คำว่า TEMPT นั้นเป็นคำที่สามารถแปลได้หลายความหมาย และตีความได้หลายแบบ อาจหมายถึงการอ่อยแบบน่ารัก การยั่วเย้าให้เกิดความเสน่หา หรือล่อหลอกเพื่อชักจูงไปเพื่อประโยชน์แอบแฝงใดๆ ในฉบับนี้เราชาวกุลสตรีเลยล่อหลอก เอ๊ย พาสี่หนุ่มหล่อ “เพิร์ธ – ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร” “แปลน – รัฐวิทย์ กิจวรลักษณ์” “กัน – ณภัทร ณ ระนอง” และ “ไตเติ้ล – กีรติ พวงมาลี” ที่เคยมีชื่อเสียงข้ามทวีปจากซีรีส์แนววายสุดฮิต “บังเอิญรัก เดอะซีรีส์”

ที่วันนี้พวกเขาทั้งสี่เลือกเดินทางใหม่ด้วยการหยิบเอาทักษะด้านดนตรี ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าพวกเขามี ออกมาฟอร์มวงดนตรีเพื่อทำเพลงในนาม “TEMPT” ที่เพิ่งมีงานเปิดตัวซิงเกิลและ MV เพลงแรกของวงแบบ สดๆ ร้อนๆ หลังจากถ่ายแฟชั่นแค่ไม่กี่วันมาประจำการบนปกกุลสตรีฉบับนี้ แน่นอนว่านอกจากเราจะพาทั้งสี่หนุ่มมาหลอกล่อใจแฟนคลับหลายชาติแล้ว เรายังล่อหลอกเพื่อให้พวกเขาแอบเล่าถึงซิงเกิลใหม่ก่อนใคร อ้อ อีกอย่างหนึ่ง ตกลงพวกเขาถนัดอ่อย-ยั่วเย้า-หรือล่อหลอกกันแน่?


ระหว่างหลังจากจบซีรีส์ “บังเอิญรัก” จนมาถึงการฟอร์มวง TEMPT มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้างไหม

เพิร์ธ –  การทำงานน่าจะเปลี่ยนครับ เพราะว่าตอนถ่ายซีรีส์บังเอิญรัก พวกเราก็ถ่ายซีรีส์กันอย่างเดียวเลย แต่พอมาเป็น TEMPT ก็จะมีงานมากขึ้นทั้งด้านดนตรี มีเรื่องของเพลงและการแสดงควบคู่กันไปด้วยครับ

แปลน – รู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แล้วก็ได้เข้าใจในสายงานต่างๆ มากขึ้นครับ เพราะว่าแต่เดิมเราเป็นนักแสดง แต่ว่าหลังจากจบโปรเจ็กท์บังเอิญรัก ก็เริ่มจะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การเป็นศิลปินแบบเต็มตัว ต้องฝึกร้อง ฝึกเต้น ฝึกเล่นดนตรีจนมาเป็น TEMPT นี่แหละครับ

กัน – ก็เยอะอยู่ครับ เอาเรื่องงานก่อน เมื่อก่อนเราก็ทำงานเป็นนายแบบปกติครับ แต่ว่าพอมาถึงจุดที่เรามีชื่อเสียง สิ่งแรกที่เราทำคือต้องตั้งใจพัฒนาตนเองก่อนในทุกๆ ด้านเท่าที่จะเป็นไปได้ เวลาไปออกงานไหนก็จะกลับมาคิดเสมอว่าวันนี้เราทำอะไรผิดพลาดตรงไหน แก้ไขตรงไหนได้บ้าง เพื่อให้งานในอนาคตดีขึ้น ซึ่งตอนนี้ก็เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันครับ

ส่วนเรื่องชีวิตก็เปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะมากๆ ครับ ไปไหนคนก็มีคนรู้จัก มาขอถ่ายรูป แม้แต่คนรอบๆ ตัวก็มองเปลี่ยนไปอีกจากเดิม ก็รู้สึกดีใจครับ

ไตเติ้ล – เปลี่ยนแปลงเยอะเหมือนกันครับ ตอนที่เล่นซีรีส์บังเอิญรักก็ยังเป็นวัยรุ่นธรรมดาทั่วไป ยังใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นธรรมดา ยังไม่ได้คิดถึงอนาคตเท่าไหร่ ที่บ้านก็อาจจะไม่ได้มีฐานะเท่าคนอื่นๆ ความรับผิดชอบก็ยังไม่ได้เยอะเท่าตอนนี้ ตอนนี้กลายเป็นว่าผมมีความรับผิดชอบมากขึ้น แล้วก็หารายได้ให้กับที่บ้านได้ด้วยครับTEMPT

วง TEMPT ก่อกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร

แปลน – TEMPT กำเนิดขึ้นมาเพราะความบังเอิญครับ บังเอิญว่าเพิร์ธกับไตเติ้ลเล่นกีตาร์เป็น กันเล่นเบสเป็น ผมพอตีกลองได้ ทุกอย่างพอมาอยู่ด้วยกันแล้วเป็น Full Band พอดีเลยครับ เราเคยลองเต้นกันแล้วแต่ก็ไม่รอด (หัวเราะ) พูดไปก็ยังเขินไปเลยครับ ร้องประสานกันก็ไม่รอด แต่พอมาเป็นแบบนี้ปุ๊บ ทุกคนรู้สึกว่ามีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่จริงๆ แล้วมันก็ออกมาดีครับ

กัน – จริงๆ เกิดขึ้นนานแล้วครับ ตอนนั้นพวกเราเล่นซีรีส์กัน พอจบแล้วก็ยังอยู่ด้วยกัน ตอนนั้นมีการพูดคุยกันกับทั้งพี่แปลน เพิร์ธ เติ้ล แล้วเพิร์ธก็พูดขึ้นมาว่า เนี่ย ผมก็เล่นกีตาร์ พี่กันก็เล่นเบส พี่เติ้ลก็ร้องเพลงได้ พี่แปลนก็เคยตีกลองมาก่อน ก็พูดขึ้นมาว่าลองมารวมวง ทำเพลงกันสักทีดีมั้ย ก็พูดกันไว้นานแล้วครับ พอมาถึงตอนนี้ที่ได้ทำจริงๆ สุดท้ายที่เคยพูดกันไว้มันก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่างครับ

ถ้าจะให้อธิบายให้คนฟังว่า วง TEMPT คืออะไร จะอธิบายพวกเขาว่าอย่างไร

เพิร์ธ –  TEMPT คือการรวมวงแบบไม่ได้ตั้งใจครับ ตอนแรกไมได้คิดว่าจะมารวมแบบ Full Band แบบนี้ ตอนแรกมีการรวมกันไปเต้นไปอะไร จนตอนหลังมารู้ว่า เฮ้ย คนนี้เล่นกีตาร์นะ คนนี้เล่นเบส ตีกลองได้ ก็เลยมารวมกันเป็น TEMPT

แปลน – TEMPT คือครอบครัวหนึ่งแล้วกันครับ ที่สร้างสรรค์ผลงานให้กับทุกคน ตอนนี้อาจจะเป็นแค่วงดนตรี แต่ในอนาคตก็ไม่รู้ว่า TEMPT จะไปไหนต่อได้อีกบ้าง ถึงตอนนั้นอาจจะมาเต้นกัน 4 คนก็ได้ ถ้าเต้นกันเก่งแล้ว ผมไม่ได้อยากจำกัดความแค่ว่า TEMPT เป็นแค่วงดนตรีครับ อยากเป็นกลุ่มคนที่สร้างสรรค์ผลงานให้ทุกคนมีความสุขครับ

กัน – อยากให้มองว่าเป็นวงดนตรีที่ไม่ได้เป็นแค่ Special project ที่เอานักแสดงมาทำเพลงร่วมกันแค่เพลงหนึ่ง แต่อยากให้มองว่าเป็นวงดนตรีที่เกิดจากวัยรุ่นจริงๆ ที่แต่ละคนก็มีความฝันที่ตั้งใจอยากจะทำวงดนตรีขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะเรียกได้ว่า เป็นมือใหม่แล้วกันครับ แต่เราก็มีประสบการณ์ในการเล่นดนตรีมาพอสมควร และสามารถฟอร์มวงออกมาได้เพราะว่าเรามีความพยายามครับ

ไตเติ้ล – เป็นวงดนตรีที่เกิดจากเราสี่คนครับ ตอนที่เล่นซีรีส์ จริงๆ 4 คนเนี่ยมาจากคนละที่กันเลยนะครับ ไม่น่าจะมีโอกาสที่จะมารู้จักกันได้เลย แต่พอมาเล่นซีรีส์บังเอิญรักด้วยกัน ไปๆ มาๆ ก็มารวมตัวกัน แล้วก็สนิทกันเหมือนพี่น้องจริงๆ ไปแล้ว TEMPT ไม่ได้เป็นวงที่รวมตัวกันจากคนที่รู้จักกันหรือเป็นญาติกัน แต่ TEMPT เป็นวงที่มารวมตัวกันเหมือนพี่น้องครับ

ทั้งสี่คนตัดสินใจเข้ามาเป็นสมาชิกวง TEMPT ด้วยเหตุผลอะไรกันบ้าง

เพิร์ธ – เพราะว่าพี่ๆ ในสังกัดตัดสินใจว่าจะรวมกันครับ ก็เลยรวมเข้าด้วยกันเป็น TEMPT

แปลน – ไม่ยากเลยครับ ผมไว้ใจคนรอบๆ ข้างผมครับ ผมมั่นใจว่าสิ่งที่พวกเขายื่นมาให้เป็นสิ่งที่ดีกับผมแน่นอน ผมก็เลยรับไว้แบบไม่ได้คิดครับ เพราะว่าก็เป็นกันเองทั้งนั้นเลยครับ ทั้งกัน เพิร์ธ ไตเติ้ล ก็เป็นน้องๆ ที่รักกันอยู่แล้วครับ ก็เลยไม่ได้ยากในการตัดสินใจครับ

นอกจากทักษะด้านดนตรีที่แต่ละคนมี ในการฟอร์มวง ต้องเพิ่มเติมทักษะอะไรเพิ่มเติมขึ้นอีกบ้างไหม

เพิร์ธ – เพิร์ธเองเล่นกีตาร์ไฟฟ้า แล้วก็ร้องด้วย ต้องฝึกเยอะเลยครับ ช่วงนี้ก็ต้องฝึกร้องเพลงเพิ่มแบบแน่นๆ เลย แล้วก็ฝึกกีตาร์ไฟฟ้าเพิ่ม ตอนแรกเล่นกีตาร์ไฟฟ้าแบบเล่นๆ ไม่ได้จริงจังอะไร แต่พอจะรวมเป็นวง ก็ต้องฝึกกีตาร์ไฟฟ้าให้มากขึ้นครับ

แปลน – แปลนตีกลองมาตั้งแต่ ม.2 ครับ น่าจะผ่านมาหลายปีแล้ว ซึ่งจากตอนนั้นมาก็ไม่ได้จับเลย ก็ต้องมาเคาะสนิมเริ่มกันใหม่ สิ่งที่ต้องซ้อมหนักก็คือการตีกลองนี่แหละครับ ต้องเคาะสนิม รับรู้อะไรใหม่ๆ แล้วก็ร่วมเล่นกับวงได้ คือถ้าเล่นคนเดียวมันง่าย แต่พอต้องมีเบส มีกีตาร์เข้ามา ทุกอย่างมันจะยากขึ้นไปอีก ตอนนี้ทุกคนซ้อมกันหนักมากครับเพื่อจะให้วงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วคนดูก็จะได้สนุกกับเราตามไปได้ด้วยครับ

กัน – กันเคยเล่นวงดนตรีประกวดมาก่อนครับ เรียนทั้งเล่นเบสหรือการแสดงบนเวที แต่ก็ยังรู้สึกว่าคนเราหยุดพัฒนาไม่ได้จริงๆ ครับ ถ้าเราคิดว่าเราทำดีแล้วมันก็จะตันอยู่แค่นั้น แต่ถ้าเราสังเกตว่าเราไม่เป๊ะตรงไหน เราเล่นพลาดตรงไหน สายตาเราล่อกแล่ก ไม่ส่งถึงคนดูหรือเปล่า เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดอยู่ตลอด และพยายามพัฒนาอยู่ตลอดครับ

ไตเติ้ล – จริงๆ พอมีทักษะด้านการร้องกับเล่นกีตาร์มาบ้างครับ กีตาร์ก็เล่นมาบ้าง ส่วนการร้องอาจจะยังไม่ได้ดีมาก ต้องไปศึกษาเพิ่ม ตอนที่จะตั้งวงก็ต้องไปเรียนกีตาร์เพิ่ม เรียนร้องเพลงเพิ่ม หลังๆ ไปเรียนร้องเพลงแทบจะทุกวันเลยครับ แบบว่าเอาให้มันได้ ให้มันดีเลยครับ

 TEMPT

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า TEMPT เป็นวงที่มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนมากๆ คือการเอาหนุ่มหล่อ 4 คนมารวมกัน ซึ่งก็จะมีคนบางส่วนเห็นแล้วต้องวิจารณ์แน่ๆ ว่า วงนี้มีดีแค่หล่อ หรือเป็นแค่บอยแบนด์อย่างเดียวหรือเปล่า หรือว่าฝีมืออาจจะยังไม่เข้าขั้น ฯลฯ ส่วนตัวเคยเจอ และกลัวคำวิจารณ์พวกนี้บ้างไหม แล้วแต่ละคนรับมือกับคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างไรบ้าง

เพิร์ธ – แอบกลัวครับ แต่พวกผมพร้อมที่จะพร้อมรับทุกคำติชมครับ อันไหนที่ไม่ดีเราก็จะเก็บมาพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่แค่ว่าจะขายหน้าตาแต่เพียงอย่างเดียว แต่เราขายความสามารถของพวกเราด้วยครับ

แปลน – เพราะว่ามีคนหน้าตาดีสามคนแล้วมีแปลนอีกคนหนี่งใช่มั้ยครับ (หัวเราะ) เป็นบอยแบนด์มั้ยเหรอ…ถ้าเขาเห็นทุกอย่างที่เราทำ จริงๆ มันก็มีวงบอยแบนด์ที่ตีกลองเหมือนกันใช่ไหม (หันไปถามกัน) ผมเคยเห็นวงดนตรีที่ตีกลองแล้วทุกอย่างก็โอเค ทักษะก็ดีเหมือนกัน ก็แล้วแต่คนจะมองครับ แต่แค่อยากให้เขามองที่ฝีมือของเราด้วย ไม่ใช่แค่หน้าตาครับ เพราะว่าเราก็ฝึกกันอย่างหนักครับ

เรื่องฝีมือไม่เข้าขั้นก็กลัวเหมือนกันนะครับ แต่ว่าก็รับได้ครับ เพราะว่าถ้ามีคนชมก็ต้องมีคนติอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราจะอยู่กับคำติอยู่นานแค่ไหน หรือเราจะเอาคำติมาผลักดันตัวเองยังไงได้บ้าง พวกผมก็มีการคุยกันอยู่แล้วครับว่ายังไงก็ต้องมีคนติอยู่แล้ว แต่เราจะเปลี่ยนคำติเหล่านั้น จากคนที่ไม่ชอบเราให้มารักเราได้ยังไง แค่นั้นเองครับ

กัน – ผมหล่อแล้วเหรอครับ? นี่ผมหล่อแล้วใช่มั้ยครับ (หัวเราะ) จริงๆ ก็รู้สึกกลัวแหละครับ แต่ว่าก็ไม่ใช่แค่ตอนนี้ ตั้งแต่สมัยที่เล่นซีรีส์แล้ว ก็พอรู้ว่าถ้ามีคนชอบ ยังไงก็ต้องมีส่วนหนึ่ง จะมากจะน้อยที่ไม่ชอบเราเหมือนกัน ซึ่งพอมาทำวงดนตรี จากตลาดของคนดูซีรีส์ ก็จะเริ่มเปลี่ยนมาสู่ตลาดของคนฟังเพลงจริงๆ แล้ว ซึ่งก็จะมีคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องหน้าตา แต่ว่าสนใจเพลงของเราจริงๆ ด้วย ถามว่ากลัวมั้ย ก็กลัวแหละครับ แต่ว่าบางทีผมฟังบางเพลง ก็อาจจะไม่เข้าหูเราบ้าง ก็คงคล้ายๆ กัน แค่เราตั้งใจทำเพลงออกมาให้ดีที่สุดแค่นั้นก็พอแล้วครับ

ไตเติ้ล – กลัวอยู่แล้วครับ จริงๆ พอเราคิดจะทำวงดนตรี พูดถึงคำว่าวงดนตรีก็ต้องขายความสามารถ ทุกคนในวงก็จะต้องมีหน้าที่เป็นของตัวเอง ต้องได้รับมอบหมายหน้าที่กันคนละอย่าง คนนี้เล่นเบส กลอง กีตาร์ ก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด จะให้มายืนเก๊กๆ หล่อๆ ก็ไม่ใช่ วงดนตรีมันต้องเล่นเป็น เล่นได้จริงๆ ก็กลัวการคาดหวังเหมือนกันครับ จริงๆ ก็ไม่อยากให้อยากให้เขามองว่าเป็นการเอาคนหล่อๆ มายืนรวมกันให้สาวกรี๊ดเหรอ มันก็ไม่ใช่ อยากให้เขาเห็นความสามารถของเราด้วย เพราะว่าที่ซ้อมๆ กันไม่ใช่เพราะว่าอยากขายหน้าตาอย่างเดียว แต่อยากขายความสามารถ ฝีมือของเราด้วย ที่เรามารวมเป็น TEMPT ก็เพราะอยากให้เห็นว่า ที่แฟนคลับมาตามๆ กรี๊ดพวกเราเนี่ย ไม่ใช่แค่มาเห็นแค่พวกเราเก๊กๆ เท่ๆ แล้วก็กลับบ้านไป อยากให้เขามาตามเพราะว่า เออ วงนี้เป็นวงดนตรี มีความสามารถนะ

โมเมนต์ที่ดีที่สุดในการฟอร์มวง TEMPT สำหรับแต่ละคนคืออะไร

เพิร์ธ – โมเมนต์ที่ดีที่สุด น่าจะเป็นตอนที่ซ้อมกันครับ เป็นช่วงที่มีมิตรภาพที่ดีๆ ครับ

แปลน – คือการที่เราสี่คนได้ใช้เวลาร่วมกันในห้องซ้อมครับ มันไม่ใช่แค่การซ้อม แต่ว่าตอนที่พักเราก็มีบทสนทนามากมายที่ถ้าตอนนี้เราไม่ได้อยู่ห้องซ้อม เราคงอยู่บ้านหรือไปเที่ยวข้างนอก แต่พอมีการซ้อมวงเข้ามา ทำให้เราได้เจอกันทุกวัน รู้เรื่องของกันและกันมากขึ้น มีอะไรก็อัพเดทกันอยู่เรื่อยๆ ทุกครั้งที่เราเล่นจะมีปัญหาเกี่ยวกับการฟอร์มวง แต่ว่าถ้ามีปัญหาอะไรก็จะแก้กันที่จุดนั้นเลยครับ

กัน – เป็นโมเมนต์ที่พวกเราช่วยกันแก้ปัญหาครับ เพราะปกติก็จะมีจุดที่แบบว่าตรงนี้ทำไมได้ ตรงนี้พลาดอีกแล้ว แต่พวกเราก็ไม่ได้โมโหกัน แต่จะบอกว่า มาเริ่มต้นใหม่กัน เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกๆ วัน จนสุดท้ายก็ทำได้

ไตเติ้ล – จริงๆ ก็รู้สึกดีตลอดเวลาแหละครับ แต่ถ้าเป็นโมเมนต์ที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นแบบว่า เราเล่นกันเป็นวง พอเล่นเสร็จทุกคนก็จะมาช่วยกันแก้ ช่วยกันดูว่าตรงไหนผิด ตรงไหนไม่ดีบ้าง พอมาช่วยกันแก้แล้วรู้สึกว่า…จะอธิบายยังไงดี มันเหมือนการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นการ Connect กันภายในวง เหมือนว่าทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคืออยากให้งานออกมาดีที่สุด ทุกคนก็เลยช่วยกัน

แล้วมีโมเมนต์ไหนที่รู้สึกว่ายากลำบากที่สุดบ้าง

เพิร์ธ – การซ้อม การทุ่มเทต่างๆ เพื่อที่จะขึ้นเวทีครับ เป็นความยากที่สุดที่พวกเราต้องทุ่มเทลงไปครับ

แปลน – ทุกอย่างมันไม่มีอะไรง่ายเลยครับ ถ้าเราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างก็คงต้องเริ่มจากยาก พอยากไปเรื่อยๆ ก็จะรู้สึกว่าชิน เริ่มจะง่ายขึ้น ก็เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่มันจะต้องยากครับ

กัน – จริงๆ ผมมีโมเมนต์ที่ยากลำบากเยอะนะครับ แต่ยังไม่มีที่ว่ายากที่สุด เพราะว่าเราจะให้กำลังใจกันเสมอครับ ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน สุดท้ายมันก็จะผ่านไปได้ครับ

ไตเติ้ล – การฟอร์มวงเป็นเรื่องที่ยากอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการที่จะทำให้มันเป็นวงครับ เพราะว่าหนี่งเลยคือ ทุกคนได้รับมอบหมายหน้าที่คือเครื่องดนตรีคนละชิ้น การจะเล่นให้เสมอกัน เล่นให้แน่น ตรงนี้ค่อนข้างยากครับ

การเป็นนักแสดงมาก่อนช่วยให้การฟอร์มวงหรือการแสดงในฐานะวงดนตรีง่ายขึ้นบ้างไหม  

เพิร์ธ – ถ้าเริ่มจากศูนย์ ผมว่าน่าจะง่ายกว่าคนอื่นๆ ครับ เพราะว่าเรามีพี่ๆ แฟนคลับคอยซัพพอร์ทเรา และมีวงการบันเทิงที่พร้อมจะสนับสนุนเรา

แปลน – สำหรับแปลนคิดว่ามีอะไรที่เหมือนและแตกต่างกันครับ บางทีการแสดงบนเวทีให้มีอินเนอร์ก็สามารถใช้ทักษะการแสดงเข้ามาช่วยได้ด้วย แต่ก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่แตกต่างกันออกไป เช่นพวกทักษะ จังหวะต่างๆ ที่ใช้ได้อย่างเดียวคือเรื่องของอินเนอร์ครับ

กัน – อันดับแรกเลยคือ กันเรียกมันว่าความฝันของผมที่เป็นจริงแล้วกันครับ คือเมื่อก่อนตอนมัธยมที่กันเล่นดนตรีประกวด ตอนที่เข้ามหาวิทยาลัยคณะนิเทศศาสตร์ ในพอร์ตโฟลิโอก็มีแต่กันเล่นดนตรีเต็มไปหมดเลย ตอนเรียนก็ยังเล่นอยู่แต่ว่าน้อยลง เพราะต้องมาทำงานในวงการด้วย ตอนเล่นซีรีส์ แฟนคลับก็จะขุดรูปเก่าๆ สมัยที่กันเล่นเบส แล้วก็จะบอกว่าอยากเห็นกันเล่นเบสอีกครั้ง คราวนี้ก็เลยได้ทำอย่างที่ตั้งใจ แล้วก็ออกมาดีจริงๆ ครับ แล้วก็ดีใจที่ความฝันของพวกเราเป็นจริงครับ

อีกส่วนก็คือกันรู้สึกดีใจที่เราสี่คนมีความเป็นเพื่อนพี่น้อง ที่ช่วยกันแก้ปัญหาแล้วก็พยายามสร้างสิ่งๆ หนี่งให้มันออกมาดีที่สุดครับTEMPT

ถ้าวง TEMPT ได้มีการจัดแฟนมีตอีกครั้งหนึ่ง แล้วทั้ง 4 คนมีอำนาจในการคิดและออกแบบธีมของแฟนมีตได้ด้วยตัวเอง อยากจะให้แฟนมีตเป็นธีมเกี่ยวกับอะไร เพราะอะไร

เพิร์ธ – ผมเป็นคนชอบอะไรแบบดำๆ ผู้ชายๆ ครับ ดิบๆ หน่อย ไม่น่ารัก ไม่แบ๊วครับ แบบว่าดำๆ ไปเลย (หัวเราะ)

แปลน – ธีมงานที่อยากเป็นก็คือแค่อยากให้ทุกคนสนุกไปกับเราครับ เพราะว่าผมอยากเห็นแฟนคลับยิ้มและมีความสุข ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ลุกขึ้นมาเต้นหน้าเวทีให้มันที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยครับ พวกเราก็จะพัฒนาฝีมือให้ไปถึงตรงนั้นให้ได้ครับ แต่ถ้าแปลนมีอำนาจเหรอ (หัวเราะ) จะให้ปิดไฟให้หมดทุกดวงเลยครับ แล้วก็เปิดไฟ แสงสีเสียงอลังการ ให้ทุกคนคิดว่ากำลังอยู่ในสถานที่สังสรรค์เวลากลางคืนเลยครับ เพราะผมเคยอ่านมาว่า เวลาที่มืดๆ มีแสงแค่เล็กน้อยจะทำให้คนเรากล้าเปิดเผยตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด จะไม่มีการอายเกิดขึ้น อยากเห็นภาพแบบนั้นเหมือนกันครับ

กัน – กันอยากให้เป็นธีมแบบอันปลั๊ก เล่นดนตรีอะคูสติกครับ เป็นอารมณ์แบบว่านั่งเล่น มีความเป็นแจ๊ส ละมุนๆ นิดหนึ่ง อะไรประมาณนี้ครับ

ไตเติ้ล – อืม…นึกไม่ออกเลยครับ แต่จริงๆ ผมค่อนข้างชอบอะไรที่เป็นศิลปะหรืออะไรที่เก่าๆ หน่อย แต่ว่าไม่ได้เก่าย้อนยุคขนาดนั้น อาจจะเป็นการผสมผสานที่มีความวินเทจ แล้วก็มีความทันสมัยอยู่นิดหนึ่งครับ 

วันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา วง TEMPT ได้มีการเปิดตัวซิงเกิลแรกของวง และ MV ของเพลงนี้ด้วย เล่าให้ฟังหน่อยว่าเป็นเพลงแบบไหน

เพิร์ธ – เพลงนี้เป็นเพลงแนวป๊อปร็อคครับ เป็นวงสตริงแบบ Full Band แล้วก็ถ่าย MV ไปแล้วด้วยครับ

แปลน – ซิงเกิลนี้ชื่อว่า ใช่ใช่ไหม เป็นดนตรีแนวป๊อปร็อคครับ ต้องไปลองฟังกันว่าเป็นอย่างไร แต่เราเพิ่งไปถ่ายมิวสิควีดิโอมา อยากจะบอกว่าเต็มที่กันมากๆ เลยครับ ต้องถ่ายตั้งแต่ตีห้าจนถึงตีสามของอีกวันหนึ่งครับ (หัวเราะ) ซึ่งรับรองว่าต้องออกมาดีแน่นอนครับ

กัน – ก็ต้องขอบคุณโปรดิวเซอร์ก่อนเลยครับ เพราะซิงเกิลแรกนี้เราค่อนข้างมีส่วนร่วมกับเพลง อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด เพราะว่าด้วยความมที่เป็นเพลงแรก ก็เลยให้โปรดิวเซอร์คิดอะไรที่เป็นแกนกลางไว้ แล้วให้พวกเรามีส่วนร่วมในการออกแบบในทุกๆ ส่วน เช่นเนื้อร้องจะมีจุดพีคอย่างไร หรือไลน์เบส กันก็จะเป็นคนคิดขึ้นมาเอง ต้องขอบคุณโปรดิวเซอร์มากๆ ครับที่แก้เดโมหลายรอบมากๆ เพื่อให้เพลงออกมาเป็นที่ชื่นชอบของพวกเรา 4 คนครับ

ไตเติ้ล – ต้องขอบคุณโปรดิวเซอร์ด้วยครับ ที่ทำเพลงแรกออกมาได้เกินคาดเหมือนกันนะ พอผมมาเป็นนักร้อง ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าโปรดิวเซอร์ฝีมือขั้นเทพแล้วมาทำเพลงให้เรา พอฟังเดโมแล้วรู้สึกว่าชอบมากๆ น่าจะเป็นเพลงที่ฟังแล้วติดหูครับ

กว่าจะได้เพลงนี้มา ยากแค่ไหน รู้สึกอย่างไรกันบ้าง

เพิร์ธ – ยากครับ ในการที่จะทำเพลงหนึ่งขึ้นมา แล้วเป็นเพลงของตัวเอง ในการเล่นดนตรีของแต่ละคนก็ยากหมดเลย ทั้งกีตาร์ เบส กลอง การร้อง ทุกอย่างยากครับ

แปลน – รู้สึกตื่นเต้นครับ เพราะว่าเป็นเพลงแรกที่ได้มีส่วนร่วมอย่างจริงๆ จังๆ วันนั้นทุกคนมีความกดดันอยู่แล้วว่าจะต้องทำสิ่งนั้นออกมาให้ดีที่สุด ถ้าทุกอย่างออกมาดีเราก็จะรู้สึกว่า เฮ้! ที่เรากดดัน ที่เราพัฒนากันมามันสำเร็จแล้ว เราเคยคุยกันว่างานเปิดตัวเป็นทั้งครั้งแรกในสายตาของเรา และสายตาของทุกคน ทุกคนจะตัดสินเราจากวันนั้น มันเลยทำให้รู้สึกกดดันกับตัวเอง และทำให้รู้ว่าเราต้องพัฒนาขึ้นทุกวันๆ จนถึงวันนั้น

ไตเติ้ล – ความยากอยู่ที่ว่าตอนทำเดโม ทำออกมาหลายเวอร์ชันครับ การจะเลือกว่าจะเอาเวอร์ชันไหนเป็นเรื่องที่ยาก ตอนร้องก็ยากเหมือนกัน เพราะตอนที่ร้องต้องร้องหลายเวอร์ชัน บางเวอร์ชันก็ร้องยากเกิน เพราะเราเองก็เป็นมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำในวงการเพลง ซิงเกิลแรกก็เลยอยากใช้ความสามารถเท่าที่มีทำออกมาให้เต็มที่ที่สุดก่อน ไม่อยากทำจนเกินตัวแล้วออกมาไม่ดี

ตั้งแต่บังเอิญรักจนมาเป็น TEMPT รู้สึกอย่างไรที่ไม่ได้มีแฟนคลับแค่ภายในประเทศ แต่มีแฟนคลับกระจายอยู่ในหลายประเทศ หรือจะบอกว่าหลายทวีปเลยก็ว่าได้

เพิร์ธ – ต้องขอบคุณทุกๆ คนครับ ที่คอยสนับสนุนพวกเราทุกคนตั้งแต่แรกที่เข้ามาในวงการบันเทิง ตั้งแต่เล่นซีรีส์เรื่องแรก ตั้งแต่ยังไม่มีใครเลย ต้องขอบคุณพวกเขาที่เข้าใจเรา คอยให้กำลังใจเราเสมอครับ

แปลน – ดีครับ แฟนคลับทุกคนน่ารักหมดเลยครับ แปลนคงจะไม่บอกเฉพาะว่าแฟนคลับประเทศอะไร เพราะแฟนคลับก็คือแฟนคลับ และแฟนคลับทุกคนก็น่ารักครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม ทุกคนน่ารักกับเราทั้งนั้นเลยครับ ไม่ว่าจะบินไปไหน ทุกคนมารอรับ รอส่งเราตลอดเวลา และไม่ว่าเราจะทำอะไร ทุกคนก็พร้อมที่จะผลักดันในทุกๆ ทางเสมอครับ อย่างเช่นตอนนี้แปลนกับเพิร์ธทำแบรนด์เสื้อชื่อว่า No Gender (หันไปมองเพิร์ธ-เพิร์ธยิ้ม) ทุกคนก็พร้อมที่จะช่วยซัพพอร์ต ช่วยอุดหนุน อันนี้ไม่ได้ไทอินนะครับ (แปลนกับเพิร์ธหัวเราะ) พวกเขาเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้เรามีวันนี้ได้ครับ

กัน – ผมอยากจะหาคำอะไรที่มากกว่าคำขอบคุณจริงๆ นะ คือผมเองก็เพิ่งเริ่มต้นเป็นที่รู้จักจากซีรีส์บังเอิญรักนี่แหละครับ มีคนติดตามมากขนาดนี้ เราก็ต้องขอบคุณเขามากๆ จริงๆ อยากจะบอกว่าการที่พวกคุณมาชอบเราขนาดนี้ ไม่ใช่แค่ว่าชื่นชอบ แต่ว่าเราตั้งใจที่จะพัฒนา สร้างตัวเองให้เป็นคนที่เหมาะสมกับการเป็นคนที่คุณชื่นชอบจริงๆ

ไตเติ้ล – รู้สึกดีมากครับ อย่างที่บอกว่าพวกเราเป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ มาจากข้างล่างกันจริงๆ แล้วพอมาถึงตรงนี้มันเกินคาดมาก ไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำ เพราะตอนผมเรียนอยู่มัธยมผมแทบจะไม่ได้รับความสนใจจากคนในโรงเรียนหรือเพื่อนๆ เลยด้วยซ้ำ คือเพื่อนๆ รักเรานะ แต่แค่ว่าเราไม่ได้เป็นคนดังในโรงเรียน แล้วพอมาถึงตรงนี้ที่คนต่างประเทศรู้จักเรา มันเกินคาดมากเลยครับ แล้วเขาไม่ได้รู้จักเราแล้วปล่อยผ่าน แต่เลือกที่จะซัพพอร์ตเราด้วย ก็ต้องขอบคุณมากๆ ครับ

TEMPT

กุลสตรีแบบไหนที่ถ้าได้เจอแล้วรู้สึกได้เลยว่า ต้องล่อหลอก (TEMPT) ตัวเองได้อย่างแน่นอน

เพิร์ธ – ขาว สวย น่ารัก มุมิๆ (หัวเราะ)

แปลน – คงเป็นกุลสตรีแบบที่น่ารักผสมสวยครับ มองแล้วไม่เบื่อ แล้วก็เข้ากับเราได้ด้วยครับ น่าหลอกล่อมากเลยครับ (หัวเราะ)

กัน – ทุกประเภทเลยครับ พอดีว่าผมเคยโดนหลอกมาเยอะมากเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง (หัวเราะ)

ไตเติ้ล – มีมาด แล้วก็เซ็กซี่ๆ ครับ แต่ว่ามีมาดในที่นี้คือดูมีมาดของความฉลาดนะครับ แบบว่าฉลาดๆ แล้วดูเซ็กซี่นิดหนึ่ง โอ้โห…เต็มๆ ฮะ (ยิ้ม) 

คำว่า TEMPT แปลได้หลายความหมาย ทั้ง “อ่อย-ยั่วเย้า-ล่อหลอก” คิดว่าตัวเองเหมาะกับความหมายใดมากที่สุด 

เพิร์ธ – (หัวเราะ) ผมว่าล่อหลอกมากกว่า (หัวเราะ) ล่อลวงเขามา

แปลน – อ่อยครับ เพราะว่าผมชอบอ่อยครับ แค่นั้นเลยครับ (ยิ้ม)

กัน – น่าจะเป็นคำว่าอ่อยแล้วกันครับ เพราะว่าคงยั่วเย้าใครไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ครับ แต่เรื่องอ่อยขอให้บอกครับ มา!

ไตเติ้ล – ยั่วเย้าแล้วกัน แต่ตัวผมเองการยั่วเย้าก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น จะเป็นเฉพาะตอนทำงาน ตอนถ่ายรูป อะไรแบบนี้มากกว่าครับ แต่ถ้าเป็นตัวจริงจะนิ่งๆ เฉยๆ มาก

แล้วถ้าได้เป็นกุลสตรีหนึ่งวัน จะใช้เสน่ห์ของตัวเอง “ล่อหลอก” สมาชิกคนใดในวง แล้วจะหลอกเขาไปทำอะไรดี

เพิร์ธ – น่าจะเฮีย (แปลน) ครับ หลอกล่อง่ายสุด (หัวเราะ) หลอกเข้าป่าก็ได้ครับ (หัวเราะ)

แปลน – โห…(หัวเราะ) น่าจะหลอกล่อ “กัน-ณภัทร” นะครับ เพราะว่าคนนี้ดูหลอกล่อง่ายดีครับ (กันหันมายิ้ม) หลอกไปปล้นนะครับ (หัวเราะ)

ผมคงไม่หลอกธนพนธ์หรอกฮะ เพราะว่าคนนี้เขาไม่สนใจผู้หญิงหรอกครับ เพราะเขาสนใจแต่รถยนต์ของเขาครับผม ไม่มีใครมาหลอกเขาได้อยู่แล้วครับ (ยิ้ม)

กัน – ไม่ล่อหลอกใครได้มั้ยครับ ไม่น่าล่อหลอกเลยซักคน (หัวเราะ) แต่ถ้าจะให้เลือกจริงๆ ขอเลือกพี่แปลนแล้วกันครับ พี่แปลนเนี่ย มีความเป็นพีใหญ่ที่แสบมากๆ เลยครับ มีความมั่นใจในตัวเอง แล้วน้องๆ อีกสามคนก็จะค่อนข้างเชื่อฟังการตัดสินใจของพี่ใหญ่เสมอ ถ้าอยากจะหลอกล่อให้เสียไปเลยก็คงต้องเป็นพี่ใหญ่นี่แหละครับ

ไตเติ้ล – หลอกล่อไอ้เพิร์ธ ให้มันขับรถไปส่งที่บ้านครับ (หัวเราะ)TEMPT

แต่ละคนคาดหวังอะไรกับการเป็นสมาชิกวง TEMPT บ้าง

เพิร์ธ – หวังว่าทุกคนจะชอบในสิ่งที่เราพยายามกันมาโดยตลอดครับ และก็พร้อมที่จะรอฟังเพลงด้วยครับ

แปลน – คาดว่าน่าจะได้ผลตอบรับที่ดีครับ คาดว่าซิงเกิลที่เปิดตัวไปจะได้รับผลตอบรับที่ดีครับ ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องติด Top Chart หรืออะไร แค่ปล่อยผลงานออกมาแล้วทุกคนรู้สึกว่าโอเคเพราะว่ามันเพราะจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะว่าเราเล่น แต่เป็นเพราะเนื้อเพลง หรือเป็นสิ่งที่เราทำมากกว่าครับ

กัน – คาดหวังว่าคนที่ทั้งเป็นแฟนคลับ และไม่ได้เป็นแฟนคลับเรามองเราว่าเป็นศิลปินครับ เป็นศิลปินในที่นี้ก็คือเป็นทั้งนักแสดง แล้วก็เป็นนักดนตรีไปพร้อมๆ กัน แล้วก็สามารถที่จะทำทั้งสองอย่างนี้ให้ออกมาดีได้ แล้วก็คาดหวังว่าเพลงของเราจะมีคนที่ชื่นชอบ ไม่ใช่แค่เพราะว่าติดตามเรามาตั้งแต่ต้น แต่ว่าเขาชื่นชอบที่ตัวผลงานจริงๆ

ไตเติ้ล – คาดหวังเยอะเหมือนกันครับ พอเราฟอร์มวงขึ้นมา เราอยากให้ทุกๆ คนยอมรับในแบบของวง ในฐานะของศิลปินครับ ไม่ใช่แค่ในฐานะของการเอาคนหล่อๆ มารวมๆ กัน แล้วก็แบบว่า นี่นะ มีคนหล่อๆ มายืนรวมกันบนเวที มันไม่ใช่น่ะครับ อยากให้ทุกคนมองว่า เนี่ย วงนี้ไม่ได้แค่ขายความหล่อนะ ขายความสามารถ อยากให้เขามองเราเป็นวงดนตรีด้วย

คำถามสุดท้าย อยากให้ทั้งสี่คนฝากความคิดถึงและขอบคุณแฟนคลับวง TEMPT กันหน่อย

เพิร์ธ – คิดถึงเสมอครับ แม้แต่เวลาที่ไม่ได้ออกงานก็คิดถึงเสมอครับ รักมากๆ จนไม่รู้ว่าจะบรรยายยังไงเลยครับ อยากจะขอบคุณมากๆ อย่างที่เคยพูดไว้เสมอว่า สนับสนุนกันมาเหมือนตั้งแต่แรก ใส่ใจกัน ดูแลกันเหมือนครอบครัว ขอบคุณที่พวกเขาทำให้เรารู้สึกดีๆ กับวงการบันเทิงครับ

แปลน – คิดถึงนะครับ มาเจอกันตามงานเยอะๆ นะครับ เพราะว่าวันไหนที่ไม่มีงานเราก็คิดถึงพวกคุณมากๆ เลยครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมาเสมอนะครับ อยากให้จับมือไว้อย่างนี้แล้วก็เดินไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าอุปสรรคใดๆ ก็ไม่กล้ว เพราะว่ายังมีเธออยู่ข้างๆ กันนะครับ

กัน – สำหรับเวลาที่ผ่านมานะครับ ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดครับ พวกเรารู้ว่าพวกเราทำบางสิ่งบางอย่างไป อาจจะไม่ดีหรือผิดพลาดประการใด อยากให้ทุกๆ คนรู้เสมอว่าในทุกๆ วัน พวกเราตั้งใจและพยายามทำให้ออกมาดีขึ้นเรื่อยๆ เสมอ เพื่อไม่ให้แฟนคลับทุกคนผิดหวังในการติดตามพวกเราทั้งสี่คนครับ

ไตเติ้ล – ก็ขอขอบคุณแฟนคลับทุกๆ คนนะ ที่เขาติดตาม สนับสนุนพวกเรามา จริงๆ พวกเขาก็ตามมาตั้งแต่ซีรีส์แล้วใช่มั้ยครับ จนซีรีส์จบไปแล้วนานมาก เขาก็ยังรัก ยังติดตาม ยังซัพพอร์ตเราอยู่ ก็ต้องขอบคุณพวกเขามากๆ เลยครับ อยากบอกพวกเขาว่า ระหว่างทางอาจจะมีซีรีส์ใหม่ๆ ก็อาจจะไปชอบคนอื่นได้ แต่ตอนที่ผมมีผลงานก็อย่าลืมแวะมาหากันเรื่อยๆ


คุยนอกเรื่อง

ชวน TEMPT คุยเรื่อง Hashtag ของแต่ละคนที่แฟนคลับมอบให้ว่ามีที่มาจากไหน และรู้สึกอย่างไรกับแฮชแท็กนี้บ้าง

#พวกของเจี๋อ (เพิร์ธ)

“คือแฟนคลับจะชอบเรียกผมว่าเสือ อะไรทำนองนี้ครับ จริงๆ มีหลายแฮชแท็กมากๆ เลยครับ ผมก็เลยอยากเรียกรวมๆ ว่าพวกของเจี๋อ หรืออย่าง #รอยยิ้มของชูครีม ก็เหมือนเป็นรอยยิ้มของผมที่มีให้กับแฟนคลับ อะไรแบบนี้ครับ ”

#คนของแปลน (แปลน)

“ที่มาคือเราอยากดูแลเขาให้เหมือนกับคนในครอบครัว รักเหมือนคนในครอบครัว ก็เลยใช้คำว่าคนของแปลนครับ คนของแปลนก็คือคนของแปลน ประโยคนี้มันมีความหมายอยู่ในตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เป็นคนของเราอยู่ดีครับ”

#นะพัดที่แปลว่าผู้หญิง (กัน)

“จริงๆ เพื่อนๆ ก็จะชอบแกล้งผมครับ เพราะว่าจะมีช่วงหนี่งที่แฟนคลับชมว่าสวย แล้วพอผมมาเล่นเบส แล้วก็เปลี่ยนสีผมด้วย คาแร็คเตอร์ก็จะเปลี่ยนไปเป็นแบบผู้ชายเท่ๆ บวกกับว่าเราเป็นคนที่ชอบรักษาผิว ไม่ชอบโดนแดด ฝุ่นก็ไม่อยากโดน เพื่อนๆ ก็เลยจะคิดว่าเราดูเป็นผู้หญิงมากๆ เลย ส่วนแฮชแท็กนี้เกิดจากว่ามีคนมาคอมเมนต์รูปเยอะมากๆ ว่าณภัทรเล่นเบสแล้วเปลี่ยนสีผมๆๆๆ หล่อๆๆๆ เพื่อนก็หมั่นไส้ ก็เลยรวมหัวกันแกล้ง ปั่นแฮชแท็กเสียๆ หายๆ จนขึ้นเทรนด์ประเทศไปเลยครับ (หัวเราะ)”

“แต่ว่าพอนิตยสารออก คิดว่าคงจะมีแฮชแท็กใหม่แล้วครับ คือ #Ammoforgun คือด้อมของกันยังไม่มีชื่อด้อมเลยครับ รอกันมานานมากๆ ที่มาคือกันก็คือปืน แล้วผมก็เคยเปรียบเทียบว่าแฟนคลับคือกระสุนปืนของผม แล้วก็มีด้อมแฟนคลับชาวจีนตั้งชื่อตัวเองว่า Ammo (กระสุน) แล้วก็ไม่ Official ซะที ด้อมของกันเองก็รอชื่อมานานมากๆ จนกันบอกว่าถ้า TEMPT ออกเมื่อไหร่ กันจะมีชื่อด้อมของตัวเองแล้วนะ จนตอนนี้ก็มีแฮชแท็กเป็นของตัวเองแล้วครับ”

#กลจของตต (ไตเติ้ล)

“มันอ่านว่า “กำลังใจของไตเติ้ล” ครับ แต่อยากให้อ่านว่า กลจ มากกว่า ด้วยความที่ผมชื่อเล่นว่าไตเติ้ลใช่ไหม แต่แฟนคลับจะเรียกผมว่า ตต คำว่ากำลังใจก็เลยต้องเป็นคำย่อเหมือนกัน ก็รู้สึกดีครับที่แฟนคลับเขาทวิตก็จะติดแฮชแท็กนี้ ก็เหมือนเป็นกำลังใจให้กับเราครับ ”


– TEMPT QUIZ [ชิงไหวชิงพริบ] –

จะเกิดอะไรขึ้น? เมื่อ TEMPT
ต้องมาตอบคำถามเกี่ยวกับ TEMPT เอง!


[Sassy_Social_Share]
1873