หากจะเปรียบชีวิตของคนๆ หนึ่งกับเพชรน้ำงามสักเม็ด ในหนึ่งชีวิตนั้นย่อมเปี่ยมไปด้วยแง่มุมอันหลากหลายไม่ต่างจากเหลี่ยมมุมของประกายแห่งแสงเพชร เช่นเดียวกับมุมมองชีวิตของ คุณนก – นพรัตน์ วงศ์สินหิรัญ เจ้าของร้านเพชร Nine Gems ที่เปี่ยมความระยิบระยับหลากมิติ

“เริ่มต้นจากคุณพ่อทำธุรกิจตัวแทนขายเพชรกับร้านอยู่แล้ว เราก็อยากจะต่อยอดอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง” คุณนกเล่าย้อนไปถึงจุดกำเนิดของร้าน Nine Gems เมื่อร่วม 15 ปีที่แล้ว “ตอนแรกลองไปขายเพชรแต่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ก็เลยไปลงคอร์สเรียนเกี่ยวกับการผลิตจิวเวลรี่ การออกแบบจิวเวลรี่ ถามว่าทำไมถึงต้องไปเรียนทั้งที่คุณพ่อก็ทำงานอยู่ในแวดวงนี้อยู่แล้ว คือเป็นคนที่ว่าถ้าจะขายอะไรให้คนอื่น เราก็จะต้องมีความรู้เรื่องนั้นๆ ให้ถึงที่สุด เวลามีคำถามอะไรเราจะได้ตอบลูกค้าถูก ให้คำแนะนำที่ถูกต้องได้ และเราก็อยากทำงานให้ดีที่สุดด้วย

…พอเรียนจบก็เริ่มทำสินค้าออกมาขายเลย ก็ได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดี เลยตัดสินใจเปิดร้าน ซึ่งตอนแรกคือยังไงก็คิดไม่ออกสักทีว่าจะตั้งชื่อร้านว่าอะไรดี สุดท้ายก็ใช้ชื่อเราคือ นพรัตน์ ที่แปลว่าแก้ว 9 อย่าง และเป็นชื่อที่คุณยายตั้งให้ด้วย ในภาษาอังกฤษคือคำว่า Nine Gems ก็เลยเลือกชื่อนี้แหละเป็นชื่อร้าน เปิดร้านมาจนวันนี้ก็ราว 15 ปีแล้วค่ะ”

นับจากวันเริ่มต้นกระทั่งถึงทุกวันนี้ เครื่องประดับเพชรและอัญมณีในนาม Nine Gems ที่ผ่านการออกแบบและดูแลการผลิตในทุกขั้นตอนโดยคุณนก จะเน้นงานดีไซน์ที่เรียกได้ว่างดงาม คลาสสิก เหนือกาลเวลา

“อัญมณีในใจ แน่นอนว่าต้องเป็นเพชรค่ะ เพราะ diamond are forever เพชรไม่มีสี เป็นสีใสๆ เพราะฉะนั้นจึงเข้าได้กับทุกสีสัน ทุกสไตล์เสื้อผ้า แมตช์กับอัญมณีอื่นๆ ได้ทุกประเภท คือเพชรมีความหรูหราก็จริง แต่ก็เป็นอัญมณีที่เป็นมิตรกับเสื้อผ้าทุกสไตล์ ใส่กับชุดราตรีก็ยิ่งช่วยเพิ่มความเจิดจรัส แต่ขณะเดียวกันถ้าคุณใส่ยีนส์เซอร์ๆ แล้วสวมแหวนเพชร ก็จะช่วยให้ลุคนั้นดูแพงแบบเก๋ๆ ดูสบายๆ แต่แอบหรูได้เลย

“ผู้หญิงเรายังไงก็คู่กับเรื่องความสวยความงาม การที่เราจะซื้อเสื้อผ้าหรือกระเป๋า รองเท้า ก็เพื่อเป็นส่วนส่งเสริมให้เราดูสวยงามมากขึ้น เช่นเดียวกับเครื่องประดับก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่บนร่างกายเพื่อเพิ่มเสน่ห์ ยกตัวอย่างผู้หญิงคนหนึ่งมีหน้าที่การงานดี แต่งตัวดี แต่เลือกสวมใส่เครื่องประดับที่ดูไม่ส่งเสริมบุคลิกหรือหน้าที่การงาน ก็อาจทำให้ความน่าเชื่อถือดูน้อยลงไป เพราะฉะนั้นการเลือกเครื่องประดับที่ดีไซน์สวยงามดูมีค่าสักชิ้น เช่น ต่างหูเพชรสักคู่ ไม่ต้องเม็ดใหญ่มากก็ได้ เม็ดเล็กๆ ดีไซน์สวยงาม ก็ช่วยเสริมบุคลิกภาพที่ดีขึ้นได้”

เทคนิคในการจะเลือกซื้อเพชรหรืออัญมณีสักชิ้น คุณนกแนะนำว่า “เริ่มต้นซื้อเครื่องประดับเพชร ควรศึกษาหาความรู้ก่อน ซื้อร้านไหนไม่สำคัญเท่ากับได้คุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผล ที่สำคัญคือ เลือกรูปแบบที่เข้ากับตัวเอง เหมาะกับบุคลิกภาพของเรา ไม่เกี่ยวกับว่าต้องชิ้นใหญ่ๆ ต้องราคาแพง เพราะถ้าพูดกันตามความจริงแล้ว เพชรก็คือเครื่องประดับชนิดหนึ่ง ซึ่งหน้าที่ของมันคือช่วยส่งเสริมความสวยงามให้กับผู้ที่สวมใส่ ฉะนั้นข้อที่หนึ่งเลยคือ ต้องเหมาะกับตัวเรา ข้อสองคือต้องเหมาะกับงานหรือสถานที่ที่เราไป จำนวนชิ้นมากน้อยขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและวาระโอกาส”

สำหรับสไตล์การแต่งตัว คุณนกยังคงเลือกการแต่งตัวแบบเดียวกับที่เลือกเครื่องประดับ นั่นคือ เลือกแต่งให้เหมาะสมกับวาระโอกาสเป็นหลัก

“แบรนด์โปรดของนกคือ Poem คัตติ้งดี ดีไซน์ไม่เยอะจนเกินไป ใส่แล้วมีทั้งความสวยงามแบบผู้หญิง ในขณะเดียวกันก็ดูหรูหราสง่างาม คือนกมองว่าเสื้อผ้าของแบรนด์ไทยมีคุณภาพไม่ต่างจากแบรนด์นอก แต่ในราคาที่เราสามารถจับจ่ายได้ แล้วทำไมเราจะไม่สนับสนุนแบรนด์ไทยล่ะคะ”

นอกจากเสื้อผ้าและเครื่องประดับแล้ว รองเท้าส้นสูงยังเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งซึ่งคุณนกขาดไม่ได้ในการคอมพลีทลุคในแต่ละวันให้สวยงามสมบูรณ์แบบ

“แต่ก่อนก็ซื้อสะเปะสะปะไปเรื่อย แต่เมื่อเราเติบโตขึ้น เราก็จะรู้แล้วว่าอะไรที่เหมาะกับเรา อย่างเช่นรองเท้าสมัยก่อนมีแทบทุกแบบ แต่สุดท้ายเราก็รู้แล้วว่าสิ่งสำคัญคือต้องใส่สบายเป็นอันดับแรก ก็ตัดช้อยส์ออกทีละแบรนด์ แต่ละแบรนด์ก็จะเหลือแค่ไม่กี่รุ่น แล้วเราก็เลือกแบบนั้นๆ เป็นหลักโดยเปลี่ยนสีเอา แบรนด์ที่ชอบคือ Salvatore Ferragamo และ YSL เพราะว่าใส่สบาย เวลาไปเดินงานแฟร์ทั้งวันรู้สึกว่าสบายเท้า ไม่กัด เดินได้คล่องแคล่ว นกเป็นคนที่สูงอยู่แล้ว แต่ก็ชอบใส่รองเท้าส้นสูงที่ทำให้เราดูสูงขึ้นไปอีก เพราะรู้สึกว่าผู้หญิงเราเวลายืนอยู่บนส้นสูงแล้วดูหลังตรงหน้าเชิด ดูสง่างาม”

“เรื่องแต่งหน้าส่วนมากถ้าไม่ได้ออกงานก็จะแต่งเองค่ะ ค่อนข้างแต่งครบ คิ้ว ตา แก้ม ปาก อย่างละนิดละหน่อยค่ะ ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือลิปสติก มีสีที่ออกชมพูมากหน่อย เราไม่ได้เป็นคนที่ผิวไม่ได้ขาวมาก ทาลิปสีออกชมพูหน่อยๆ ก็จะช่วยให้มีสีสันที่สวยงามแต่ยังดูเรียบร้อย นกให้ความสำคัญกับการดูแลผิวมากเป็นพิเศษค่ะ มีทั้งทำทรีตเม้นต์บ้าง และเลือกแบรนด์สกินแคร์ที่เหมาะกับผิวหน้าของเรา มีลองไปหลายแบรนด์นะคะ ที่บ้านจะมีครีมที่เราซื้อไปแล้วใช้ไม่หมด แต่สุดท้ายก็มาลงเอยที่ตระกูล Life Plankton ของ Biotherm เพราะตอบโจทย์เราได้ครบ ทั้งเรื่องความชุ่มชื้น กระจ่างใส และผิวกระชับนุ่มเนียน

“เรื่องออกกำลังกายก็ค่อนข้างสำคัญมาก เพราะถ้าร่างกายเราแข็งแรง ก็จะส่งผลดีจากภายในสู่ภายนอก นกเล่นโยคะ นกว่าเป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง ให้เราได้อยู่กับตัวเอง และทำให้เราได้รู้จักลิมิตร่างกายของตัวเอง บางท่าเราพยายามทำแต่ร่างกายไม่สามารถไปต่อได้แล้วเราก็ต้องหยุด แต่ว่าระหว่างที่ฝึกเราก็จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เมื่อได้รับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจากท่าที่เราเคยทำไม่ได้ก็จะค่อยๆ ทำได้ในท้ายที่สุด โยคะคือกีฬาที่ขึ้นอยู่กับตัวเราเองล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับอุปกรณ์ใดเลย”

หันกลับมามองในเหลี่ยมมุมอื่นๆ ของชีวิตบ้าง ซึ่งแม้คุณนกจะเป็นผู้หญิงทำงานยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานที่เธอรักและลงมือทำด้วยหัวใจแล้ว หากแต่เธอยังคงจัดสรรเวลาส่วนตัวเพื่อมองหาแง่มุมและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลงคอร์สเรียนทำเบเกอรี่ เรียนเปียโน หรือศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก สาขา Finance ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ที่เลือก Finance เพราะเป็นสาขาวิชาที่เราสนใจมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่เผอิญตอนนั้นสอบติดคณะวิศวกรรม เราก็เลยเก็บความอยากรู้อยากศึกษาเรื่องนี้ไว้ในใจมานาน ทีนี้พอชีวิตเราผ่านการทำงานการใช้ชีวิตมาจนมาถึงจุดที่ค่อนข้างลงตัวในระดับหนึ่งแล้ว เราก็อยากมองหาอะไรใหม่ๆ ให้กับตัวเองบ้าง และรู้สึกว่าอยากให้ชีวิตมีระเบียบวินัยใหม่ๆ มีจุดมุ่งหมายใหม่ๆ บ้าง คืออย่างน้อยพอเราเลิกงานในแต่ละวัน เราก็จะมีเป้าหมายว่าเราต้องอ่านหนังสือนะ ไม่ใช่เอาเวลาไปทำเรื่องไร้สาระอื่นๆ และสำคัญที่สุดคือเราก็ได้ตอบสนองความอยากรู้อยากศึกษาทางด้านนี้ มานานของตัวเราเองด้วย”

เมื่อถามถึงอีกด้านหนึ่งของชีวิตลูกผู้หญิง ซึ่งนั่นคือเรื่องความรัก คุณนกยิ้มรับและตอบอย่างมั่นอกมั่นใจว่าเธอยังเป็นโสด อีกทั้งยังมีความสุขดีกับชีวิตโสด

“ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสียค่ะ การไม่ได้แต่งงานทำให้เราได้ใช้ชีวิตของเราได้เต็มที่ ได้อยู่กับเพื่อน ได้ดูแลครอบครัวเราได้อย่างเต็มที่ ถ้าเราแต่งงานเราก็จะมีครอบครัวของเราเอง ซึ่งเราก็ต้องจัดสรรเวลาในการดูแลคนรอบข้างและชีวิตตัวเองมากขึ้น แต่พอเราเป็นโสด เวลาทั้งหมดของชีวิต 24 ชั่วโมงก็จะเป็นของเรา เรารู้สึกเป็นอิสระกับการได้เป็นเจ้าของชีวิตตัวเองอย่างแท้จริง เพราะสำหรับนกแล้วการจะมีคนอีกคนหนึ่งเข้ามาในชีวิต ก็ไม่เรียกว่าการเติมเต็มนะ แต่คิดว่าคือการใช้ชีวิตให้บาลานซ์ ไปด้วยกันได้มากกว่า”

 

ส่วนหนึ่งจากคอลัมน์ Style Sheet ในนิตยสารกุลสตรีฉบับเดือนกันยายน 2561

0