อยากให้เล่าความรู้สึกหลังจากผ่านพ้นงาน BNK48 6th Single Senbatsu General Election หน่อย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง โล่งใจไหม หรือยังมีอะไรที่ยังกังวลอยู่

รู้สึกว่าโตขึ้นค่ะ โตขึ้นภายในหนึ่งเดือน จากที่แต่ก่อนอรรู้สึกว่า ทุกอย่างที่เราทำต้องได้รับผลตอบแทนที่ดี แต่ความจริงแล้วอันดับที่ 6 มันดีด้วยซ้ำนะ ถ้าเทียบกับทั้งวง จากที่หนูคิดว่าควรจะได้ผลตอบแทนที่ดี ที่เหมาะสมกับที่ทำงานหนัก ร่างกายฉันพัง สุขภาพจิตฉันเสีย ฉันยอมทุ่มทุกอย่างเพื่อวง แต่สุดท้ายแล้วมันอาจจะไม่ได้ตามเป้าหมายที่หวังไว้ ซึ่งมันก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะตายนี่หว่า ก็เลยไม่รู้ว่าจะเครียดทำไม

ง่ายๆ เลย คือเราก็แข่งขันกันมาตั้งแต่เกิดแล้วปะ ตั้งแต่สเปิร์มเป็นล้านๆ ตัว กว่าที่จะเกิดมาเป็นเราคนหนี่ง มีการจัด Ranking ในห้องเรียนตลอด ซึ่งใน BNK48 มันชัดเจนว่าใครดังหรือไม่ดัง แต่มันไม่ได้เป็นตัววัดว่าตัวเรามีคุณค่าแค่ไหน

ซิงเกิลก่อนหน้านี้ ไม่ได้เห็นการ Ranking ที่ชัดเจนในการจัด Senbatsu แต่ในงาน General Election ครั้งนี้ มันทำให้เราสามารถเห็น Ranking แบบชัดๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นอันดับ หรือแม้แต่คะแนนโหวต มันทำให้เกร็งหรือเครียดกว่าปกติบ้างไหม

มีผลค่ะ มีผลต่อทุกอย่าง ถ้าเกิดมีพรีเซ็นเตอร์เข้ามา เขาก็จะเลือกจากคามิเซเว่นก่อน คามิเซเว่นก็จะเด่นกว่าหน่อย จริงๆ มันมีแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งอีกค่ะ ตอนแรกๆ หนูก็เครียด เพราะว่าหนูเป็นคนที่แพ้ไม่เป็น แต่เอาจริงๆ หนูว่าแพ้บ้างก็ได้ ไม่เป็นไร

อย่างตอนแรกหนูจะไม่ได้เป็น Media Senbatsu เลย คือ Media Senbatsu อันดับ 1-6 ก็จะได้ออกงานตลอด ความนิยมก็จะก้าวกระโดดกว่าคนที่ไมได้เป็น Media Senbatsu แล้วถ้าเราเป็นเมมเบอร์ปกติแล้วการที่จะถูกเลือกไปเป็นพรีเซ็นเตอร์มันโคตรยากเลย ซึ่ง Social Media มันก็ทำให้คนข้างนอกเห็นว่า คนนี้มีต้นทุนมากกว่าคนอื่น งั้นเลือกคนนี้ดีกว่า เพื่อที่สินค้าจะได้มีคนเห็นมากขึ้น มันมีการจัดอันดับอยู่ตลอด

อยากย้อนกลับไปตอนประกาศผลด่วนครั้งแรก (24 ชั่วโมงหลังจากเปิดโหวต) แล้วครั้งนั้นอรได้อันดับที่ 13 ซึ่งต่ำกว่าที่แฟนคลับคาดเอาไว้ อยากรู้ว่าตอนนั้น อรรู้สึกอย่างไรบ้าง

ตอนนั้นรู้สึกว่าเฟล เหมือนเสียหน้านิดนึง เพราะว่าหนูเคยไปนั่งอ่านที่เขาเก็งกันว่าใครจะติดคามิเซเว่น แล้วก็มีชื่อเราด้วย ใจมันก็พองโต แต่ปรากฏว่าได้ที่ 13 จริงๆ อันดับ 13 ก็ถือว่าติด Senbatsu แล้วนะ แค่อาจจะอยู่แถวหลังๆ หน่อย ก็เลยรู้สึกโกรธตัวเอง หรือเพราะว่าเราทำได้ไม่ดีหรือเปล่าวะ ปรากฏว่าแฟนคลับแต่ละบ้านยังกั๊กโหวตอยู่ ยังไม่ได้ทุ่มโหวตกัน (หัวเราะ) แต่หนูก็ไม่ได้โกรธแฟนคลับนะ

ถ้าเกิดมี General Election อีก จะลงสมัครไหม

ลงค่ะ เพราะอยากสนับสนุนค่าย (หัวเราะ) มันก็เหมือนเป็นกิจกรรมหนึ่ง แต่ก็ต้องดูด้วยว่าต่อจากนี้งานจะยุ่งไหม ถ้างานยุ่งมากหนูก็อาจจะไม่ลง แล้วแต่ฟีลช่วงนั้นด้วยมั้ง ต้องรอดูก่อน

Orn BNK48

พูดถึงซิงเกิลที่ 6 BEGINNER หน่อย ว่ามีความยากกว่าซิงเกิลอื่นๆ ยังไงบ้าง

หนูว่าเฉยๆ มันเป็นเพลงที่หนูชอบอยู่แล้ว ถ้าไม่นับว่าหนูเป็นเซ็นเตอร์เพลง River นะ หนูชอบเพลงนี้มากกว่า River อีก หนูรอว่าเมื่อไหร่เพลง Beginner จะมาซักที แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาในซิงเกิล General Election

คิดว่าคำว่า BEGINNER คืออะไรในความคิดของอร

จุดเริ่มต้น เริ่มต้นทำในสิ่งที่ตัวเองไม่คิดว่าจะได้ทำหลายๆ ถ้าหนูไม่ได้เข้า BNK48 หนูก็คงเป็นเด็กคนหนึ่งที่เรียนแฟชั่น แล้วก็ทำงานเบื้องหลัง เป็นสไตลิสต์ให้กับดารา แต่พอหนูเข้ามา หนูได้เป็นไอดอล ได้เป็นนักแสดง เป็นนักเขียน ได้เป็นนางแบบ ถ่ายแบบ อะไรแบบนี้ มันเป็นจุดเริ่มต้นของความใฝ่ฝันที่หนูอยากจะทำ

Orn BNK48

พูดถึงซิงเกิลที่ 6 BEGINNER หน่อย ว่ามีความยากกว่าซิงเกิลอื่นๆ ยังไงบ้าง

หนูว่าเฉยๆ มันเป็นเพลงที่หนูชอบอยู่แล้ว ถ้าไม่นับว่าหนูเป็นเซ็นเตอร์เพลง River นะ หนูชอบเพลงนี้มากกว่า River อีก หนูรอว่าเมื่อไหร่เพลง Beginner จะมาซักที แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาในซิงเกิล General Election

คิดว่าคำว่า BEGINNER คืออะไรในความคิดของอร

จุดเริ่มต้น เริ่มต้นทำในสิ่งที่ตัวเองไม่คิดว่าจะได้ทำหลายๆ ถ้าหนูไม่ได้เข้า BNK48 หนูก็คงเป็นเด็กคนหนึ่งที่เรียนแฟชั่น แล้วก็ทำงานเบื้องหลัง เป็นสไตลิสต์ให้กับดารา แต่พอหนูเข้ามา หนูได้เป็นไอดอล ได้เป็นนักแสดง เป็นนักเขียน ได้เป็นนางแบบ ถ่ายแบบ อะไรแบบนี้ มันเป็นจุดเริ่มต้นของความใฝ่ฝันที่หนูอยากจะทำ

พอพูดถึงเรื่องนักเขียน อรเป็นคนแรกที่ได้เป็นนักเขียนด้วย เล่าถึงหนังสือ “Orn the way” และการเป็นนักเขียนกับสำนักพิมพ์ SALMON หน่อย

หนูทำหลายอย่าง (หัวเราะ) จุดเริ่มต้นคือหนูได้เขียนผลงานลงในหนังสือ B-SIDE กับสำนักพิมพ์ SALMON ค่ะ แล้วเขาเห็นว่าหนูมีแนวทางการเขียนที่พอจะไปเป็นนักเขียนได้ ก็เลยทาบทามหนู ตั้งแต่ตอนที่หนูแสดงหนัง (App War) พอถ่ายหนังเสร็จ หนูก็เลยติดต่อกับทางสำนักพิมพ์ เขาก็ถามว่าคุณอยากเขียนแนวไหน ตอนแรกหนูกะว่าจะเขียนแนวไลฟ์สไตล์ รีวิวโน่นนี่นั่น เป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ (หัวเราะ) ก็เลยไปถามผู้ใหญ่ว่าจะเขียนแนวไหนดี พี่ต้อม (จิรัฐ บวรวัฒนะ ผู้บริหาร BNK48) ก็เลยแนะนำว่าเดี๋ยวนี้หนังสือท่องเที่ยวกำลังฮิต เขาก็เลยบอกว่าอยากให้ไปเที่ยวที่ไหนสักที่ ไปทำอะไรก็ได้ แล้วก็เขียนเป็นหนังสือออกมา

ประเทศแรกที่เขาเลือกมาคืออยากให้ไปญี่ปุ่น แต่ว่าหนูรู้สึกว่า BNK48 มันก็มาจากญี่ปุ่น แล้วทุกครั้งที่ไปญี่ปุ่นมันก็เป็นการทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยว แล้วคนก็เขียนกันเยอะแล้ว สามารถหาอ่านในอินเทอร์เน็ตได้ ก็เลยกำหนดธีมว่า การไปเที่ยวครั้งนี้เหมือนไป Refresh ชีวิต เพราะตั้งแต่เข้ามาอยู่ในวง หนูไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนแบบยาวๆ เลย ทำงานจนหนูลืมความเป็นตัวของตัวเอง อยู่ที่นี่หนูต้องสวมมาสก์ ต้องใส่หูฟังแต่ไม่ได้เปิดเพลง จนหนูลืมเป้าหมายที่แท้จริงในการใช้ชีวิต

การรีเฟรชครั้งนี้หนูก็เลยคิดว่าเป็น BEGINNER (หัวเราะ) เป็นการเริ่มต้นใหม่กับตัวเอง แล้วก็อยากไปในประเทศที่ไม่มีใครรู้จักเรา หนูก็เลยเลือกประเทศที่หนูอยากไปเรียนแฟชั่น คืออิตาลี ถ้าไม่ได้อยู่ในวง ตอนนี้หนูคงเรียนอยู่ที่อิตาลีแล้ว

หนูก็เลยเลือกไปมิลาน เพราะว่ามิลานก็เป็นเมืองของแฟชั่น แล้วก็วางแผนว่าจะไปเมืองอื่นด้วย เพราะคงอยู่ที่มิลานทั้งอาทิตย์ไม่ได้ ในเมื่อได้ไปอิตาลีแล้ว ก็เลยเดินทางตามที่หนูอยากจะไป ทั้งเมืองที่ดูโรแมนติกมากๆ อย่างเวโรนา เมืองที่เป็นแหล่งช็อปปิ้ง หรือเมืองที่ไม่คิดว่าจะสวยมากๆ อย่างโรม

Orn BNK48

ใน MV เพลง BEGINNER มีการพูดถึงด้านมืด (Darkside) ด้วย ก็เลยอยากรู้ว่า ด้านมืดในความคิดของอรคืออะไร

เอาจริงๆ หนูว่าทุกคนมันก็จะมีหลายโหมดอยู่แล้ว อรไม่เชื่อว่าจะมีใครมีด้านสว่างอยู่ตลอดเวลา Darkside ก็คือจุดบอดในชีวิตของเรา เป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุด เป็นส่วนที่ไม่อยากเปิดเผยออกมา อาจจะเป็นตัวตนของเรา เป็นที่เรารักที่สุดก็ได้ ใครจะไปรู้ ไม่ได้หมายความว่าตัวตนของเราคือ Darkside นะ แต่คงไม่อยากให้ใครรู้ว่าความอ่อนแอของเราคืออะไร

แล้วเราควรจะกำจัด Darkside ออกไป หรือควรจะอยู่ร่วมกับมันให้ได้

คนเราทุกคนคงมีด้านที่เราอยากจะแสดง คงไม่ได้มานั่งแสดงว่าเป็นคนที่แสนดีตลอดเวลา หรือร้าย หรือด้านอ่อนแอ ตลอดเวลา มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บุคคล เวลา สถานที่ด้วย บางทีเราอาจจะแสดงด้านที่อ่อนแอที่สุดให้พ่อแม่เห็นก็ได้

เรื่องอะไรในชีวิตที่อรรู้สึกว่ายังเป็นได้แค่ Beginner ยังก้าวข้ามไปไม่พ้นสักที

หนูว่าก็หลายเรื่องในชีวิตนะ หนูยังรู้สึกว่า หนูยืนอยู่จุดนี้ ก็ยังเป็นน้องใหม่อยู่เสมอ ถ้าเกิดเราทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว มันก็จะมีคนที่เก่งกว่าเราอยู่เสมอ ตลอดเวลา คนอาจจะคิดว่าอรอยู่แถวหน้าแล้ว เป็นตัวท็อป ออกงาน พูดคล่อง เป็น MC แต่ว่าทุกอย่างมันก็ต้องมีการพัฒนา ซึ่งเอาจริงๆ อรไม่ได้เป็นคนพูดเก่งนะ แต่อรเป็นคนพูดมาก (หัวเราะ) ตอนที่เล่นหนัง หนูก็เคยโดนด่าว่าทำไมไม่เล่นเป็นตัวของตัวเอง หนูก็แบบ คุณ…หนูสวมบทบาท “มายด์” ใน App War อยู่ ไม่ใช่อร BNK48 You Know?

สรุปคือการทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว เป็น BEGINNER นั่นแหละดีที่สุดแล้ว ผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงก็เคยบอกว่า การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นน้องใหม่ตลอดเวลานั่นแหละ ดีที่สุดในวงการนี้แล้ว

ถ้าอรได้มีโอกาสสลับ Position กับเมมเบอร์คนไหนก็ได้ในเพลง BEGINNER หนึ่งวัน อยากสลับกับใครมากที่สุด

ไม่ค่ะ เพราะว่าซิงเกิลนี้มันเป็นซิงเกิลที่แฟนๆ เลือกมา ถ้าหนูอยูอันดับที่ 6 ก็อยู่อันดับที่ 6 มันเป็นเพราะความรักที่มีให้กับอร ที่ส่งมาให้อรยืนอยู่ตรงจุดนี้ ก็เลยไม่จำเป็นจะต้องย้ายไปอยู่อันดับอื่นๆ

คำถามสุดท้าย ถ้าอรมีโอกาสได้ตั้งชื่อบทสัมภาษณ์นี้ด้วยตัวเอง อยากตั้งชื่อว่าอะไร  

การเติบโตของอร (หัวเราะ)

ใช้ชื่อว่า “การเติบโตของอรอุ๋ง” ได้มั้ย

(หัวเราะ) ได้ค่ะ ที่จริงหนูว่าคนเรามันเติบโตอยู่ทุกวันอยู่แล้ว วันนี้หนูก็โตกว่าเมื่อวาน วันนี้ก็เลยโตขึ้น ทำตัวดีขึ้น ตอนนี้หนู 22 ก็โตว่าตอนอายุ 19 ตอนที่เข้าวงใหม่ๆ ก็เลยเป็นการเติบโตของอร หรือว่าการเติบโตของอรอุ๋งก็ได้ค่ะ


คุยนอกเรื่อง 

อยากให้พูดถึงแฟนคลับ #ทุกด้อมหย่อมหญ้า ของอรหน่อย

ทุกด้อมหย่อมหญ้า (หัวเราะ) เพราะว่าแฟนคลับหนูมีหลายบ้าน แล้วหนูว่าแฟนคลับเป็นยังไง โอชิก็เป็นอย่างนั้น (หัวเราะ) ถ้าหนูเป็นแฟนคลับ อร BNK48 หนูก็คงมีหลายบ้านเหมือนกัน หนูก็คงอยากจะสร้างบ้านขึ้นมาเอง ฉันมีแนวคิดแบบนี้ ไม่อยากจะซ้อนกับใคร

แต่ละบ้านก็มีแนวคิดที่ต่างกันด้วยนะ บางบ้านก็ฮาเหลือเกิน บางบ้านก็จะแบบ ลูกจ๋า… บางบ้านก็จะเป็นน้องสาว ตอนแรกมันมีบ้านเดียว หนูก็เลยพูดถึงแค่บ้านเดียวไงคะ ทีนี้มันแตกออกเป็นหลายบ้าน หนูก็กลัวพวกเขาจะน้อยใจ หนูก็เลยตัดปัญหาด้วยการไม่พูดถึงบ้านไหนเลย ก็เลยคิดคำว่า “ทุกด้อมหย่อมหญ้า” หมายถึงทุกด้อม แล้วก็มีหย่อมหญ้าที่ไมได้เข้าไปอยู่ในบ้าน ในสังกัดไหน

Orn BNK48


– Minutes With Orn BNK48 –


 

[Sassy_Social_Share]
8029