เมื่อชีวิต “คนเบื้องหน้า” ร้อยเรียงไปพร้อมการเป็น “คนเบื้องหลัง”

มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล

ย้อนกลับไปสิบกว่าปีก่อน “โดนัท-มนัสนันท์” คือชื่อของดาราหญิงวัยรุ่นที่มีผลงานการแสดงทั้งภาพยนตร์ ละคร รวมถึงมิวสิควิดีโอมากมาย ตลอดระยะเวลาในวงการบันเทิง เธอเรียนรู้และพัฒนาฝีมือจนสามารถก้าวไปสู่การเป็นนักแสดงมากฝีมือได้อย่างเต็มภาคภูมิ และอีกบทบาทในวันนี้ นั่นคือ บทบาทของ “ผู้กำกับ” ซึ่งเธอถึงกับออกปากว่าชอบยิ่งกว่างานแสดงเสียอีก

เรื่อง : fiefiez S. ภาพ : Thanut Tre.

นอกจากจะมีผลงานการแสดงละคร “มาตุภูมิแห่งหัวใจ” ที่เพิ่งลาจอไปไม่นาน  และละคร “นางบาป” ที่ใกล้ออนแอร์เต็มที ปัจจุบันโดนัทกำลังทุ่มเทเวลาในฐานะผู้กำกับฯให้กับโปรเจ็กต์หนังสั้นว่าด้วยเรื่องราวของ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก่อนจะไปคุยไกลถึงเรื่องนั้น เราขอเริ่มด้วยการย้อนวันวาน ถึงการก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงของเธอก่อน

   “โห นานเหมือนกันนะ” เธอทำท่าคิด

   “เรียนอยู่ปี 1 ที่เริ่มแบบจริงๆ จังๆ นะ ก็ทำโฆษณาแหละ ถ่ายโฆษณาก่อน แล้วก็ เข้ามาทำละครทีหลัง ก็เหมือนดาราหลายๆ คนสมัยนั้น ไปเดินสยามเจอโมเดลลิ่ง แล้วก็เข้ามาถ่ายโฆษณา เล่นมิวสิควิดีโอ แล้วก็เริ่มเล่นละคร มันจะเป็นสเต็ปของเด็กยุคนั้น แล้วตอนนั้นนักแสดงในวงการยังไม่เยอะขนาดนี้ เราก็ไม่ได้คิดว่าจะทำมาต่อเนื่องหรอก แต่ถึงตอนนี้ก็ยังทำมาเรื่อยๆ”

   และด้วยการเลือกเรียนปริญญาตรี    ในสาขาการแสดงและกำกับการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เราจึงอดถามไม่ได้ว่า หรือจริงๆ แล้วเธอวางเส้นทางในวงการบันเทิงเอาไว้

   “มันก็ไม่ได้ขนาดนั้นนะ ตอนเรียนก็ดูว่า เอ๊ะ จะเรียนอะไรที่เหมาะกับเรา แล้วพอดี   มีคณะศิลปกรรม เอกการแสดงและกำกับ การแสดง ที่บ้านก็บอกให้ลองไปสอบดู มันน่าจะเหมาะกับเรา ก็ติด แต่คือเราไม่ได้แพลน   ไม่ได้คิดเลยว่าการที่เราเรียนกำกับฯ มา เรียนการแสดงมาแล้วจะได้มาทำจริงๆ จนวันหนึ่งมันเหมือนเกิดขึ้นเอง”

 

จากเบื้องหน้าสู่เบื้องหลัง

   ตลอดเวลาในวงการบันเทิง แต่ละผลงานล้วนพิสูจน์ได้ถึงความสามารถของเธอแบบไม่มีข้อกังขา และเมื่อเธอตัดสินใจคว้าโอกาสครั้งสำคัญในการทำงานเบื้องหลัง เธอก็สามารถใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานเบื้องหน้ามาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ได้เป็นอย่างดี

   “เหมือนพอแสดงไปพักหนึ่งก็เบื่อค่ะ อยากลองทำอย่างอื่นบ้าง แล้วก็มีอยู่ไม่กี่อย่างที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเป็น ก็เลยลองทำกำกับฯ ปรากฏว่าชอบ ชอบมากกว่าเล่น ก็ค่อยๆ ทำมา ไปเทคคอร์ส Digital Filmmaking เป็นคอร์สสั้นๆ ด้วยเราพยายามที่จะเข้าใจตรงนี้ แล้วพอช่วงหลังๆ ได้ทำต่อเนื่อง ก็ค่อยๆ เกิดขึ้น จนยาวมาถึงละคร โดนัทว่าถ้ามองดีๆ คงเป็นธรรมชาติของเรามั้ง ความรักในการกำกับฯ อะไรแบบนี้ พอทำแล้วสนุก รู้สึกมีอิสระ มากกว่า การได้เห็นคนอื่นเป็นตัวละคร การได้เห็นเรื่องเปลี่ยนมาเป็นภาพ ก็สนุกดี

   …แล้วด้วยความที่เราเป็นนักแสดงมาก่อน อันที่ช่วยโดนัทมากเป็นพิเศษก็คือ นักแสดงด้วยกัน โดนัทจะค่อนข้างให้ความสำคัญ มากกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในกระบวนการกำกับฯ เรื่องภาพเราไม่เก่งก็จะมีคนช่วยเราดู แต่อย่างเรื่องแอคติ้ง คืออะไรก็แล้วแต่นักแสดงต้องมาก่อน ทำยังไงก็ได้ให้เขารู้สึกสบายที่สุด อยู่ในสภาพแวดล้อมที่พร้อมจะทำงาน เราจะแคร์ตรงนี้มาก เราโตในกอง เราเห็น เรารู้ว่าการที่เราจะได้สิ่งที่ดีที่สุดจากคนๆ หนึ่ง เราต้องทำอะไรบ้าง บางทีตอนที่เราเล่นเอง เราก็รู้สึกว่าเราทำได้มากกว่านี้ถ้าได้ความช่วยเหลือ พอเรามากำกับฯ เราเลยต้องซัพพอร์ตนักแสดงให้ได้มากที่สุด พยายามเตรียมให้เขาให้มากที่สุด

   อย่างต้องถ่ายฉากใต้น้ำ เราก็ไปซ้อมเองก่อนให้รู้ว่าลิมิตมันอยู่ตรงไหน ไม่งั้นคน ไม่เคยลงไปก็ไม่รู้ความรู้สึกหรอก ความอึดอัด จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หรืออย่างซีนอารมณ์ เราต้องจัดการกับนักแสดงยังไง เพราะว่าเราเป็นนักแสดงมาก่อน เราเลยช่วยเตรียมให้เขาสบายใจที่สุด และพร้อมที่จะทำให้มากที่สุด นั่นสำคัญมากสำหรับโดนัท”

การเลือกบทสำหรับงานกำกับฯ

   ในบทบาทของนักแสดง การเลือก   รับงานในแต่ละครั้งคงหนีไม่พ้นการตัดสินใจจากบท แล้วสำหรับงานเบื้องหลังอย่างงานกำกับฯ ล่ะ โดนัทมีวิธีเลือกรับงานต่างจากการแสดงหรือเหมือนกัน

   “ต่างกัน งานกำกับจริงๆ ก็ยังเป็นงานที่ทำในออฟฟิศตัวเอง ก็มีอันที่เราไม่อยากทำแหละ แต่อิสระจะเยอะกว่า ยังมีความเป็น เราได้ หรืออย่างล่าสุดทำโฆษณามา ก็จะเป็น

อีกแบบเลย เป็นงานที่ทำตามความต้องการของคนอื่น ไม่มีอะไรที่เป็นเราเลย ส่วนเรื่องละครจริงๆ พอไม่ได้เล่นนานๆ มันจะเกิดอาการแบบว่า เออ เล่นบ้าง แก้เครียด แต่ช่วงนี้ ไม่ค่อยได้รับ เราเล่นมาตั้งแต่อายุ 17 ปีนี้ 35 มันก็อิ่มนะ ก็เล่นมาเกือบหมด

   สำหรับโดนัทไม่ได้มีอะไร หรือว่าแนวไหนที่อยากกำกับฯ เป็นพิเศษค่ะ โดนัททำได้หมด อย่างถ้าเล่นก็ไม่ชอบเล่นอะไรเหมือนเดิม   พองานกำกับฯ ก็เหมือนกัน ก็ไม่อยากให้เหมือนเดิม จริงๆ โดนัทว่าเป็นโอกาส เป็นจังหวะ แล้วละคร โฆษณา หนังมันก็ต่างกันอีก จริงๆ ตอนแรกเราก็ไม่ได้เข้าใจว่ามันจะต่างอะไรกันขนาดนั้น จนมาทำละครเรื่องแรก เราก็ค่อยๆ เรียนรู้ อย่างช่วงนี้งานกำกับก็เริ่มมีอะไรแปลกๆ เริ่มมีคนให้ไปทำอะไรแบบที่เราก็ไม่คิดเหมือนกัน ก็ต้องค่อยๆ ดูไป แต่โดนัทไม่ค่อยรับอะไรพร้อมๆ กัน คือทำไม่ไหว

   อย่างตอนนี้เวลาทั้งหมดก็จะทุ่มไปที่หนังสั้น คือเป็นโครงการที่ดี พอเราได้ลงพื้นที่ ได้เห็นว่าคนเขาน่ารัก ทรัพยากรธรรมชาติสวย เราก็อยากให้คนอื่นได้เห็นอย่างที่เราเห็น   ก็พยายามศึกษาแล้วก็ทำความเข้าใจชุมชน   ให้ได้มากที่สุดก่อน แล้วเรื่องที่ทำก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อน เป็นเรื่องดนตรี เราก็รู้สึกว่ามันก็ดี ได้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ”

   มีผู้กำกับฯ ที่ชอบ ไม่ว่าจะในผลงาน หรือในด้านกระบวนการทำงานไหม

   “เรียกว่าเป็นครูดีกว่าค่ะ คือหม่อมน้อย (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล) เวลาเราเห็นหม่อมน้อยทำงาน เราต้องยอมหมดใจจริงๆ ทั้งในด้านความทุ่มเท ความเอาใจใส่ ความเข้าใจทั้งหมด เขาดูขาด เข้าใจทุกจุด ทุกอย่าง คือหม่อมเป็นครูค่ะ อย่างเรื่องแอคติ้งเราก็มีโอกาสได้เรียนกับหม่อมบ้าง แล้วเรารู้สึกว่า นี่แหละคือคนที่พร้อมจะซัพพอร์ตนักแสดงเสมอ หรือวันหนึ่งพอโดนัทเปลี่ยนมาเป็นผู้กำกับฯ หม่อมก็ซัพพอร์ตมาก ก็เลยชื่นชม ต้องไปเห็นการทำงานจริงๆ ความสำคัญของตัวหม่อมเป็นอันดับสุดท้ายเวลาทำงานจริงๆ”

 

แรงบันดาลใจที่ได้จากการเดินทาง

   เท่าที่ได้พูดคุยกัน เราพบว่าโดนัทดูหนังค่อนข้างเยอะ อย่างช่วงปีที่แล้วเองก็มีหนังที่โดนใจเธออยู่หลายเรื่อง ทั้งหนังออสการ์อย่าง The Square หนังอาร์ตเฮ้าส์ หรือหนังเล็กๆ อย่าง The Florida Project รวมไปถึงหนังใหญ่ ชนโรง หนังบ็อกซ์ออฟฟิศติดตลาดทั้งหลาย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความชอบและการเสาะหามุมมองใหม่ๆ แต่สุดท้าย สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้เธอได้ตลอดเวลา นั่นคือการเดินทาง

   “ต้องเดินทาง อย่างการพักของเรา เหนื่อยมากๆ ก็ไปเมืองนอก โชคดีทื่ ‘The Journey บันทึกทางไกล…ถึงพ่อ’ เดินทางไปฉายหลายที่ เราก็ไป ไปฉายหนังก็เหมือนได้ไปเที่ยวด้วย  นี่ก็เพิ่งกลับจากอินเดีย ปีนี้บินทุกเดือน เหมือนได้เติมอะไรอยู่ตลอดเวลา โดนัทชอบอยู่แล้ว เป็นคนที่เดินทางอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ทำมาตลอด คือสำหรับเราการเดินทางเหมือนทำให้เราโตขึ้น ได้เห็นโลก โดนัทไม่ได้เป็นประเภทที่ต้องไปเพื่อถ่ายรูป ต้องเช็คอินที่โน่นที่นี่ แต่จะไปให้เห็น ให้เข้าใจ เหมือนถ้าเราอยากรู้จักหรืออยากเข้าใจใครสักคน เราต้องเดินทาง”

   ชอบเดินทางอยู่แล้ว อยากทำ Road Trip Movie อะไรแบบนี้บ้างไหม

   “จริงๆ The Journey บันทึกทางไกล …ถึงพ่อ ก็เป็นหนังเดินทางนะ แต่เป็นหนัง เดินทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็คือด้วยเราเป็นคนชอบเดินทาง แล้วพอเราเห็นการเดินทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรารู้สึกว่าให้แรงบันดาลใจกับเรา สำหรับเราการเดินทางทำให้เราเห็นโลกอีกแบบ เราก็อยากเห็นโลกแบบที่ท่านเคยเห็น”

เรื่องสุขภาพคือสิ่งที่ต้องใส่ใจ

   ช่วงต้นปี 2560 โดนัทตรวจเจอปัญหาสุขภาพด้วยความบังเอิญ นั่นคือการป่วยเป็น SLE (Systemic Lupus Erythematosus) หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง ซึ่งภูมิคุ้มกันจะทำลายเนื้อเยื่ออวัยวะที่สมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่างๆ ตามมา ซึ่งทำให้เธอต้องดูแลตัวเองมากขึ้น

   “เมื่อปีก่อนเป็นไข้เลือดออกค่ะ แล้วก็ไปฟอลโล่อัพเพราะอาการดูผิดปกติ ก็เลยตรวจเจอว่าเป็น SLE จริงๆ โรคนี้มีปัญหา กับชีวิตมากเลยนะ อย่างปีที่แล้วนี่เรื่องใหญ่เหมือนกัน กระทบงาน เพราะพอดีว่ารับละครหลายเรื่อง ก็ไม่มีทางเลือก เรื่องที่ยังไม่ได้ถ่ายก็ถอนตัว เพราะทำไม่ได้จริงๆ แต่บางเรื่องที่เราต้องทำต่อก็ต้องรับผิดชอบ ก็ดูแลตัวเองเอา

   …ตอนนี้ก็เป็นช่วงดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้หาย เพราะว่าโรคที่เป็นไม่ใช่โรคที่เป็นแล้วหาย ต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต ก็ต้องอยู่ให้ได้ แต่คือโดนัทไม่ใช่เป็นคนซีเรียสกับการใช้ชีวิต คือเมื่อมีสิ่งที่มันเกิดขึ้น เราก็แค่รับไว้และอยู่กับมันให้ได้ ก็เลยเรื่อยๆ จนตอนนี้ทุกคนก็บอกว่าเราไม่ได้เหมือนคนป่วย แล้วเราก็ไม่ใช่คนที่ป่วยแล้วบอกโลก (หัวเราะ) จะเป็นคนแบบเงียบๆ เออ ป่วย ไปโรงพยาบาลทุกเดือนเลย เจาะเลือดทุกเดือน ให้ยา ก็รักษาไปแค่นั้น

   …บางทีงานที่เราทำเลี่ยงไม่ได้ อย่างแสงแดดจะกระตุ้นโรค เราก็ไม่รู้ว่าตัวเราเองจะไม่โดนแดดยังไง ก็พยายามแหละ แต่ บางอย่างก็ยาก แล้วปีก่อนโดนัทจะมีปัญหาเรื่องการนอนมาก คือร่างกายเราต้องพัก แต่เราทำงาน 7 วัน ก็น็อก ยังโชคดีว่ากองที่เล่นผู้จัดเคยเป็นเหมือนกัน (หัวเราะ) เขาก็เลยเข้าใจเรา ปีนี้ก็ดีขึ้น แต่เราก็รู้ว่าอันไหนต้องเลี่ยง ก็จะไม่หักโหม

   …ก็มีช่วงที่โคตรแย่เลยเหมือนกัน แต่ไม่มีทางเลือก เมื่อเป็นแล้วก็รับมือกับมันดีกว่า เครียดไปก็ไม่หาย ยิ่งเครียดยิ่งเป็น ก็เลยเลือกที่จะทำแต่ละอย่างไปแบบรู้ข้อจำกัดของตัวเอง หมอไม่ให้ตากแดด ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็พยายามทดแทน ทาครีมกันแดด พยายามใส่ทุกอย่างให้ปิดไว้มากที่สุด พกร่ม ใส่หมวก ถ้านอนน้อยก็ต้องมีวันที่เราพักไปเลย ร่างกายก็ทำอะไรไม่ได้”

ชีวิตที่วางแผนไว้

   สำหรับแพลนเรื่องส่วนตัว โดนัทบอกว่าไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แค่ปล่อยให้เวลาจัดสรรแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมไปถึงเรื่องงานซึ่งต้องอยู่ที่จังหวะและโอกาสเช่นกัน

   “ก็มีแพลนนิดหน่อยค่ะ แต่ก็ไม่ได้จริงจัง ต้องรอหลายๆ อย่างประกอบกัน ตอนแรกคิดว่าปีนี้จะไม่รับละคร แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าไม่แน่ นานๆ เล่นทีก็ดี ก็มีคนส่งบทมาให้เราคิด   เอ น่าสนใจ หรือว่าจะเล่น (หัวเราะ) ส่วนเรื่องกำกับฯ ก็มีที่ติดต่อมาแล้วอยากทำ ก็ค่อยๆ ว่ากันไปค่ะ อะไรที่เหมาะกับเราเข้ามาเราก็ทำ ตอนนี้ที่อยากทำก็คืออยากหยุด (หัวเราะ) เป็นแบบนี้แหละ เวลางานเยอะๆ โอ๊ย อยากหยุด

   …สุขภาพก็เห็นแหละว่าเปลี่ยน โดนัท ว่ารวมๆ เลย อันที่ชัดเวลาอายุมากขึ้นก็คือสังขาร แต่ก็ดูแลตัวเองปกติ ไปคลินิกความงามบ้าง ทำทรีทเม้นท์ บำรุง ก็ต้องทำ เพราะเราอยู่ในวงการ แต่สิ่งสำคัญเลยคือเรื่องพักผ่อน ต้องนอนจริงๆ ถ้าไม่นอนยังไงก็พัง ส่วนออกกำลังกาย แต่ตั้งแต่ป่วยก็จะมีข้อจำกัด คือโรคที่โดนัทเป็นจะพ่วงไปกับโรคข้อ บางทีเราเล่นโยคะ ใช้ข้อมือเยอะๆ มือก็อักเสบ หรือ วิ่งหนักๆ ขาก็จะปวดมากกว่าคนอื่น แต่ถ้าถามเรานะ ความเปลี่ยนแปลงนี้ เราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหาทั้งในเรื่องการแสดง หรือการเป็นผู้กำกับฯ

0