรงบันดาลใจ แล้วก็รักเรา

ตอนที่ได้อันดับหนึ่งมา ก็เลยรู้สึกว่ามันเป็น Achieve ให้เราได้ แต่ใจหนึ่งของเฌอเองก็รู้สึกเกรงใจ (หัวเราะ) เพราะว่าเม็ดเงินมันก็มหาศาลอยู่เด้อ (หัวเราะ) ก็เลยรู้สึกว่ามันเกินฝันไปหมดแล้วตั้งแต่ที่ได้เข้ามาใน BNK48 เฌอเคยแต่คิดว่าคงไม่มีโอกาสได้ทำหรอก แต่พอมีโอกาส ทุกอย่างในชีวิตมันก็เกินความคาดหวังแล้ว ได้ทำงานในวงการ ได้ลองเล่นหนัง ได้ลองทำโน่นทำนี่ มันก็เลยเป็นงานสำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่ได้พิสูจน์อะไรบางอย่างของเด็กคนหนึ่ง ได้วัดฐานกำลังของแฟนคลับ

ตอนที่ไปงาน World Senbatsu ก็มีความรู้สึกว่าทำให้เค้าต้องลำบาก หนูรู้สึกว่าหนูไม่สามารถมายืนอยู่จุดนี้ได้ด้วยตัวเอง แต่เป็นเพราะพวกเขาทำให้ อันนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เฌอรู้สึกว่าเรามีความแตกต่างจากคนอื่นๆ ในวงการบันเทิง ด้วยความที่มีรูปแบบของ 48 Group แฟนคลับได้มีโอกาสเห็นเราตั้งแต่แรกๆ เฌอก็เลยรู้สึกว่ามันทำให้เรากับแฟนคลับมีความผูกพันที่ลึกกว่าการติดตามเฉยๆ แล้วยิ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่นงานจับมือ ก็เลยทำให้ผูกพันกับแฟนคลับมากกว่าปกติ มาให้เห็นกันตลอดเวลา เฌอก็เลยรู้สึกว่า โอ้…รู้สึกดี

ซิงเกิลก่อนหน้านี้ ไม่ได้เห็นการ Ranking ที่ชัดเจนในการจัด Senbatsu แต่ในงาน General Election ครั้งนี้ มันทำให้เราสามารถเห็น Ranking แบบชัดๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นอันดับ หรือแม้แต่คะแนนโหวต มันทำให้เกร็งหรือเครียดกว่าปกติบ้างไหม

ก็มีเหมือนกันนะคะ ในความรู้สึกของการแข่งขัน รู้สึกว่ามันถูกวัดอยู่ตลอดเวลา ถ้าพูดถึง Ranking ของ Skill เฌอว่าการเต้นอาจจะยังโอเค แต่ด้านการร้องยังต่ำ (หัวเราะ) ก็รู้สึกแย่กับตัวเอง ว่ามันจะขึ้นมาได้ขนาดไหนนะ ส่วน Ranking ในด้าน Social Media Engagement คอมเมนต์ ยอดไลค์ โน่นนี่นั่น ก็ขึ้นๆ ลงๆ ก็มีผลเหมือนกันว่าควรจะลงคอนเทนต์แบบไหน จากที่คุมโทนใน Instagram ไม่เป็น ก็เริ่ม อ่ะ ลองคุมโทนดูไหม เผื่อจะสวยขึ้น (หัวเราะ) ซึ่งเฌอทำไม่เป็น

เฌอไม่ใช่คนที่โพสต์โซเชียลเก่งโดยธรรมชาติ ไม่ได้เป็นคนโพสต์อะไรบ่อยๆ ตั้งแต่ก่อนเข้าวง เพิ่งจะมาโพสต์มากขึ้นตอนที่เข้าวงแล้ว เฌอยังติดความเป็นไอดอลที่แบบต้องใส่อีโมติคอนเยอะๆ พิมพ์ Caption ยาวๆ เล่าเรื่อง ตอนนั้นมีความอยากเล่าเรื่อง อยากให้ดูมีความเป็นกันเอง เหมือนพูดกับตัวเองเวลาพิมพ์ลงไป

แต่พองานเยอะขึ้นก็ไม่ค่อยมีเวลา ก็เลยพิมพ์สั้นๆ ก็พอ

Cherprang BNK48

ได้ยินข่าวมาว่า ถ้ามี General Election อีก เฌออาจจะไม่ลงสมัครแล้ว

ใช่ค่ะ เฌอรู้สึกว่ามันถึงจุดที่เฌอฝันแล้ว ครั้งเดียวพอ แต่หนูก็จะหายไปหนึ่งซิงเกิล แต่เฌอก็พอจะมีเวลาให้ทำอะไรอื่นๆ ได้อีก ยิ่งตอนนี้เฌอใกล้เรียนจบแล้ว ตารางงานก็จะว่าง จันทร์ถึงศุกร์ว่างแล้วจะทำอะไรดี จะไปเรียนเพิ่มเติมต่อในสายเดิมที่เราถนัด หรือว่าจะเพิ่มทักษะที่พึงมีในการเป็นไอดอล เช่นการร้อง การเต้นดีไหม หรือทักษะด้านดนตรี กลับไปหัดเล่นไวโอลินแบบจริงๆ ไหม เพราะหนูเล่นแบบงูๆ ปลาๆ มาโดยตลอด

รวมถึงความแข็งแรงของร่างกาย อาจจะไปเข้าฟิสเนสไหม หรือกลับไปเรียนภาษา เพราะเฌอไม่ค่อยเก่งด้านภาษา ทุกวันนี้ยังสะกดคำถูกๆ ผิดๆ อยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าพอใกล้ถึงตอนนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง (หัวเราะ)

พูดถึงซิงเกิลที่ 6 BEGINNER หน่อย ว่ามีความยากกว่าซิงเกิลอื่นๆ ยังไงบ้าง

ต้องบอกว่าระยะเวลาในการทำซิงเกิลน้อยลงเรื่อยๆ (หัวเราะ) ปกติซิงเกิลแรกทำกันหลายเดือน หลังๆ เริ่มเวลาสั้นลงๆ เรื่อยๆ เฌออัดเสียงเพลง BEGINNER ประมาณ 4-5 วันหลังจากประกาศผล ถ้าจำไม่ผิดนะ ส่วน MV ก็ถ่ายหลังจากนั้นประมาณสองอาทิตย์ มันไวมาก แทบจะไม่มีเวลาซ้อมเลย มีเวลาซ้อมแค่ประมาณ 1-2 วัน แล้วก็ถ่าย MV เลย

ความยากน่าจะอยู่ที่ต้องใช้ประสบการณ์การจำท่าเร็วขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้สามารถรับท่าได้เร็วขึ้น เมื่อก่อนแค่อย่างเพลง Oogoe Diamond ก็ชอบให้รู้ว่าชอบ (ซิงเกิล Aitakatta) ต้องซ้อมกันเป็นเดือนๆ กว่าจะได้ท่า ขนาดซิงเกิล River ก็ยังซ้อมกันประมาณอาทิตย์นึง แต่กับ BEGINNER ใช้เวลาแค่สองวันก็ได้แล้ว

ซึ่งเฌอรู้สึกว่ามันมีความพัฒนาขึ้นในการทำงาน เพราะฉะนั้นความยากมันอยู่ที่เราจะทำอย่างไรให้มันดีที่สุดในระยะเวลาที่เรามี ยิ่งเป็น MV ที่เขาพยายามฉีกแนว ฉีกลุคเรา ก็ต้องทำให้ได้ แต่ด้วยตัวเฌอเป็นคนสายเท่ แมนๆ อยู่แล้ว เฌอก็เลยรู้สึกสบาย ความยากก็เลยน่าจะอยู่ที่เราจะเล่นกล้องยังไง เข้าซีนยังไง อย่างฉากช่วงที่เป็น Darkside ก็บรีฟกันแป๊บเดียวแล้วก็เข้าซีนเลย ถ้าหนูไม่มีทักษะจากการแสดงภาพยนตร์มาก่อน ไม่รู้ว่าจะทำได้แบบนี้หรือเปล่า มันเป็นความยากที่ต้องแข่งกับเวลา สถานที่ด้วย ฝุ่นตลบอบอวลมาก (หัวเราะ)

ตัวเพลงก็ร้องยาก คำมันเยอะ กว่าจะร้องได้ก็ต้องฟังกรอกหู

คิดว่าคำว่า BEGINNER คืออะไรในความคิดของเฌอ

ถ้าเป็นในเกม BEGINNER ก็คือเลเวลเริ่มต้น เป็นผู้ฝึกหัด กำลังเริ่มเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ เฌอรู้สึกว่าตัวเองก็ยังเป็น Beginner ในทุกๆ วัน ในทุกๆ เรื่องของชีวิต มันคือการเริ่มต้นใหม่

เรื่องอะไรในชีวิตที่รู้สึกว่ายังเป็นได้แค่ Beginner ยังก้าวข้ามไปไม่พ้นสักที

(คิดนาน) หนูว่าก็ยังไม่ก้าวข้ามวันพรุ่งนี้เลย แต่พอถึงเวลามันก็สามารถผ่านไปได้ทุกๆ วัน ถ้าในเรื่องอื่นๆ เหรอ…เรื่องร้องเรื่องเต้นก็ดีขึ้น กำลังพัฒนาอยู่ เรื่องการตัดเย็บชุดคอสเพลย์ก็ผ่านมาแล้ว ถือว่าเป็น Beginner ระดับสอง หรือการแต่งหน้า ก็ผ่านมาได้ระดับหนึ่ง น่าจะเป็น Beginner เรื่องกีฬา อย่างเช่นเตะฟุตบอลมั้ง ยังไม่เคยลองเตะฟุตบอลเลย เตะบอลไม่เป็น รู้สึกว่าตัวเองเป็น Beginner ด้านกีฬา ตอนเด็กๆ เล่นกีฬาทุกอย่าง แต่ไม่เชี่ยวชาญสักอย่าง

Cherprang BNK48

ใน MV เพลง BEGINNER มีการพูดถึงด้านมืด (Darkside) ด้วย ก็เลยอยากรู้ว่า ด้านมืดในความคิดของเฌอคืออะไร

ใน MV ด้านมืดมันสื่อถึงตัวเราที่คิดร้าย คิดไม่ดี แต่เฌอว่า Darkside มันเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวเรา เฌอไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นไหม แต่เฌอยอมรับว่าเฌอเป็น ที่มันจะมีความคิดที่ไม่ดีอยู่ในหัว สมมติว่าถ้าพรุ่งนี้มีเรียน พอตื่นเช้ามา มันจะมี Darkside โผล่มาแล้ว แบบว่า เหนื่อยจัง ไม่อยากไปเรียน ถ้างั้นก็โดดเรียนสิ ว่างไม่ใช่เหรอ อาจารย์ก็ไม่ว่าไม่ใช่เหรอ แต่ความคิดด้านดีก็จะบอกว่า เฮ้ย ไม่ได้ จ่ายเงินไปแล้วไม่ใช่เหรอ (หัวเราะ) หรือว่าถ้าไม่เรียนก็จะเรียนตามคนอื่นไม่ทัน เพราะว่าโดดเรียนมาเยอะแล้ว อีกเสียงก็จะบอกว่า แต่มันไม่ได้โว้ย ต้องไปเรียนนะโว้ย

มันจะเป็นความคิดด้านลบต่างๆ เช่น ตามใจตัวเอง อยากสบาย หรือความโกรธ เศร้า เสียใจ Darkside คือความคิดที่ดึงเราไปในด้านมืด ทำให้เราไม่ยอมทำอะไรใหม่ๆ อยากกินของหวานก็กินไปสิ (หัวเราะ) แต่ความคิดด้านดีก็จะบอกว่า กินไม่ได้ เดี๋ยวอ้วน แต่สุดท้ายก็อาจจะแพ้ ต้องกินเพื่อจะ Healing บางอย่าง ก็เลยต้องยอมไปบ้าง

แล้วอย่างนี้เราควรจะกำจัด Darkside ออกไป หรือควรจะอยู่ร่วมกับมันให้ได้

จริงๆ ใน MV เป็นการสื่อถึง Darkside ในแบบที่ถูกต้องนะ มันเป็น Visual ที่ควรจะกำจัดความคิดต่างๆ ที่จะดึงเราลงต่ำ ดึงเราให้ไม่ยอมทำอะไรใหม่ๆ หรือไม่ยอมไปทำงาน มันก็จะต้องแบบ…ฆ่าความคิดด้านลบไปซะ~ (ทำเสียงเฌอแตม)

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความ Darkside มันก็ไม่ได้แย่นะ มันคือการได้พักผ่อน ถ้าบางทีมันไม่ไหวจริงๆ เฌอคิดว่าเราควรจะอยู่กับทั้งสองด้านให้ได้ และคอยบาลานซ์มันให้ดี ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ ในแบบที่จะไม่รู้สึกผิดกับตัวเอง เพราะว่าเฌอไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นนอกจากต้องไปเรียน แล้วถ้าเกิดวันนั้นเราไม่ไปเรียนขึ้นมา มันก็จะ…ไม่ได้สิ เราต้องไปเรียน ทำไมเราไม่ไปเรียน มันจะมีความรู้สึกที่ว่า จะตามงานทันเพื่อนๆ มั้ย เริ่มกังวลมากขึ้น ถ้าจะตัดความกังวลออกไป เราก็ควรจะไปเรียน

อยากให้พูดถึงแฟนคลับหน่อย

ขอบคุณนะคะ ขอบคุณ ขอบคุณมากๆ ถ้าไม่มีพวกเขาก็ไม่มีเรา ถ้าไม่มีพวกเขาหนูก็อาจจะเลือกทำอะไรบางอย่าง ถ้าไม่มีพวกเขาหนูก็อาจจะแกรดฯ ออกจาก BNK48 ไปแล้วก็ได้ (หัวเราะ) จริงๆ อันนี้พูดความจริงเลย เพราะว่ามันเหนื่อย มันมีหลายอย่างที่เข้ามา แล้วทำให้มีความคิดว่า เฮ้ย แบบนี้มันไม่ใช่ความฝันของเรานี่นา แต่พอมีคนมาบอกว่าสิ่งที่เราทำมันจุดประกายความฝันของคนอื่นๆ มันเป็นสิ่งที่ดีมาก อยากให้ทำต่อไป

ก็เลยคิดว่า ถ้าทำตรงนี้มันก็ได้อะไรมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นเรื่องเงิน โอเค เราอาจจะได้เงินไปช่วยที่บ้านได้มากขึ้นจริง แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลหลักๆ หนูก็รู้สึกว่ายังมีอะไรบางอย่างที่ทำได้ หนูมีความคิดว่า หลังจากที่แกรดฯ ไปแล้ว อาจจะยังไม่ออกจากวงการ ยังอยากอยู่ในวงการบันเทิงต่อไป

เพราะรู้สึกว่าเราผูกพันกับแฟนๆ จนมีความรู้สึกว่าไม่อยากหายหน้าหายตาไปไหน พ่อกับแม่หนูยังอยากให้หนูคอยอัพเดตอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าแฟนคลับเขาเอ็นดูเรา รักเรา เขาถึงได้ยอมทุ่มเทให้เราขนาดนี้ ก็เลยเริ่มมีใจที่อยากจะทำงานในวงการบันเทิง ก็เลยอยากจะขอบคุณทุกคนที่คอยซัพพอร์ตเฌอมาโดยตลอด เขาอุตส่าห์ซัพพอร์ตเราขนาดนี้ เราก็ยังไม่อยากจะหายหน้าหายตาไปเฉยๆ ถ้าหนูเป็นความสุขให้พวกเขาได้ หนูก็อยากจะเป็น

คือมันดูเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นะ แต่เฌอเข้าใจตรงนี้ ตอนที่ยามาโมโตะซัง (ยามาโมโตะ ซายากะ อดีตสมาชิก NMB48) แกรดฯ เฌอยังรู้สึกว่า โอเค ไม่เป็นไร แม้ว่าจะไม่ได้เห็นเขาในด้านการเป็นไอดอล แต่ก็ยังเห็นในด้านอื่นๆ อยู่ เขายังไม่หายไปไหน เฌอไม่อยากให้แฟนคลับรู้สึกว่า เฌอหายไปแล้ว ก็เลยตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ต่อในวงการ

แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ที่ยังอยู่ที่นี่เพราะรู้สึกว่ายังมีอะไรหลายๆ เรื่องที่ยังต้องทำอยู่ (หัวเราะ) ยังอยากไปงานจับมือ ยังมีงานที่ได้ Interact กับแฟนคลับ และตัวเองก็ยังรู้สึกไม่พร้อมที่จะโดดเดี่ยวออกไป เพราะว่ายังไม่ถึงเวลา (เสียงเบาลง) แต่ก็ไม่รู้นะ ถ้าเหนื่อยล้าเมื่อไหร่ก็…(หัวเราะ)

เวลาเหนื่อยล้าก็พยายามนึกถึงพวกเขา เขายังอยากเห็นเรายืนอยู่ในจุดนี้อยู่ ก็เลยอยากจะขอบคุณมากๆ

คำถามสุดท้าย อยากให้เฌอช่วยตั้งชื่อบทสัมภาษณ์บทนี้ให้หน่อย

บทสัมภาษณ์อันนี้เหรอคะ… เอ๊ะ… (หัวเราะ) วันที่ตกตะกอน…

…“วันที่กำลังจะเรียนจบ”

เรียนจบในแง่ไหน

ในแง่ของการเรียนมหาวิทยาลัย เพราะเป็นจุดที่กำลังจะได้ทำงานเต็มตัว จริงๆ ตอนนี้หนูก็ทำงานเต็มตัวนะ แต่พอเรียนจบแล้ว หนูรู้สึกว่าเราจะลุยงานด้านวงการบันเทิงให้สุดกว่านี้

…วันที่กำลังจะเรียนจบ เป็นความคิดช่วงที่กำลังจะเรียนจบ


คุยนอกเรื่อง 

สถานการณ์ที่เราควรจะยอมรับ Darkside ก็คือเวลาที่เรารู้สึกเห็นอกเห็นใจไปเสียทุกอย่าง กังวลไปทุกเรื่อง อะไรที่ทำให้เรากังวลหรือทำให้เราเครียด ความ Darkside ก็จะเข้ามาทำให้เราคลายความกังวลไปได้ ยกตัวอย่างน้องๆ ก็ได้ บางทีในใจหนูจะรู้สึกว่าน้องบางคนก็ไม่ได้ไปเรียน ยังไม่จบ ม.6 ก็เลยจะกังวลว่า น้องจะโอเคมั้ยวะ ในความรู้สึกด้านดีก็จะบอกว่าเราควรกังวลเรื่องนี้ เราควรจะไปเตือนน้องๆ ไหม

ส่วนความคิด Darkside ก็คือ นี่มันชีวิตน้อง ไม่ใช่ชีวิตเรา ให้เขาตัดสินใจเอาเองดีกว่า ยอมรับดีกว่าว่าชีวิตเขาก็คือชีวิตของเขา เราอย่าไปกะเกณฑ์อะไรดีกว่า ถ้าเราเห็นว่าอะไรที่ไม่สมควรจริงๆ ก็ตักเตือนกันได้ แต่ถ้าเตือนแล้วไม่ฟังก็โอเค ไม่เป็นไร ไม่เตือนแล้ว แม้ว่าความคิดด้านดีอาจจะบอกว่า ทำไมไม่เตือนอีกที

แต่ว่า ก็ 50 กว่าคนน่ะ จะไปกังวลแทนทุกคนมันก็คงไม่ได้หรอก – เฌอปราง BNK48

Cherprang BNK48


– Minutes With Cherprang BNK48 –


 

[Sassy_Social_Share]
11764