แม้ว่านิวยอร์ค จะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความแตกต่างและหลากหลาย นิวยอร์คเป็นเหมือนบ่อน้ำที่มีความแตกต่างทางด้านรสนิยม เชื้อชาติ ศาสนา เพศสภาพ ความคิดและความเชื่อจากหลายทิศทางไหลมารวมกัน และผู้คนในเมืองก็เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับความหลากหลายเป็นสำคัญ

แต่หากลองมองดูดีๆ ความหลากหลายก็ยังไม่ได้แพร่หลายเข้าไปในทุกหน่วยของสังคมขนาดนั้น หลายๆ อาชีพในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์คก็ยังมีความเชื่อไม่ต่างจากสมัยก่อนมากนัก อาชีพนักดับเพลิงก็เช่นกัน ด้วยความที่เป็นงานที่ต้องใช้พละกำลังมาก ต้องพร้อมที่จะเสี่ยงอันตราย ต้องมีร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่แน่วแน่ สติปัญญาในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เฉียบคม สิ่งเหล่านี้จึงเหมือนเป็นสิ่งที่กีดกันผู้หญิงออกจากงานที่ส่วนใหญ่มักจะมีแต่ผู้ชาย

หน่วยดับเพลิงประจำเมืองนิวยอร์ค หรือที่มีชื่อว่า Fire Department of New York (FDNY) แม้ว่าจะมีนักดับเพลิงประจำการอยู่มากถึงหนึ่งหมื่นคน แต่กลับพบว่า มีนักดับเพลิงผู้หญิงอยู่ไม่ถึง 60 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนของนักดับเพลิงทั้งหมดเพียง 0.5 เปอร์เซ็นต์

และ ศริญญา ศรีสกุล คือหนึ่งในไม่ถึง 0.5% นั้น และยิ่งไปกว่านั้น เธอคือหญิงเชื้อสายไทย-อเมริกัน และเป็นหญิงเชื้อสายเอเชียเพียงคนเดียวที่อาสาสู้กับเพลิงไฟ

Sarinya-Srisakul

John Brecher / NBC News

จุดเริ่มต้นอาชีพนักดับเพลิงคือ เธอเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกันที่ครอบครัวของเธออพยพมาตั้งรกรากในสหรัฐอเมริกา ตอนนั้นเธอยังเป็นเพียงนักศึกษาด้านศิลปะธรรมดาๆ ที่ Parsons School of Design เมื่อเธอเรียนได้ถึงปี 3 เธอเกิดความรู้สึกว่าอยากทำประโยชน์ด้วยการช่วยเหลือคนอื่น และการเรียนด้านศิลปะดูไม่ค่อยจะตอบโจทย์กับความต้องการของเธอ ในที่สุด เธอก็ตัดสินในลาออกกจากการเรียนด้านศิลปะในระดับมหาวิทยาลัย และเริ่มต้นทำงานช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ HIV ที่ยากไร้ ที่ New York City AIDS Housing Network

และทันใดนั้น ชาวนิวยอร์คและคนทั่วโลกต่างก็ตกตะลึงกับเหตุการณ์ 9/11

เพื่อนของเธอได้ชวนเธอไปอบรมเป็นนักดับเพลิง เธอเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาๆ และยังไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่าอาชีพนักดับเพลิงจะกลายมาเป็นอาชีพในอนาคต เธอรู้สึกกังวลว่า เธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาๆ แล้วจะทำอาชีพนี้ได้หรือไม่ แต่ในที่สุด เธอก็ผ่านการคัดเลือกทั้งการสอบสัมภาษณ์ และการทดสอบร่างกาย

แม้ว่าเธอจะได้เข้าทำงานเป็นนักดับเพลิงสมใจ แต่เธอก็ถูกคัดค้านจากพ่อของเธอ และคนรอบตัวเธอ ที่มองว่างานดับเพลิงเป็นงานที่ไม่ปลอดภัย และอาชีพนักดับเพลิงก็ไม่ได้เป็นอาชีพที่มีเกียรตินัก

แต่เธอมองว่า การเข้าไปเป็นหนึ่งในนักดับเพลิง ไม่ใช่แค่การออกไปสู้กับไฟเท่านั้น แต่ต้องการจะต่อสู้ และพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า อาชีพนักดับเพลิงนั้นก็เป็นอาชีพที่มีเกียรติ และเป็นอาชีพที่มีความเท่าเทียม ไม่ใช่อาชีพที่ถูกมองว่ามีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่ทำได้

Sarinya-Srisakul

Craig Ruttle / Washington Examiner

การเป็นนักดับเพลิงหญิงนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะนอกจากจะต้องพิสูจน์ความเชี่ยวชาญในอาชีพคนสู้ไฟแล้ว ด้วยความที่หน่วยดับเพลิงหญิงที่ประจำการยังมีอยู่น้อยมาก หลายครั้งพบว่า นักดับเพลิงหญิงต้องถูกลวนลาม ทำอนาจาร กลั่นแกล้ง ทำร้ายร่างกาย หรือไม่ก็มักเข้าไปพัวพันกับเรื่องหึงหวงของภรรยานักดับเพลิงอีกต่างหาก เสียงของผู้หญิงในหน่วยดับเพลิงจึงไม่ต่างอะไรกับความเงียบงัน

ด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิง และเป็นหญิงชาวเอเชียเพียงคนเดียวในหน่วย เธอต้องพิสูจน์ทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ ความเป็นผู้นำที่ดี รวมถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน จึงเป็นสิ่งที่เธอใช้เป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ตัวเองต่อเพื่อนร่วมอาชีพต่างเพศ

Sarinya-Srisakul

AP Photo-Craig Ruttle / politico

นอกจากหน้าที่ในอาชีพ เธอยังเป็นสมาชิกหน่วย United Women Firefighter (UWF) ที่เป็นหน่วยงานย่อยของ FDNY ที่เป็นหน่วยรวมนักดับเพลิงหญิงอีกด้วย เธอเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนให้ผู้หญิงมาสมัครงานนักดับเพลิงมากขึ้น ผลก็คือ มีผู้หญิงจากหลายเชื้อชาติ ทั้งจากเอเชีย แอฟริกันอเมริกัน เม็กซิโก ฯลฯ มาสมัครเป็นนักดับเพลิงมากขึ้นกว่าเดิม

Sarinya-Srisakul

gomag

ปัจจุบัน ศริญญาเป็นประธานสหภาพนักดับเพลิงหญิง (UWF) ที่ไม่ได้แค่เป็นหัวหน้าของนักดับเพลิงหญิงเท่านั้น แต่เธอยังมีหน้าที่ฝึกสอนนักดับเพลิงหญิงรุ่นใหม่ และคอยสนับสนุนในด้านต่างๆ เช่นเรื่องของสุขภาพจิต และยังมีภารกิจส่งเสริมความยุติธรรมทางสังคม และเป็นกระบอกเสียงในการรณรงค์เรื่องของความความเสมอภาคทางเพศอีกด้วย

เธอไม่ได้กำลังต่อสู้กับไฟเพียงเท่านั้น

แต่เธอกำลังดับความคิดเก่าๆ ที่มองว่ามีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่จะทำงานดับเพลิงได้

[Sassy_Social_Share]
30