ความฝันของผู้หญิงนั้นมีน้ำตาเป็นส่วนประกอบเสมอ ไม่ใช่เพราะอยากจะดราม่า แต่เพราะว่าผู้หญิงนั้นอ่อนไหวต่อความรู้สึก และไม่ว่าปลายทางนั้นจะสมหวังหรือผิดหวัง สุดท้ายปลายทางของเธอก็มีน้ำตาเป็นส่วนประกอบหนึ่งด้วยเสมอๆ และไหนๆ ก็มีโอกาสดีที่ “แจนจัง – เจตสุภา เครือแตง” คนคุ้นเคยของเรากลับมาขึ้นปกกุลสตรีอีกครั้งในรอบ 9 เดือน และพา 4 สาว “เปียโน –  เกวลิน เวชกามา” “เพลง – ศิริพักตร์ชา เวชกามา” “เฟท – ฐิตา เกษรสมบัติ”  และ “แอนนา – วรกานต์ แสงพรหมมา” จากประกวด LARME Asian talent contest 2019 ที่มีจุดเริ่มต้นจากนิตยสารผู้หญิงแนวหวานๆ จากญี่ปุ่นที่ชื่อว่า LARME (ลาลุมุ) มาขึ้นปกด้วยพร้อมๆ กันเป็นครั้งแรกแล้ว

เราก็เลยอยากเห็นน้ำตาของพวกเธอ เอ๊ยไม่ใช่ เราอยากถามว่า “น้ำตา” (LARME ภาษาฝรั่งเศสแปลว่าน้ำตา) ของพวกเธอนั้นเป็นแบบไหน น้ำตาของพวกเธอที่มาจากความใฝ่ฝันในการได้รับโอกาสในวงการบันเทิงนั้นเป็นอย่างไร จะเป็นน้ำตาที่เข้มข้นไปด้วยความมุ่งมั่นจริงจัง หรือจะเป็นน้ำตาหวานๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง และความสดใสน่ารักกันแน่?

อยากให้อธิบายหน่อยว่า LARME คืออะไร

แจนจัง – LARME (ลาลุมุ) คือชื่อนิตยสารของญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศส (ลาร์ม) แปลว่าน้ำตา ซึ่งนิตยสารเล่มนี้เป็นนิตยสารสำหรับสาวๆ ที่มีสไตล์หวานๆ น่ารัก แล้วก็เป็นตัวของตัวเองค่ะ โดยนิตยสารเล่มนี้เป็นนิตยสารที่มีชื่อเสียงมากๆ ในประเทศญี่ปุ่น เวลาเดินไปไหนมาไหนก็จะเห็นนิตยสารเล่มนี้วางจำหน่ายทั่วไปเลยค่ะ

ซึ่งหลายๆ คนทราบว่า แจนเองก็เคยมีประสบการณ์การเป็น LARME Dolls Model ร่วมกับ LARME Magazine มาแล้ว พอจะเล่าได้ไหมว่าไปทำอะไรบ้าง แล้วความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง

แจนจัง – สำหรับประสบการณ์การไปถ่ายแบบที่โน่น ก็เป็นงานถ่ายแบบคล้ายๆ กับที่ประเทศไทยเลยค่ะ แต่ว่าที่จะไม่เหมือนกันคือเรื่องของสไตล์การแต่งหน้าและการแต่งตัว เพราะว่านิตยสาร LARME จะมีความเป็นแฟนตาซี เป็นแฟชั่นที่แฟนตาซีกว่าที่คนปกติใส่ทั่วไปหน่อยหนึ่ง มีความหลากหลายเพิ่มขึ้นมา แล้วก็มีความดราม่าอยู่ในคอนเซ็ปท์ในภาพถ่ายของเขา ภาพถ่ายที่เขาถ่ายทุกรูปมีองค์ประกอบหลายๆ อย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นเมคอัพ เสื้อผ้า หรือแม้แต่สไตล์การแต่งภาพเองก็ตาม ซึ่งเวลาเอามารวมกันทั้งหมดแล้วทำให้เกิดความเป็นแฟนตาซีขึ้นมาได้ ทำให้เกิดสไตล์ที่แตกต่างจากนิตยสารเล่มอื่นๆ ค่ะ แล้วอีกอย่างก็คือจะมีบุคคลที่มีชื่อเสียงมาเป็นนางแบบด้วยเยอะพอสมควรค่ะ

แล้วพอเข้ามาที่เมืองไทย ก็เลยมีการประกวดขึ้นมาด้วย

แจนจัง – สำหรับการประกวด LARME Asian talent contest 2019 เกิดจากว่าเราได้มีโอกาสไปถ่ายแบบที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วทางเราก็เลยคุยกันว่าอยากจะมาเปิดสาขาที่เมืองไทย อยากจะมีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นอะไรแบบนี้ แล้วเราก็เลยตกลงกันว่า ถ้างั้นจัดการประกวดเลยไหม เพื่อต้องการจะหาสาวไทยที่มีสไตล์ตรงกับคอนเซ็ปท์ของ LARME Japan ซึ่งผู้ชนะก็จะได้รับรางวัล แล้วก็ได้ไปถ่ายนิตยสารกับประเทศญี่ปุ่น แล้วก็คิดว่าสาวๆ หลายคนก็คงอยากได้เช่นเดียวกัน

และที่สำคัญคือเราจะไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะว่าหลายๆ คนที่เข้ามาประกวดก็มีความสามารถ เราก็พร้อมที่จะสนับสนุนให้เขาทำสิ่งที่เขารัก เท่าที่เราจะทำได้ โดยที่เราไม่ได้ปิดกั้นในสิ่งที่เขาอยากจะทำต่อไปด้วยค่ะ ซึ่งในการประกวดครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าเกินคาดเหมือนกัน เพราะว่ายังเป็นแค่บริษัทเล็กๆ และเพิ่งมีการประกวดเป็นครั้งแรก แต่ว่าสาวๆ ก็มาสมัครกันมากมาย แต่ละคนก็มีความสามารถหลากหลายมากๆ เลยค่ะ

เรื่องความสามารถที่มีมาแต่เดิมอยู่แล้วของแต่ละคนนี่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของการประกวดนี้ ที่แตกต่างไปจากการประกวด Talent หรือการออดิชั่นอื่นๆ ด้วยใช่ไหม

แจนจัง – คิดว่าแตกต่างค่ะ เพราะว่าส่วนตัวแล้วแนวทางที่ LARME ทำก็อาจจะมีความคล้ายๆ กับการเป็น Jan Chan อยู่ด้วยเหมือนกัน เพราะว่าเขาเปิดโอกาสให้แจนจังสามารถที่จะทำอะไรก็ได้ ไม่ได้ปิดกั้นว่าคุณจะต้องร้องเพลงอย่างเดียวนะ หรือคุณจะต้องเป็นนางแบบอย่างเดียวนะ ถ้าเราอยากทำอะไรเราก็บอกเขาเลยค่ะว่าเราอยากจะทำอันนี้นะ แล้วถ้าเขามีแนวทางเขาก็จะผลักดันให้เราไปในเส้นทางนั้นได้ ซึ่งเราก็เอาแนวทางนี้มาใช้กับสาวๆ LARME Girls ด้วยเหมือนกัน คิดว่าทุกคนน่าจะแฮปปี้กับทางเลือกแบบนี้ค่ะ

พอจะทราบมาว่า แจนเองมีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการในการตัดสินด้วย

แจนจัง – (หัวเราะ) อันนี้เขาเพิ่งมาบอกตอนหลัง ซึ่งพอเราได้ยินก็แบบว่า หา… เพราะส่วนตัวเราคิดว่าตัวเองยังไม่ได้มีประสบการณ์มากขนาดนั้นในวงการบันเทิง แต่ว่าไหนๆ ก็ได้รับเกียรติแล้ว เราก็จะทำหน้าที่ของเราได้ดีที่สุด และเลือกคนที่เราคิดว่าสามารถแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาได้มากที่สุด แล้วก็เข้ากับสไตล์ของ LARME ด้วย

ถือว่าเป็นภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยไหม

แจนจัง – เป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ก็เพราะว่าเราคิดว่าการเป็นคณะกรรมการไม่ใช่แค่การมานั่งดูเฉยๆ น่ะค่ะ แต่ว่าต้องดูให้ลึกถึงตัวตนที่แท้จริงข้างในของเขาที่เขาไม่ได้เปิดเผยออกมา บางคนเขาอาจจะเป็นคนขี้อาย แต่ว่าลึกๆ ข้างในแล้วเขาก็อยากที่จะแสดงออกเหมือนกัน แล้วก็พยายามดึงศักยภาพของเขาออกมาตอนที่เขาทำการแข่งขันรอบออดิชั่น ถ้าคนไหนที่ไม่ค่อยพูด ก็จะคอยบอกให้เขาลองทำแบบนี้สิ แบบนั้นสิ เพื่อที่จะได้แสดงตัวตนออกมา ซึ่งอันนั้นน่ะเราคิดว่าเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุด ถึงแม้ว่าเขาจะทำไม่ได้ดี 100% แต่ตรงนั้นมันเป็นเสน่ห์ของเขาจริงๆ

พอได้มาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการจริงๆ มีชื่นชอบหรือลำเอียงน้องคนไหน หรือน้องที่มีความสามารถแบบไหนเป็นพิเศษไหม

แจนจัง – ลำเอียง (หัวเราะ) อันนี้อาจจะบอกไม่ได้นะคะ ก็มีที่ชื่นชอบ แต่ว่า ณ ตอนนั้น ตอนที่เรานั่งเป็นกรรมการ ถ้าเราชอบคนนี้เราก็ติ๊กไว้ หรือคนนี้อาจจะดีในแนวทางอื่นๆ แต่ว่ายังไม่เหมาะก็อาจจะไม่ได้ติ๊กไว้ค่ะ ซึ่งหนูคิดว่าอะไรแบบนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เพราะว่าถ้าเราแสดงออกว่าชอบคนนั้นคนนี้มากเกินไปก็อาจจะไม่ค่อยดี ถ้าชื่นชอบใครก็ต้องมาคุยกันหลังไมค์กับคณะกรรมการท่านอื่นๆ อีกทีค่ะ

ระหว่างการคัดเลือกไอดอลหรือการประกวดอื่นที่ผู้เข้าประกวดอาจจะยังไม่ได้มีความสามารถหรือเป็นที่รู้จักมาก แต่กับการประกวด LARME Asian talent contest 2019 ที่ผู้เข้าประกวดหลายๆ คนก็เป็นที่รู้จักมาแล้ว เคยเป็นหรือเป็นอดีตไอดอลบ้าง เป็นยูทูบเบอร์บ้าง หรือมีความสามารถอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ตรงนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้การคัดเลือกไอดอลยากขึ้นบ้างหรือไม่

แจนจัง – คือหนูเองไม่รู้ว่าการคัดเลือกไอดอลเขาใช้เกณฑ์อะไรเหมือนกันค่ะ หนูคิดว่าน่าจะใช้ความเป็นตัวของตัวเอง มีพลังใจแรงกล้าในการที่อยากจะเป็นไอดอล แต่สำหรับการประกวดของ LARME ก็มีส่วนที่คล้ายๆ กัน แต่ว่าคนที่มาประกวดเขามีความสามารถ เก่งๆ กันอยู่แล้วทั้งนั้น อย่างเช่นเพลงกับเปียโนก็เป็น Youtuber และเป็นนักร้องที่ร้องเพลงเก่งมากๆ หลายคนก็เป็นนางแบบ หรือมีผลงานในวงการบันเทิง ถ่ายแบบโฆษณามาก่อนก็มาสมัครด้วย เราก็เลยรู้สึกว้าวด้วยเหมือนกัน ไม่คิดว่าเขาจะมาสมัครประกวดกับ LARME ด้วย

ตอนที่แจนเจอกับน้องๆ ครั้งแรก รู้สึกอย่างไรบ้าง และมีความสนิทสนมกับน้องๆ แค่ไหนบ้าง

แจนจัง – ด้วยความที่เราเป็นคณะกรรมการก็จะไม่ได้ไปพูดคุยกับน้องๆ เท่าไหร่ เพราะว่าก็เหมือนเรายังใหม่กันอยู่ด้วยค่ะ ตอนที่คัดเลือก 100 คนก็เลยได้แค่นั่งดูพวกเขาก่อน แต่พอมาคัดเลือกรอบ 20 คน เราก็ได้มีโอกาสไปถ่ายโปรโมท ทำกิจกรรมร่วมกันก็เลยได้มีโอกาสเข้าไปคลุกคลี แล้วก็ดูว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้าง ซึ่งน้องๆ แต่ละคนก็มีบุคลิกแตกต่างกันไป แต่ว่าก็สามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดีค่ะ

ในฐานะที่แจนเองเป็นรุ่นพี่ในวงการ ทำงานมาก่อน อะไรที่พี่แจนอยากสอนน้องๆ ที่กำลังจะก้าวเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงมากที่สุด

แจนจัง – (หัวเราะ) คิดว่าไม่กล้าสอนอะไรใครเลย เพราะว่าแจนจังก็…นะ…(หัวเราะ) ยังเป็นน้องใหม่ในวงการบันเทิงอยู่มาก แล้วผู้สมัครบางคนอายุงานในวงการบันเทิงมากกว่าแจนจังด้วยซ้ำ แต่ว่าอันไหนที่เราแนะนำได้ ถึงแม้ว่าอายุงานของเราในวงการบันเทิงจะน้อยกว่า แต่ว่าถ้าเรามองเห็นความสามารถเขาว่าสามารถที่จะไปต่อได้ เราก็จะแอบบอกเขาว่าถ้าทำอันนี้นะก็จะไปต่อได้อีก ประมาณนี้ค่ะ

แล้วถ้าน้องๆ ที่ประกวดกับ LARME ได้ก้าวไปทำงานในวงการบันเทิงจริงๆ แจนคิดว่าอะไรที่สำคัญที่สุดที่น้องๆ ควรจะรู้ในการทำงานวงการบันเทิง

แจนจัง – หนูเองคิดว่าน่าจะเป็นการทำงานร่วมกับผู้อื่น และการเข้าสังคมที่หนูคิดว่าสำคัญที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะดีมาจากไหนหรือเก่งมาจากไหน แต่ถ้าเข้ากับคนอื่นไม่ได้ก็ทำไม่ได้ค่ะ

ในวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมาก็เป็นรอบตัดสินการประกวดแล้ว เล่าให้ฟังได้ไหมว่าในวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

แจนจัง – สำหรับกิจกรรมในวันที่ 31 สิงหาคม ช่วงเช้าเราก็จะมีการออดิชั่นเพิ่มเติมกันอีกรอบหนึ่งค่ะ เพราะว่ารอบแรกเรารู้แล้วว่าแต่ละคนมีสไตล์แบบไหน แต่ว่าเราอยากรู้ให้ลึกขึ้นในเรื่องของการ Performance เราอยากจะรู้ว่าหลังจากที่โชว์ในรอบแรกแล้ว รอบนี้จะมีพัฒนาการอะไรขึ้นมาอีกบ้าง และจะดูเรื่องของการทำงานร่วมกัน ว่าสามารถทำงานร่วมกันได้ไหม เพราะว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

แล้ววันนั้นก็มีเวทีใหญ่ ก็คืองาน Nippon Haku bangkok 2019 ซึ่งก็มีการประกาศผู้ชนะบนเวทีด้วย โดยเราก็มีการคุยกันภายในบริษัทมาตลอดทุกวันว่าใครจะเหมาะสมที่สุด แล้วก็ค่อยมาเลือกกันอีกทีในวันออดิชั่นค่ะ เพราะว่าวันนั้นก็มีกรรมการจาก LARME ประเทศญี่ปุ่นร่วมตัดสินในวันนั้นด้วยค่ะ คิดว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ที่เป็นตัวตัดสินที่ดีที่สุด เพราะว่าเราคิดว่าเขาน่าจะมองสไตล์ได้ดีกว่าที่เรามองค่ะ

อยากให้แจนจังพูดถึงน้องๆ แต่ละคนหน่อย

แจนจัง – โอ้โห (หัวเราะ) ถ้างั้นเอาเฉพาะน้องๆ ที่มากันวันนี้ก็แล้วกันนะคะ ที่มาถ่ายแบบกับนิตยสารกุลสตรี ก็ต้องขอบคุณนิตยสารกุลสตรีด้วยนะคะที่เลือกน้องๆ มา ตอนแรกเราคิดว่าจะพาน้องๆ มา 20 คน แต่ว่าคงจะวุ่นวายน่าดู เราก็เลยเลือกมาบางส่วน อย่างเช่นน้องเพลงก็เป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่ายมากๆ (เสียงสูง) ก็คือเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีมากๆ ไม่กลัวที่จะพูดคุยกับเรา ในฐานะที่เราเป็นคณะกรรมการที่อายุก็ไล่เลี่ยกับผู้เข้าประกวดแต่ละคนด้วย ก็เลยสามารถเป็นเพื่อนกัน สามารถเข้ามาพูดคุย เข้ามาเอ็นจอยกับเราได้ น้องเพลงมีความสามารถพิเศษคือสามารถพูดภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่นได้คล่องมากๆ ค่ะ เราเคยเห็นคลิปของเขาใน YouTube ด้วย

แล้วก็มีนี่ น้องแอนนา (ทำเสียงเล็กเสียงน้อย-หัวเราะ) คนก็จะชอบบอกว่าเขาหน้าเหมือนลิซ่า Blackpink ตอนแรกที่เราเจอเขาเราก็จะทักว่า “ฮาย ลิซ่า…” แต่ว่าเราจะไม่บอกว่าเขาคือลิซ่า เราอยากให้คนจำเขาในแบบที่เป็นแอนนามากกว่าค่ะ ก็จะไม่พยายามบอกว่าเป็นลิซ่าแล้ว (หันไปเห็นแอนนานั่งยิ้มอยู่ข้างๆ) แหม…ยิ้มแฉ่ง (หัวเราะ) สำหรับแอนนา ที่เราจำได้คือเคยผ่านงานการถ่ายโฆษณามาด้วยค่ะ

แล้วก็มีน้องเพลงกับเปียโนค่ะ ซึ่งเป็นฝาแฝดกัน เอ๊ย ไม่ใช่ฝาแฝดสิ (หัวเราะ) เป็นพี่น้องชิพกับเดลนะฮะ สองคนนี้คือดังมาก เป็น Youtuber ที่เราเห็นอยู่บ่อยๆ เวลามีโฆษณาเด้งขึ้นมา เราเห็นก็รู้สึกว่าหน้าคุ้นๆ นะ ที่เขาร้องเพลงในแอพคาราโอเกะ พอเห็นก็อ๋อ คือเพลงกับเปียโนนั่นเอง ซึ่งเขาก็มีความเป็นเอกลักษณ์ของเขา เพราะว่าเขาเป็นคู่ที่ดูรักกันมาก แล้วก็เวลาดีใจก็จะดีใจด้วยกัน พอตอนร้องไห้ก็จะ โถ…อะไรแบบนี้ เป็น Relationship ที่น่ารักมากๆ จริงๆ ค่ะ เราก็เลยเลือกเขาทั้งสองคนเข้ามาด้วย

ส่วนเฟทเองก็เคยเป็นไอดอลมาก่อน (Siamese Kittenz) แต่ว่าหมดสัญญาแล้ว มีความสามารถด้านร้องเพลง แล้วก็มีความสามารถพิเศษคือสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดีมากๆ เลยค่ะ

 

ทีนี้ให้แต่ละคนพูดถึงแจนจังบ้าง

แจนจัง – โอ้โห พูดถึง LARME ดีกว่า (หัวเราะ)

แอนนา – จากที่เราเห็นข้างนอกปกติ ภาพลักษณ์ของพี่แจนก็จะแบบว่า น่ารัก แบ๊วๆ (แจนจัง – หืม…) แต่พอมาเป็นเวอร์ชันคณะกรรมการเนี่ย เห็นได้ชัดตอนที่เราไปยืนอยู่ด้านหน้าเขา คือพี่เขาตั้งใจมาก โฟกัสที่เรามากจนบางครั้งเราก็กลัว ตอนนั้นเรากลัวเลย (แจนจัง – โหดไปเหรอ) ไม่ได้เรียกว่าโหดค่ะ แต่คือว่าพี่แจนเป็นคนที่ตั้งใจมาก แล้วเราก็รู้ไงคะว่าพี่เขาก็ยังใหม่ แล้วพอเห็นพี่เขาตั้งใจขนาดนั้น แล้วพี่เขาก็สามารถมองเห็นว่าแต่ละคนลึกๆ แล้วมีความสามารถอะไร น่าจะเป็นแบบไหนบ้าง ก็เลยชื่นชมในตัวพี่เขามากๆ แล้วก็เก่งมากๆ ค่ะ (แจนจัง – ขอบคุณค่า อวยกันไปอวยกันมา (หัวเราะ)

เปียโน – จริงๆ แล้วตอนแรกหนูไม่รู้จักพี่แจนจังเลยค่ะ เพราะว่าหนูไม่ได้ติดตาม BNK48 เลย หนูก็เพิ่งรู้ว่าพี่แจนจังเคยอยู่ในวง BNK48 ด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกที่หนูเจอก็สงสัยว่านี่ดาราที่ไหน (หัวเราะ) ประกอบกับว่าหนูตื่นเต้นตอนที่จะแสดงให้คณะกรรมการดูตอนรอบออดิชั่นด้วยค่ะ แต่ว่าพี่แจนจังก็เป็นคนน่ารัก หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน…นั่นแหละค่ะ (หัวเราะ) (แจนจัง – อย่าไปชมเยอะ…) ก็..พี่แจนจังก็ไม่ได้น่ารักขนาดนั้นค่ะ (แจนจัง – อ้าว…) (หัวเราะทั้งวง) นั่นแหละค่ะ พี่เขาดูมีความเฮฮา ร่าเริง อารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา ดูเป็นคนแบบว่าชีวิตนี้ฉันไม่เคยทุกข์มาก่อนเลย อะไรแบบนี้ค่ะ (หัวเราะ) (แจนจัง – อยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์อะไรแบบนี้)

เพลง – พี่แจนจังเป็นคนน่ารักมากๆ เลยค่ะ พี่เขาแบบว่ามีความเป็นตัวของตัวเอง เฮ้ย! เมื่อกี๊หนูเตรียมคำพูดไว้แล้วแต่หนูลืม แป๊บนึงนะ (หัวเราะ) คือเหมือน…เฮ้ย หนูลืมจริงๆ นะเนี่ย แต่ว่าพี่เขามีความเป็นตัวของตัวเองค่ะ อ๋อใช่! พี่เขาเป็นสเปคผู้หญิงแบบที่หนูชอบ เหมือนเป็นไอดอลน่ะค่ะ เป็นผู้หญิงที่น่ารักแล้วก็ขี้เล่น มีความเป็นเด็กหน่อยๆ มีความน่ารักน่าเอ็นดู…หนูเอ็นดูพี่เขาได้ไหมอ่ะ (หัวเราะ)

แจนจัง – วันนี้จะได้รับแต่คำชมนะคะ เพราะอะไร เพราะว่าเราเป็นคนให้คะแนนเขานั่นเอง (หัวเราะทั้งวง)

เฟท – สำหรับพี่แจนจังนะคะ จริงๆ เฟทรู้จักพี่แจนตั้งแต่ตอนอยู่ BNK48 อยู่แล้ว เพราะว่าเคยดูผลงานแบบผ่านๆ เหมือนกัน แต่ว่าเท่าที่ดูจากตอนนั้นรู้สึกว่าพี่แจนมีความเป็นผู้ใหญ่นะคะ หนูรู้สึกอย่างนั้นนะ ดูมีความนิ่งๆ ดูเป็นผู้ใหญ่ อะไรแบบนี้ แต่พอได้มารู้จักกันจริงๆ ถ้าไม่นับส่วนที่เป็นคณะกรรมการนะคะ พอได้เข้ามาทำงานร่วมกัน รู้สึกว่าพี่แจนเป็นคนที่น่ารักมาก ที่สำคัญคือถึงแม้จะดูเป็นผู้ใหญ่แต่ก็มีความขี้เล่นในแบบของเขาเอง เป็นคนที่เฟทชอบมากๆ เวลาอยู่ด้วยแล้วเฟทรู้สึกสบายใจ มีความสุข ร่าเริงตามเขาไปด้วย แต่ถ้าเป็นส่วนของคณะกรรมการ เฟทรู้สึกชอบตรงที่ว่าพี่แจนเป็นคนที่ทำการบ้านมาดีมากๆ ในการถามคำถามของแต่ละคน อย่างเช่นผู้เข้าประกวดบางคนที่เรียนด้านกฎหมาย พี่แจนก็จะคิดคำถามเกี่ยวกับตัวเขาขึ้นมาโดยเฉพาะ เฟทก็เลยรู้สึกชื่นชมที่พี่แจนทำการมาดีมากๆ ชื่นชมมากๆ ค่ะ

แจนจัง – ฉันไม่ได้ทำการบ้าน ฉันด้นสด (หัวเราะ)

เหตุผลอะไรที่ทำให้แต่ละคนถึงเลือกเข้ามาประกวด LARME Asian talent contest 2019

แจนจัง – ให้เวลาคิด 5 วินาที ตึ๊ดๆๆๆ (หัวเราะ)

แอนนา – สำหรับหนูนะคะ หนูเป็นคนที่ติดตามนิตยสาร LARME อยู่แล้ว ชอบสไตล์ ชอบความเป็นแฟนตาซี สไตล์ที่มีความหวานๆ เอาไปผสมกับแนวอื่นๆ ทำให้เกิดความน่าหลงใหลในนั้น ก็เลยมาสมัครค่ะ

เปียโน – อยากลองอะไรใหม่ๆ ค่ะ เพราะว่าหนูไม่เคยเข้าถึงแนวสไตล์ญี่ปุ่นซักเท่าไหร่ หนูจะเป็นแนวแบบเกาหลี หรือแนวฝรั่งอะไรแบบนี้มากกว่าค่ะ พอเห็นการประกวดก็รู้สึกว่ามันท้าทายตัวเราดี เราไม่เคยลอง ก็เลยลองลงประกวดกับน้องเพลงค่ะ

เพลง – ปีที่แล้วหนูได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ ตอนแรกคือหนูไม่เคยไปประเทศญี่ปุ่นเลย แล้วประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่หนูไป ซึ่งสวยมากๆ ตอนแรกหนูมีความคิดว่าอยากไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น อยากไปใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะว่าสบายและน่าอยู่มากๆ ญี่ปุ่นเป็นเมืองที่น่าอยู่มากๆ หลังจากนั้นพี่โนก็แนะนำ ที่มีนางแบบญี่ปุ่น พอเห็นแล้วก็คิดว่านี่เป็นประเทศที่เราเพิ่งเคยไปเลยนี่นา ก็เลยน่าสนใจมากๆ

เปียโน – ตอนนั้นที่เค้าบอกว่า ถ้ามีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น อยากจะไปด้วยกันกับหนู

เพลง – ใช่ค่ะ เพราะว่าตอนนั้นหนูไปกับเพื่อน ตอนที่หนูเล่าให้พี่โนฟัง ไม่รู้ว่าพี่โนเข้าถึงที่หนูเล่าหรือเปล่า ไม่รู้ว่าเข้าใจในสิ่งที่หนูเล่าขนาดไหน หนูก็เลยบอกว่าถ้าได้ไป หนูอยากให้พี่โนไปด้วย หนูอยากไปเป็นไกด์ให้พี่โนนะ ก็เลยมาประกวด เพราะว่าหนูอยากลองทำในสายงานอื่นๆ บ้างนอกจากเป็นนักร้อง อยากเปิดโอกาสให้ตัวเองค่ะ

เฟท – สำหรับเฟทนะคะ เฟทรู้จักนิตยสาร LARME มาตั้งแต่เขาทำแรกๆ เลยค่ะ เพราะว่าไอดอลที่เฟทชอบ เป็น LARME Dolls Model ในตอนนั้น พอดูนิตยสารก็รู้สึกว่าตัวเราเองเข้ากับสไตล์ของนิตยสาร ที่เป็นสไตล์ญี่ปุ่นหวานๆ อะไรแบบนี้ค่ะ ซึ่งเฟทก็ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นและความเป็น LARME มาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แล้วเฟทเคยเป็นไอดอลมาก่อนค่ะ พอออกจากวงมาเพราะหมดสัญญา เฟทก็ได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาหนึ่งปี พอเราได้ไปก็ได้ไปใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิง ทำให้เฟทคิดว่าจริงๆ เราอยากกลับไปทำงานวงการบันเทิงอีกหรือเปล่า ก็ได้คำตอบว่าอยากไป แต่ว่าตอนนั้นมีความคิดแค่ว่าอยากไป แต่ตอนนั้นยังไม่สามารถหาหนทางได้ แล้วตอนนั้นก็มีการประกวดขึ้นมาพอดี เฟทก็ตัดสินใจแบบไม่ทันคิดเลยว่าจะไปประกวดอันนี้แน่นอน เพราะว่าเป็นสิ่งที่เราชื่นชอบอยู่แล้ว และน่าจะทำได้ดีค่ะ

จริงๆ ก่อนประกวด ทุกคนต่างก็มีความสามารถของตัวเองมาแล้วในระดับหนึ่ง อวดให้ฟังหน่อยว่าแต่ละคนมีความสามารถอะไรบ้าง

แอนนา – ก่อนที่จะมาประกวดหนูเองก็ถ่ายงานโฆษณามาบ้างแล้งค่ะ แล้วก็มีไปแคสต์งานอยู่เรื่อยๆ

เปียโน – ก่อนที่จะมาประกวด หนูกับเพลงสองคนก็เป็น Youtuber ทำช่องใน YouTube ทำคลิป Cover เพลง ทำ Vlog เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ แล้วก็มีไปร้องเพลงตามอีเวนท์ข้างนอกด้วย แล้วก็…ไม่มีแล้วค่ะ (หัวเราะ)

เพลง – (ส่งไมค์ให้เพลง) ก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ

เปียโน – เออใช่ ของน้องก็เหมือนกันค่ะ (หัวเราะ)

เฟท – ส่วนเฟทเองก็อย่างที่บอกไปแล้วค่ะ ว่าเคยทำงานในวงการบันเทิงก็คือเป็นไอดอล กับวง Siamese Kittenz มาก่อนค่ะ แต่ว่าออกมาจากวงมาเพราะหมดสัญญาค่ะ

คำว่า LARME ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่าน้ำตา เลยอยากถามทุกคนว่า ถ้าพูดถึงคำว่าน้ำตา แต่ละคนจะนึกถึงอะไร

เปียโน – น้ำตาแห่งความสุขหรือเปล่าคะ ตอนแรกหนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่า LARME แปลว่าน้ำตาด้วย ลาร์มๆ อะไรซักอย่าง (หัวเราะ) ดูจากสไตล์ น่าจะหมายถึงน้ำตาแห่งความสุขมั้งคะ

แอนนา – ยากแล้ว…(ยิ้ม) จริงๆ นิตยสาร LARME ที่หนูเคยดู หนูไม่เคยนึกถึงคำว่าน้ำตาเลย ถ้าตามความหมายแปลว่าน้ำตา หนูว่าก็น่าจะเป็นน้ำตาที่มีหลายๆ ความรู้สึกอยู่ในนั้น เป็นน้ำตาที่มีเสน่ห์ค่ะ ดูน่าค้นหา (หันไปถามเปียโน) ตอบว่าเป็นน้ำตาแห่งความสุขใช่มั้ย เพราะฉะนั้นจะตอบว่า ดูเป็นน้ำตาที่น่าค้นหา (หัวเราะ)

เฟท – เฟทว่านิตยสาร LARME เป็นนิตยสารสำหรับผู้หญิงใช่มั้ยคะ เฟทมองว่าน้ำตาเป็นของที่คู่กับผู้หญิง เฟทไม่ได้มองว่าผู้หญิงอ่อนแอแล้วก็ต้องร้องไห้ตลอดนะคะ แต่ว่าน้ำตามันเกิดขึ้นได้ในหลายอารมณ์ ดีใจก็ร้องไห้ได้ เสียใจก็ร้องไห้ได้ ไม่ว่าจะอารมณ์ไหนเราสามารถร้องไห้ มีน้ำตาออกมาได้ทั้งนั้น เฟทคิดว่าน้ำตาในแบบของ LARME จึงเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นผู้หญิง ที่ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอแต่เพียงอย่างเดียว แต่ว่ามีความแข็งแกร่งอยู่ด้วยค่ะ

เพลง – ตอนแรกที่หนูรู้ว่า LARME แปลว่าน้ำตา หนูนึกถึงน้ำตาที่เป็นเพชรน่ะค่ะ เป็นสิ่งที่แสดงถึงความระยิบระยับในตัวของผู้หญิงหรือเปล่า เป็นน้ำตาที่มีความเป็นเพชร มีความแวววาว (ยิ้ม)

คิดว่ากุลสตรีที่เหมาะกับความเป็น LARME Girls ควรจะเป็นแบบไหน

เฟท – ถ้าเป็นคนที่เฟทมองว่าน่าจะเป็นไอดอลนะคะ เฟทมองว่าจะต้องมีความมั่นใจในตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง แล้วก็มีความรักตัวเองในขณะที่รักคนอื่นไปด้วยค่ะ เฟทรู้สึกว่าเวลาเราอยู่ในสังคม เราก็ต้องเจอคนที่หลากหลายใช่มั้ยคะ เราคงไม่ได้เจอคนแค่แบบเดียว เฟทเลยคิดว่าคนเราต้องมีความสามารถในการทำความปรับตัวให้เข้ากับสังคม แล้วก็มีความสามารถในการเข้าใจตัวเองด้วย ถ้าเราปรับตัวหรือพยายามเข้าใจคนอื่นมากเกินไป ก็จะทำให้เราละเลยในการที่จะรักตัวเอง ไม่ค่อยเห็นค่าในตัวเอง และลดคุณค่าในตัวเองลงค่ะ เฟทคิดว่าผู้หญิงที่เท่ก็คือต้องเป็นผู้หญิงที่รักคนอื่นได้ รักตัวเองได้ แล้วก็มั่นใจในตัวเองค่ะ 30-36

แอนนา – กุลสตรีที่เหมาะกับ LARME Girls ก็แน่นอนค่ะว่าต้องเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองเป็นอันดับแรก แล้วก็อย่างที่น้องเฟทบอกก็คือต้องเป็นคนที่มีความมั่นใจ ถ้าเรามีความมั่นใจเราก็จะกล้าที่จะแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาได้ดีที่สุด หนูคิดว่าการเป็นตัวของตัวเองนี่แหละค่ะดีที่สุดแล้ว

เปียโน – LARME Girls ก็น่าจะเป็นคนที่แบบว่า น่ารัก คิกขุอาโนเนะ สำหรับหนูนะคะ ดูแล้วมีความใสๆ แต่ว่ามีความน่าค้นหา รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ข้างใน แต่ก็มีอะไรข้างในด้วย ประมาณนั้นค่ะ แล้วก็เป็นตัวของตัวเองด้วยค่ะ ลอกกันมาค่ะ ลอกการบ้าน (หัวเราะ)

เพลง – ขอบคุณพี่ๆ ที่ตอบแทนหนูไปหมดแล้วนะคะ (หัวเราะทั้งวง) สำหรับหนู หนูรู้สึกว่าต้องเป็นคนที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง แต่ถ้าไปร่วมงานกับคนอื่นก็สามารถเปลี่ยนไปตามคอนเซปท์ที่วางไว้ได้ อืม…(นิ่งคิด) ก็…ขอบคุณ ที่ตอบแทนหนูให้หมดแล้วนะคะ (หัวเราะ)

แจนจัง – ผู้หญิงที่…(นิ่งคิด) อื้อหือ…(หัวเราะ) ผู้หญิงที่กล้าแสดงความ…ถ้าจะตอบว่ากล้าแสดงความเป็นตัวเองก็จะซ้ำกับอีก 4 คน (หัวเราะ) น่าจะเป็นความกล้าที่จะแสดงความเป็นตัวเองออกมาค่ะ อันนี้สำคัญ คือเป็นผู้หญิงที่รู้สึกอย่างไรก็กล้าแสดงออกมาอย่างนั้น ซึ่งคำว่า LARME แปลว่าน้ำตา ซึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับความเป็นผู้หญิงอยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะเสียใจหรือดีใจก็จะแสดงอารมณ์นั้นออกมา ซึ่งมันเป็นความหลากหลาย เป็นไดนามิกของชีวิต มันเป็นความ Emotional ที่ผู้หญิงหลายๆ คนน่าจะมี เวลารู้สึกอะไรเราจะไม่ปิดกั้นอารมณ์เอาไว้ แต่จะแสดงมันออกมาว่าฉันเป็นแบบนี้นะ ในสไตล์ที่มีความน่ารัก หวานๆ และมีความแฟนตาซีอยู่ด้วยค่ะ

ถ้าหนึ่งใน 4 คนนี้มีโอกาสชนะการประกวด และได้รับโอกาสในการไปถ่ายแบบกับนิตยสาร LARME ที่ประเทศญี่ปุ่น คิดว่าโอกาสนี้จะสำคัญต่อตัวเองอย่างไรบ้าง

แอนนา – สำหรับหนูนะคะ สิ่งนี้เป็นโอกาสที่สำคัญมากๆ แล้วก็ดีมากๆ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นความใฝ่ฝัน ที่หนูอยากจะทำมากๆ เลยค่ะ

เปียโน – ถือว่าเป็นโอกาสใหม่ๆ มั้งคะ ที่หนูคิดว่าหนูอาจจะไม่ได้ได้มาง่ายๆ สำหรับหนูนะคะ เพราะว่าถ้าจะต้องเข้าวงการอะไรทำนองนี้ ถ้าปกติก็คือต้องรู้จักคนนี้ๆๆ หลายๆ คน แล้วก็แนะนำต่อๆ กันมา จนทำให้คนที่อยู่ข้างนอกยากที่จะมีโอกาสได้เข้ามา ซึ่งหนูเลยมองว่าเป็นโอกาสใหม่ที่สำคัญมากๆ สำหรับหนูค่ะ ไม่อยากที่จะทิ้งมันไปค่ะ

เพลง – หนูรู้สึกว่ามันเป็นเหมือนกับคุณค่าทางจิตใจ มันมีคุณค่าเพราะว่าตอนแรกหนูไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้คัดเลือกในงานนี้ สิ่งนี้ทำให้หนูรู้สึกว่าหนูก็สามารถทำอะไรแบบนี้ได้นะ และทำให้รู้สึกว่าตัวเราเองก็มีคุณค่าในงานนี้เหมือนกัน ตอนแรกหนูก็คิดว่า เราคงไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้หรอก แต่ถ้าได้รับคัดเลือกคราวนี้หนูก็จะรู้สึกว่าทำได้เหมือนอย่างที่ได้คาดหวังไว้ รู้สึกว่าเห็นคุณค่าในตัวเองค่ะ

เฟท – สำหรับเฟท เฟทมองว่าเป็นก้าวแรกครั้งใหม่ที่มีความท้าทายค่ะ เพราะว่าเฟทเคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วใช่ไหมคะ แต่ว่าอันนั้นเฟทไปในฐานะนักเรียน ไปใช้ชีวิตเป็นเด็ก ม.ปลายเรียนหนังสือ แต่ว่าการไปถ่ายแบบที่นั่น เฟทมองว่าเป็นก้าวแรกของการทำงานในวงการบันเทิงของเฟทนะคะ ซึ่งเฟทโชคดีที่มีต้นทุนคือพูดภาษาญี่ปุ่นได้อยู่แล้ว แต่เฟทก็ยังรู้สึกว่าอันนี้แตกต่างจากการไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ต่อให้เฟทพูดได้ แต่ก็ต้องไปเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างว่าเขาทำงานกันอย่างไรบ้าง ก็เลยถือว่าเป็นก้าวแรกครั้งใหม่ที่ท้าทายค่ะ

คำถามสุดท้าย – อยากให้แต่ละคนฝากผลงานที่จะมีต่อไปในอนาคต และพูดถึงแฟนๆ ที่ติดตามเชียร์มาโดยตลอดกันหน่อย

เปียโน,เพลง – ก็ฝากให้กำลังใจพวกเราที่เข้าประกวดในครั้งนี้ทั้ง 20 คนด้วยนะคะ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะอย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่ง อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เก็บไว้เป็นบทเรียนในวันข้างหน้า เผื่อว่าทำอะไรผิดพลาดไป ก็สามารถเอาบทเรียนตรงนี้มาพัฒนาขึ้นได้ค่ะ ยังไงการพัฒนาก็มีแต่จะพัฒนาขึ้น ไม่มีทางจะตกลงไปอยู่แล้วค่ะ ก็อยากจะให้เป็นกำลังใจกับพวกเราด้วยค่ะ อ้อ แล้วก็ฝากผลงานการร้องเพลงคาราโอเกะด้วยนะคะ ทั้งในแอพ Joox WeSing TikTok ชื่อว่า Piano & Pleng ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

แอนนา – อยากให้ทุกคนติดตามและเป็นกำลังใจให้พวกเราทั้ง 20 คนด้วยนะคะ หนูชื่อแอนนานะคะ ก็ขอฝากเนื้อฝากตัว ฝากเป็นกำลังใจให้หนูด้วย สำหรับผลงานเร็วๆ นี้ก็กำลังจะมีซีรีส์เรื่อง “รักของพี่เกิดที่ 7-11” ค่ะ ดูได้ที่แอพพลิเคชั่น WeTV ค่ะ ฝากด้วยค่ะ

เฟท – ฝากเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ชนะหรือไม่ชนะ เฟทสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่เพื่อตอบแทนกำลังใจจากทุกๆ คน แล้วก็เพื่อตัวของเฟทด้วย รับรองว่าเฟทจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ ส่วนช่องทางการติดต่อของเฟทก็คือมี Instragram @withyourfate ค่ะ ขอบคุณค่ะ

แจนจัง – สำหรับแจนจังนะคะ ก็อยากจะฝากกิจกรรมการประกวด LARME Asian talent contest 2019 ด้วยนะคะ เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่เราทำอะไรแบบนี้กับน้องๆ ที่มาสมัครกว่า 700 – 800 คน แล้วก็คัดเหลือ 20 คน ซึ่งวันประกาศผลในวันที่ 31 ที่ผ่านมาก็ยังไม่ใช่จุดจบ เพราะว่าน้องๆ ที่ได้ชนะเลิศ และน้องๆ ที่เราเลือกมาเพราะว่ามีความสามารถ มีความแตกต่างกันอยู่แล้ว ก็เลยอยากให้ติดตามกันว่าหลังจากการประกาศผลแล้วน้องๆ แต่ละคนจะต่อยอดโอกาสได้ไกลแค่ไหน รวมถึงทางเราเองจะมีศักยภาพไปได้ไกลแค่ไหน แล้วเราจะช่วยดึงศักยภาพของน้องๆ ออกมาแค่ไหนด้วยเหมือนกัน แล้วก็ที่สำคัญคือ ยังติดตามแจนจังได้อยู่นะคะ (หัวเราะ)


จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ Jan Chan x Larme Girls
ต้องมาเล่นเกม “1 คำถาม 3 คำตอบ” เพื่อชิงความเป็นหนึ่ง!!!


 Jan Chan x Larme Girls : Behind the scene


[Sassy_Social_Share]
219