ถ้าเป็นคนคนหนึ่ง ก็ต้องบอกว่า ในหลักไมล์ที่ 49 ของนิตยสารกุลสตรี แม้ว่าจะไม่ได้เที่ยวเล่นเต้นรำเหมือนหนุ่มสาวทั่วไป แต่ก็ยังมีแรงเป่าเทียน ตัดเค้ก เปิดแชมเปญ แล้วก็จุดพลุฉลองได้อยู่หรอกน่า…

แต่นั่นไม่สำคัญเท่าไหร่ ที่สำคัญกว่านั้นมากๆ คือ เราชวนนางเอกสาวน่ารักอย่าง “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” ที่ปีนี้เธอรับบทนางเอกในละครกระแสดีอย่าง “ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง” และกำลังเตรียมตัวรับบทในละครรีเมค 2 เรื่องใหม่มาร่วมฉลองกัน ด้วยการมาประจำบนพื้นที่ปกและแฟชั่นฉบับครบรอบ 49 ปีด้วย

และเรายังชวนคิมมี่มานั่งคุยกัน ตั้งแต่เรื่องสมัยเด็กๆ เรื่องวงการบันเทิง และยังชวนเธอมาคิดเล่นๆ สนุกๆ กันด้วยว่า เมื่อถึงวัย 49 ปี คุณน้าคิมมี่ยังอยากเป็นนางเอกอยู่ไหม

คิมเบอร์ลี่

อยากให้เล่าชีวิตของคิมในวัยเด็กหน่อย ชีวิตของครอบครัวลูกครึ่งเป็นอย่างไรบ้าง

คือคุณพ่อของหนูเป็นคนเยอรมันค่ะ ส่วนแม่ก็เป็นคนไทย คิมใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตอยู่กับคุณพ่อ เพราะว่าคุณพ่อกับคุณแม่แยกทางกัน ก็เลยจะสนิทกับพ่อ แล้วก็มีความเป็นฝรั่งด้วย แต่ในขณะเดียวกันคือพ่อชอบประเทศไทยมาก ชอบมารยาทของคนไทย ก็เลยถูกสอนเรื่องมารยาทตั้งแต่เด็กๆ เลยค่ะ ทั้งเรื่องมารยาท การวางตัว เรื่องความเป็นผู้หญิง อะไรอย่างนี้ คือพ่อจะสอนหมดเลย

คนก็เลยจะสงสัยว่าทำไมบางทีคิมถึงดูไม่ค่อยมีความเป็นฝรั่ง แต่มีความเป็นไทยเยอะ คนจะถามกันเยอะว่า จะพูดกันว่า เอ้า พ่อเป็นฝรั่งนี่ อยู่กับพ่อที่เป็นฝรั่งแต่ทำไมมีความเป็นไทย ก็คือทั้งหมดมาจากพ่อ

แสดงว่ามีความเป็นไทยมากกว่าฝรั่ง

ใช่ คิดว่ามากกว่านะคะ อย่างเรื่องความคิด อะไรอย่างนี้

ได้ยินมาว่า พ่อของคิมเคยบอกว่า คิมเหมาะสมที่จะเป็นนักแสดง

ใช่ คงด้วยความที่เราชอบดูหนัง แล้วคือตอนเด็กๆ ก็ชอบจัดโชว์ให้ทั้งบ้านดู ทำโชว์กับพี่สาว ประมาณว่าเต้น ร้องเพลง โชว์เล่นเป็นคาแร็คเตอร์โน่นนี่นั่นตลอดเวลา พ่อก็เลยบอกว่า ยูโตขึ้นมาต้องเป็นนักแสดงแน่นอน เราก็เลยแบบ เหรอ… จะเป็นได้เหรอ อะไรแบบนี้ มันก็เลยทำให้ปลูกฝังเรามาโดยตลอด แล้วประกอบกับว่าเราชอบดูหนัง ชอบดูนักแสดง ชอบดูอะไรที่เกี่ยวกับการแสดง มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าอยากเป็นนักแสดงจริงๆ

ตอนเด็กๆ มีนักแสดงในดวงใจบ้างไหม

ตอนเด็กๆ เหรอคะ ตอนเด็กๆ ชอบจูเลีย โรเบิร์ต ค่ะ แต่ตอนนี้ชอบ ราเชล แม็กอดัมส์ (Rachel McAdams) ค่ะ

แล้วสุดท้ายมาเป็นนักแสดงจริงๆ ได้อย่างไร

จริงๆ เข้าช่องมาตอนอายุ 13 มีโมเดลลิ่งพาไปค่ะ แล้วก็โดนไล่กลับมาเพราะว่าอ้วน (หัวเราะ) ก็เลยกลับเข้าไปอีกรอบหนึ่งตอนอายุ 17 ไปแคสต์ซีรีส์ 4 หัวใจแห่งขุนเขา  แล้วอยู่ๆ ก็ได้บทเลย มันเหมือนเป็นจังหวะของชีวิตด้วยแหละค่ะ ตอนนั้นอายุเรายังไม่พร้อม ยังเด็กเกินไป ยังทำอะไรไม่ค่อยได้

แต่ว่าพอเราเข้าไปตอนอายุ 17 ก็คิดว่าดวงเรามันพาไปด้วย ก็เลยได้รับโอกาสที่ดีจากผู้ใหญ่ค่ะ แล้วหลังจากนั้นมาก็ได้รับบท ได้เล่นเลย

แต่จริงๆ แล้วคิมเริ่มจากการถ่ายแบบ กับถ่ายโฆษณามาก่อนตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ เริ่มเดินแบบครั้งแรกตอนอายุประมาณ 9 ขวบค่ะ แล้วก็เริ่มถ่ายภาพนิ่ง เสื้อผ้าเด็ก โน่นนี่ แล้วก็เริ่มถ่ายโฆษณาตอนอายุประมาณ 13-14 แล้วก็ถ่ายโฆษณามาเรื่อยๆ ค่ะ

คิมเบอร์ลี่

ตอนนี้คิมก็อยู่ในวงการมาเกือบจะสิบปีแล้ว ชอบผลงานไหนของตัวเองในวงการบันเทิงมากที่สุด

ละครค่ะ แต่ว่าถ้าจะให้เลือกที่ชอบมากที่สุดคงไม่มี เพราะว่าคิมมีโอกาสได้ลองในหลายๆ บทบาท และคิมถือว่าทุกๆ บทบาทมันก็คือการท้าทายน่ะค่ะ แต่ว่าอาจจะมีผลงานที่ทำให้เรามีชื่อเสียงขึ้นมาก็คือละครเรื่องแรก (ธาราหิมาลัย-ละครชุด 4 หัวใจแห่งขุนเขา) ที่ไม่มีวันลืมเลยค่ะ

รู้สึกอย่างไรที่ตัวเองมาได้ไกลจนถึงจุดนี้

ไม่เคยคิดเลยว่าจะมาถึงจุดนี้ ไม่เคยคิดว่าจะได้มาเป็นนางเอกด้วยซ้ำค่ะ ตอนที่ไปแคสต์ มันก็เป็นอะไรที่งงๆ คือจริงๆ คิมอยากเป็นนักแสดง ไม่ว่าจะบทบาทไหนก็ตาม ก็ไม่ได้คิดตั้งแต่แรกว่าจะต้องมาถึงจุดนี้ เพราะว่าทุกอย่างมันมาด้วยความโชคดี (หัวเราะ)

แล้วคิมคิดว่าเป้าหมายสูงสุดของคิมในวงการบันเทิงคืออะไร

มันก็ยังมีหลายอย่างที่เรายังไม่ได้ลองนะคะ อย่างเช่นเรื่องภาพยนตร์ เราก็ยังไม่ได้ลอง ถ้ามีโอกาสก็อยากลองเล่นดูค่ะ แล้วก็จุดสูงสุด…(นิ่งคิด) คือพอมันมาถึงจุดหนึ่ง เราก็คิดไว้ว่า เราอยากเล่นบทนี้ เราคิดว่ามันก็คงจะพีคมาก อะไรอย่างนี้ แต่พอได้เล่นจริงๆ แล้ว เราก็อยากเล่นอีกแบบหนึ่ง มันน่าจะพีคมากๆ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันเลยไม่มีวันถึงจุดสูงสุด มันไม่มีจุดพีคสุดน่ะ (หัวเราะ) คิมคิดว่ามันสามารถไปได้เรื่อยๆ ในตอนที่ยังอยู่ในวงการค่ะ

แฟนละครหลายๆ คนก็จะชอบพูดกันว่า เวลาแสดงละคร คิมชอบรับบทเป็นนางเอกแนววีนๆ เหวี่ยงๆ อะไรทำนองนี้ เคยคิดอยากรับบทนางเอกแบบเรียบร้อย น่ารัก หวานๆ แบบที่แฟนคลับเชียร์กันบ้างไหม

ถ้าสมมติว่าคิมเป็นนางเอกที่เรียบร้อย แล้วก็โดนกระทำตบตี คิมว่าคนไม่น่าจะเชื่อค่ะ (หัวเราะ) คือด้วยหน้า ด้วยสรีระต่างๆ หลายๆ อย่าง มันคงจะมานั่งทำตัวเรียบร้อยแบบ… “คุณพี่…อย่าทำฉันเลย…” อะไรแบบนี้ มันคงไม่ใช่น่ะ แล้วคาแรคเตอร์ของเราก็ค่อนข้างที่จะชัดเจน คิมคิดว่าบทนางเอกที่อยู่ในยุคสมัยใหม่ อะไรแบบนี้น่าจะเหมาะกับคิมมากกว่า

ตอนนี้ที่เล่นอยู่ก็ถือว่าแตกต่างนะคะ (ละครเรื่อง สองสเน่หา) รับบทเป็นฝาแฝด 2 คาแรคเตอร์ อันนี้ถือว่ายากสำหรับคิมเหมือนกัน

เบื่อบทนางเอกบ้างไหม อยากรับบทอื่นๆ เช่นนางร้ายบ้างหรือเปล่า

จริงๆ ก็อยากเล่นนะ อยากเล่นแบบบทร้ายไปเลย แรงๆ ไปเลย ซึ่งตอนนี้ก็ได้เล่นแล้วค่ะ (หัวเราะ) ก็กำลังลุ้นอยู่ว่าจะเป็นยังไง เพราะว่ายังไม่ได้เริ่มถ่ายค่ะ

คิมคิดยังไงกับการที่มีคนวิจารณ์กันว่า แนวทางในการแสดงของคิม มีความคล้ายกับ “แอน ทองประสม”

อืม…หลายๆ คนก็พูดเหมือนกัน คิมเชื่อว่าแต่ละคนก็มีคาแรคเตอร์ที่ต่างกันไป มันไม่มีใครมาแทนที่ใครได้ หรือใครจะมาตามรอยใครได้ อะไรอย่างนี้ เพราะว่าคิมเชื่อเรื่องดวง เรื่องกราฟชีวิตของคน ที่เซ็ทไว้ว่าดาวแต่ละดวงก็เป็นดวงชะตาของแต่ละคน แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน คิมไม่มีทางที่จะเก่งเท่าพี่แอนหรอกในความรู้สึกคิมนะ (หัวเราะ) เพราะว่าเราก็เป็นไปในอีกแนวทางของเรา

แต่ว่าคนที่เป็นไอดอลสำหรับเราก็คือพี่แอนนี่แหละ ทั้งในเรื่องของการวางตัว ในการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ ระบบความคิดของพี่แอน เขาเป็นคนที่เราชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก แล้วพอได้มาสนิทกับเขา เรารู้สึกว่าเขาเก่งมาก ก็ถือว่าเป็นคนที่เป็นต้นแบบที่ดีในการใช้ชีวิตในวงการ แต่ถ้าจะให้เราเป็นแบบเขาเลย มันก็คงเป็นไปไม่ได้ ไม่มีใครเหมือนใครได้

คิมเบอร์ลี่

ถามเรื่องคิมกับหมาก (ปริญ สุภารัตน์) บ้าง ทุกวันนี้ยังมีอะไรที่ต้องปรับตัวเข้าหากันไหม หรือว่าสบายๆ แล้ว

จริงๆ คิมว่ามันน่าจะถึงจุดที่เรารู้จักกัน แล้วก็สนิทกันแล้ว คือรู้ใจกันทุกอย่างเลยค่ะ มันก็เลยอยู่ในระดับที่สบายใจแล้วค่ะ แล้วก็ ถ้าถามว่าต้องปรับตัวไหม…คิมเรียกว่ามันต้องปล่อยวาง (หัวเราะ) ไม่ต้องปรับอะไรแล้ว เพราะเขาก็เป็นของเขา เราก็เป็นของเราแบบนี้ เวลาอยู่ด้วยกันเราก็เป็นตัวของตัวเองมากๆ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำก็คือเข้าใจกันและกันค่ะ แล้วก็ปล่อยวาง

ปล่อยวางคือยังไง

สมมติว่ามันจะมีบางอย่างที่เข้ามา หรือบางอย่างที่เขาพูดแล้วขัดใจเรา เราก็จะปล่อยวางดีกว่า แทนที่จะหยิบเรื่องนั้นขึ้นมาแล้วก็เอามาทะเลาะกัน

คิมมองเรื่องอนาคตของความรักอย่างไรบ้าง

อนาคตความรักเหรอคะ…(นิ่งคิด) ก็…ไม่รู้ (หัวเราะ) ก็คงอยากให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ

ถามตรงๆ มีแพลนจะแต่งงานบ้างไหม

คือเราก็เคยวาดฝันไว้ก่อนหน้านี้นะ ว่าเราอยากจะแต่งงานตอนอายุเท่านี้ อยากจะมีลูกตอนอายุเท่านี้ แต่พอใกล้จะมาถึงจุดนั้นจริงๆ แล้ว คิมรู้สึกว่าแพลนของเรามันยาวออกไปเป็นปีเลยอ่ะ (หัวเราะ) ก็เลยยังไม่รู้ว่าจุดไหนคือจุดที่พร้อมที่จะแต่งงานจริงๆ แต่ว่าก็มีคุยกันไว้บ้าง แต่ว่าไม่ได้จริงจังขนาดนั้น ตอนนี้ทำงานเก็บเงินไปก่อน

คิมกับหมากเวลาอยู่ด้วยกันชอบทำอะไรบ้าง

ส่วนใหญ่จะออกกำลังกายค่ะ ทานข้าว อะไรแบบนี้ แต่ว่าช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่

หมากเคยให้สัมภาษณ์ในกุลสตรี (ฉบับที่ 1096) บอกว่าหมากชอบพาคิมไปกินอะไรอร่อยๆ

ใช่ จริงๆ แล้วก็ทั้งคู่นั่นแหละค่ะ (หัวเราะ) เป็นสายกิน มันเป็นการรีแลกซ์ของเราน่ะค่ะ ถ้าเมื่อไหร่ที่เราอยากรีแลกซ์ รู้สึกว่าเหนื่อยจังเลย ก็จะพาไปกินอะไรอร่อยๆ ไปกินอาหารญี่ปุ่น หรือไม่ก็ทำขนมอยู่บ้าน ฟังเพลงไปด้วย ทำขนมไปด้วย มันเป็นช่วงเวลาที่รีแลกซ์สำหรับเรามากๆ เลยค่ะ

คิมเบอร์ลี่

ตอนนี้คิมกำลังถ่ายละครสองเรื่อง ทั้ง “ดั่งดวงหฤทัย” และ “สองเสน่หา” อยากให้เล่าหน่อยว่าละครทั้งสองเรื่องเป็นอย่างไรบ้าง

ละครเรื่อง ดั่งดวงหฤทัย เนี่ย ถ่ายมาเกือบจะสองปีแล้ว นานมากค่ะ (หัวเราะ) ไปเมืองนอกมาสามรอบแล้วค่ะ เหลือแค่เก็บฉากเล็กๆ ในประเทศไทยซึ่งเยอะอยู่เหมือนกัน เวอร์ชั่นนี้แสดงคู่กับพี่ติ๊ก (เจษฎาภรณ์ ผลดี) คือเรื่องนี้มันก็จะมีฟีลแบบเจ้าหญิง มีความ Fairy tail หน่อยๆ ค่ะ อย่างที่รู้กันก็คือละครเรื่องนี้ทำมาหลายเวอร์ชั่นแล้ว

เรื่องนี้มันยากไปอีกแบบ เพราะว่าต้องมีการใช้คำราชาศัพท์ ที่เป็นศัพท์สูงมากๆ แล้วเราก็ไม่เคยรู้จักคำพวกนั้นมาก่อน ก็เลยทำให้ต้องทำการบ้านเรื่องไดอะล็อก แล้วชุดที่พี่ไก่ (วรายุฑ มิลินทจินดา) เตรียมไว้ก็อลังการทุกชุด ก็เป็นละครอีกเรื่องหนึ่งที่คิมได้เปลี่ยนคาแร็คเตอร์ ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนค่ะ

ส่วน สองเสน่หา นี่เพิ่งเปิดกล้องไปวันเดียวค่ะ คาแรคเตอร์ก็คือจะเป็นฝาแฝดกัน คนหนึ่งคือพิลาสลักษณ์ ก็ถือว่าเป็นคนดีเลย มีความคิดที่ Positive และรักพี่สาวมากๆ เพราะว่าเขาไม่มีพ่อแม่ เขารู้สึกว่าตัวเองมีแค่ป้าคนหนึ่ง แล้วก็มีพี่สาวที่ช่วยเติมเต็มชีวิตของเขาได้ ส่วนอีกคนหนึ่งคือ เดือนหยาด ก็จะต่างกันสุดขั้วเลยค่ะ จะรำคาญน้องสาวตัวเอง แล้วก็มีความทะเยอทะยาน ไม่อยากมีชีวิตจนๆ อยากจะเป็นดารา ทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะไปถึงจุดที่สูงที่สุดของชีวิต ไม่ว่าจะต้องเหยียบหัวใคร หรือว่าเอาตัวเข้าแลก ก็คือเป็นคนที่แรงมากเลยค่ะ

ก็เป็นอีกบทหนี่งที่ยากมากสำหรับคิม (หัวเราะ) เพราะว่าคิมต้องทำการบ้านสองคาแรคเตอร์ไปพร้อมกัน แล้วบางทีเราเล่นคาแรคเตอร์หนึ่ง อีกคาแรคเตอร์หนึ่งก็จะแทรกเข้ามาโดยอัตโนมัติเลย ซึ่งผู้กำกับก็จะคอยสะกิดว่า ถ้าเล่นเป็นพิลาสลักษณ์ให้ทำเสียงสูงๆ หน่อย แต่ถ้าเล่นเป็นเดือนหยาด เป็นตัวร้าย ดุๆ หน่อย ก็ให้ทำเสียงต่ำๆ ก็ยังต้องปรับตัวอีกเยอะมาก แต่ว่าบทสนุกมาก ก็อยากให้รอดูกันค่ะ

ถือว่าเป็นการพลิกคาแรคเตอร์เหมือนกันนะ เพราะว่าต้องรับบทที่สุดขั้วทั้งสองฝั่งขนาดนี้

ใช่ แต่สุดขั้วในที่นี้คือ พิลาสลักษณ์ ก็ไม่ได้เรียบร้อย ไม่ได้ดีขนาดนั้น เขาก็มีความฝันว่าเขาอยากเป็นนักแสดง อยากเป็นดารามาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน แต่เขาก็ถอยให้พี่สาวเขา แล้วก็มาทำสวน ก็เลยจะมีความลุยๆ มีความแมนๆ นิดหนึ่ง ส่วนอีกคนก็จะเป็นคนเปรี้ยวๆ ไปเลย เซ็กซี่ แต่งตัวจัด ก็ต้องรอลุ้นไปค่ะ อยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้คิมด้วยว่าจะรอดมั้ย (หัวเราะ)

น่าสังเกตว่า ทั้ง “ดั่งดวงหฤทัย” และ “สองเสน่หา” เป็นละครรีเมคเหมือนกันเลย แล้วถือว่าเป็นละครรีเมคที่มีชื่อเสียงอยู่เหมือนกัน คิมได้ดูเวอร์ชั่นเก่าบ้างไหม และมีความกดดันมาจากเวอร์ชั่นเก่าๆ บ้างไหม

มีคนตั้งฉายาให้คิมว่าเป็น “เจ้าแม่รีเมค” แล้วค่ะ (หัวเราะ) เพราะว่าที่ผ่านมาก็เล่นละครรีเมคมาโดยตลอด แต่ว่าคิมไม่เคยดูเวอร์ชั่นเก่าของละครรีเมคที่คิมเคยเล่นเลยค่ะ เวลาออนแอร์ไปมันก็เลยจะกลายเป็นอีกเวอร์ชั่น เป็นเวอร์ชั่นของเราหรือเวอร์ชั่นของผู้จัด คนเขียนบทโทรทัศน์ที่เขาเขียนบทเปลี่ยนใหม่ทั้งเรื่องเลยค่ะ มันก็เลยจะไม่ได้เหมือนกับเวอร์ชั่นเก่าซะทีเดียว

ถ้าให้คิมมีเวลาหนึ่งวันในการพูดคุยหรือสนทนากับกุลสตรีหนึ่งคน คิมอยากคุยกับใครมากที่สุด

คุยกับบียอนเซ่ได้มั้ยอ่ะ (หัวเราะ) อยากคุยกับบียอนเซ่ เพราะว่าเขาเก่งมากเลยอ่ะ เวลาที่เขาแสดงน่ะค่ะ มันจะเหมือนว่าเขากำลังเป็นมนุษย์อีกคนหนึ่ง เราเลยอยากจะคุยกับเขา อยากรู้ว่าทัศนคติของเขาเป็นอย่างไร เขามีความคิด มีมุมมองในการใช้ชีวิตอย่างไร แล้วเขาก็เป็นแม่คนด้วย แล้วเสียงเขาก็โคตรดีเลยอ่ะ (เน้นเสียง-หัวเราะ) ก็เลยอยากรู้ว่าเขามีชีวิตเป็นยังไง

คิมเบอร์ลี่

กุลสตรีฉบับนี้ ครบรอบ 49 ปี ก็เลยอยากถามคิมเล่นๆ ว่า คิดว่าคิมในอายุ 49 ปี น่าจะมีชีวิตอย่างไร

(หัวเราะดังมาก) คิมตอนอายุ 49 ปีเหรอ อืม…(นิ่งคิด) ก็คิดว่ายังอยากทำงานในวงการบันเทิงนะคะ แต่ถ้าถึงจุดนั้นแล้วก็คง…

เป็นนางเอก

แล้วคิดว่าจะได้เป็นมั้ยอ่ะ (หัวเราะดังมาก) ไม่รู้อ่ะ ถึงตอนนั้นคงอยากเป็นแม่คน ไม่อยากเป็นแม่นางเอกอีกที (หัวเราะ)

อยากให้คิมช่วยอวยพรวันเกิดนิตยสารกุลสตรี ในวาระครบรอบ 49 ปีให้หน่อย

ค่ะ ก็ขอให้กุลสตรีอยู่ไปอีกหลายๆ ร้อยปีเลยนะคะ (หัวเราะดังมาก) แล้วก็ขอให้อยู่เป็นขวัญใจ คู่คนไทยไปอีกนานแสนนาน แล้วก็ขอให้ทีมงานและแฟนคลับของกุลสตรีทุกๆ คนสุขภาพแข็งแรง แล้วก็เจริญยิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ ขอให้เฮงๆๆ นะคะ (ยิ้ม-หัวเราะ)

คำถามสุดท้าย-มีอะไรอยากจะบอกกับแฟนคลับที่สนับสนุนและติดตามผลงานของคิมเบอร์ลี่มาโดยตลอดบ้าง

สิ่งที่คิมจะพูดได้ก็คือคำว่าขอบคุณนะคะ ที่อยู่กับคิม ไม่ว่าจะช่วงไหนของชีวิต ก็อยู่เคียงข้างคิมตลอด ไม่เคยทิ้งคิมไปไหนเลย แล้วก็ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้คิม ถ้าคิมไม่มีแฟนคลับ คิมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร ก็คงไม่ได้มาถึงตรงนี้แน่นอน ก็ขอขอบคุณมากๆ ค่ะ แล้วก็ฝากกุลสตรีด้วยค่ะ (หัวเราะ)


คุยนอกเรื่อง

มีเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับคิมที่คนไม่ค่อยรู้คือ คิมมีความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์

ใช่…คือถ้าสมมติว่าไม่ได้เป็นนักแสดงก็อยากเป็นดีไซเนอร์ค่ะ

ทำไมถึงชอบด้านนี้

คิมเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหมือนคนอื่นเขาน่ะ ชอบวาดชุด ออกแบบชุดมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ ก็เลยอยากจะมีเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง แต่พอได้มาลองทำร่วมกับ M2S (แบรนด์ Kleider by Kimberley) ปรากฏว่ามันยากมาก (หัวเราะ) ดูไม่ออกเลย การเลือกผ้าชิ้นเล็กๆ อะไรแบบนี้ ก็เลยแบบว่าเริ่มจะไม่เป็นค่ะ (หัวเราะ) มันก็เลยค่อนข้างที่จะยากมากๆ

แล้วยังมีความอยากทำอยู่ไหม

ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำนะคะ แต่ว่ามันต้องใช้เวลามากๆ เลยค่ะ

มีแพลนหรือมีโปรเจ็กท์เกี่ยวกับการดีไซน์เสื้อผ้าที่อยากทำไว้ในใจบ้างไหม

ตอนนี้คงไม่ใช่เสื้อผ้าเป็นหลักแล้วล่ะ (หัวเราะ) เพราะว่าพอเราได้มาลองทำแล้วมันยากอ่ะ มันยากมากเลยค่ะ (เน้นเสียง) ดีเทลมันเยอะมาก แล้วเราก็ไม่ค่อยมีเวลา

แล้วถ้ากุลสตรีจะชวนคิมมาทำโปรเจ็กท์ดีไซน์เนอร์ซักโปรเจ็กท์หนึ่ง อยากมาร่วมด้วยไหม  

ให้คิมทำหน้าที่อะไรคะ

อาจจะมาเป็นดีไซน์เนอร์เสื้อผ้า เป็นสไตลิสต์ อะไรแบบนี้

กลัวพี่แอล (สไตล์ลิสต์เซ็ทแฟชั่น) ตกงานอ่ะ (หัวเราะดัง)


-Kimmy’s Flash Quiz-

ถามคำ ตอบคำ กับคิมเบอร์ลี่


 

[Sassy_Social_Share]
669